เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

รวิศ สอดส่อง ชี้เหตุผลทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถึงเวลาคืนกติกาที่เป็นธรรม

19 ม.ค. 2569 | 14:43น.
รวิศ สอดส่อง

รวิศ สอดส่อง ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย เปิดเหตุผลทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถึงเวลาคืนกติกาที่เป็นธรรม

นายรวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “รวิศ สอดส่อง – Ravit Sodsong” ระบุว่า ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ? : เมื่อ “กติกาชีวิต” ต้องจับต้องได้ และเป็นของประชาชน หลายคนอาจมองว่า “รัฐธรรมนูญ” เป็นเรื่องที่ดูไกลตัว เป็นเรื่องของนักกฎหมาย หรือนักการเมืองในสภา

แต่ในความเป็นจริง รัฐธรรมนูญคือ “กฎหมายสูงสุดของประเทศ” ที่เปรียบเสมือน “กติกาชีวิต” ที่กำหนดว่าเราจะมีสิทธิรักษาพยาบาลแบบไหน ลูกหลานเราจะได้เรียนฟรีถึงเมื่อไหร่ และเกษตรกรจะขายผลผลิตได้ราคาหรือไม่ หากกติกาเบื้องต้นคดเคี้ยว ชีวิตของคนทำมาหากินย่อมลำบาก

หาก “กติกา” ถูกออกแบบมาอย่างไม่เป็นธรรม ต่อให้คนไทยทำงานหนักแค่ไหน ก็อาจจะยังวนเวียนอยู่กับความยากจน เพราะกติกานี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเข้าถึงทรัพยากร ใครจะได้ประโยชน์จากที่ดิน และใครจะมีอำนาจตัดสินใจแทนเราในเรื่องปากท้อง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เรื่องการเมืองนามธรรม แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างที่กดทับโอกาสของประชาชน ให้กลายเป็นกติกาที่ “จับต้องได้” และ “ตอบสนองความต้องการของประชาชน” เพื่อให้ชีวิตของคนทำมาหากินดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นี่คือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมถึงต้องร่วมกันเขียนกติกาใหม่ให้เป็น “รัฐธรรมนูญที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง”

หากลองพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราจะพบว่าหลายเรื่องมีต้นตอมาจากกติกาที่ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ สิทธิการรักษาพยาบาลที่ถูกลดทอนความเสมอภาคจากการเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” กลายเป็นการ “สงเคราะห์เฉพาะผู้ยากไร้”

คำว่า “สิทธิเสมอกัน” และ “บริการที่ได้มาตรฐาน” ที่เคยมีในรัฐธรรมนูญปี’40 และ 50 ถูกตัดออกไป ประชาชนอาจต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ยากไร้” ถึงจะได้รับบริการฟรีจากรัฐ ซึ่งทำลายหลักการ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” หรือ “บัตรทอง” ที่เคยทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอย่างมีศักดิ์ศรี หากไม่ใช่ผู้ยากไร้ แต่มีรายได้น้อยหรือปานกลาง คุณอาจต้องจ่ายค่ารักษาในราคาเดียวกับคนรวยในโรงพยาบาลเอกชน หรือจ่ายแพงขึ้นในโรงพยาบาลรัฐเพื่อให้ได้บริการที่ “ได้มาตรฐาน”

เช่นเดียวกับเรื่องการศึกษาที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันลดระยะเวลาเรียนฟรีให้สั้นลง จากเดิมที่เคยเรียนฟรีอย่างน้อย 12 ปี (ครอบคลุมถึงมัธยมปลาย หรืออาชีวะ) รัฐธรรมนูญปี’60 กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาให้ไม่เกิน 12 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) เท่านั้น

หลังจากจบ ม.3 พ่อแม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง หรือต้องให้ลูกหลานไปกู้หนี้ยืมสินจากกองทุนของรัฐ ทั้งที่การศึกษาควรเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่เครื่องมือสร้างหนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อรับรองความเสมอภาค ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ และหนี้สิน จึงกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับฝ่ายเดียว

ทางออกของเรื่องนี้คือ การสร้าง “ประชาธิปไตย” ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับ 4 เสาหลักสำคัญ

เริ่มจากเรื่องปากท้องและการทำมาหากินที่ต้องไม่ถูกทุนใหญ่หรือรัฐส่วนกลางผูกขาดทรัพยากร

การเปลี่ยนสิทธิในที่ดินทำกินให้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ไม่ต้องคอยร้องขอให้อนุญาตตลอดชีวิต

การประกันโอกาสของลูกหลานผ่านการศึกษาที่เสมอภาค ตั้งแต่ต้นทางโดยไม่ต้องเป็นหนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ การคืนอำนาจตัดสินใจให้ประชาชนมีสิทธิเลือก กำหนด และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าคูหาเลือกตั้งทุก ๆ 4 ปี แล้วกลับมาเป็นผู้ถูกปกครองที่ไร้สิทธิไร้เสียง

สุดท้ายแล้ว หัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือการทำให้กฎหมายสูงสุดฉบับนี้ “มาจากประชาชน” และเป็นกติกาที่ทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

“ชีวิตเราจะดีขึ้นได้ไหม ขึ้นอยู่กับกติกาที่เรามี” ดังนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็น “กติกาที่กินได้” คือกติกาที่ทำให้คนทำงานหนักแล้วลืมตาอ้าปากได้ มีสิทธิทำกินอย่างเสมอภาค และลูกหลานมีอนาคตที่เท่าเทียม

การร่วมกันเขียนกติกาใหม่จึงไม่ใช่แค่การรื้อโครงสร้างทางการเมือง แต่คือการสร้างรากฐานของชีวิตที่มั่นคงและเสมอภาคสำหรับคนไทยทุกคน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นของประชาชน ร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทย มาร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกันครับ