เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม. เคาะขยายเวลารับสิทธิ-ยื่นทบทวน ‘บัตรคนจน’ พร้อมปรับ 4 เกณฑ์
Politics จับตา ครม. เคาะขยายเวลารับสิทธิ-ยื่นทบทวน ‘บัตรคนจน’ พร้อมปรับ 4 เกณฑ์
รู้จัก “Ghost Downsizing” กลยุทธ์เงียบที่ซุ่มลดพนักงานโดยไม่มีใครรู้ตัว
HR รู้จัก “Ghost Downsizing” กลยุทธ์เงียบที่ซุ่มลดพนักงานโดยไม่มีใครรู้ตัว
พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
ดูทั้งหมด

สภาผู้บริโภคเขย่า “ประกันร่วมจ่าย” ชี้แก้ปลายเหตุ จี้รัฐคุมเพดานราคา “รพ.เอกชน”

20 ม.ค. 2569 | 11:20น.
สรุปประเด็นสำคัญ : ชำแหละโมเดล Copayment: สภาผู้บริโภคมองว่าการที่บริษัทประกันผลักดันระบบ "ร่วมจ่าย" โดยอ้างเพื่อคุมเบี้ยประกัน เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและเสี่ยงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ซ้ำเติมผู้บริโภค เปิดส่วนต่างราคาสุดโต่ง: ยกเคสราคายาและเวชภัณฑ์ใน รพ.เอกชน เทียบตลาดทั่วไป พบส่วนต่างมหาศาล เช่น น้ำเกลือ (45 บาท vs 919 บาท) และสำลีก้อน (0.10 บาท vs 7 บาท) สะท้อนภาวะ "ไร้เพดานควบคุม" จี้รัฐ-การเมืองขยับ: เสนอให้กรมการค้าภายในและภาคการเมืองข้ามผ่านแค่การ "เปิดเผยราคา" ไปสู่การ "ควบคุมราคา" อย่างมีผลบังคับใช้จริง ทางออกเชิงโครงสร้าง: ชูแนวทางใช้ Digital Health เชื่อมโยงฐานข้อมูลลดการตรวจซ้ำซ้อน และการแยกใบสั่งยาเพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่เป็นธรรม

เปิดปมค่ารักษาพยาบาลพุ่ง ต้นตอเบี้ยประกันสุขภาพแพง สภาผู้บริโภค ค้านโมเดล Copayment ชี้เป็นการผลักภาระให้ประชาชน ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างราคา รพ.เอกชนขาดการควบคุม แฉข้อมูลกรมการค้าภายใน ยา-เวชภัณฑ์ราคาต่างกัน 100 เท่า พาราฯ เม็ดละ 22 บาท น้ำเกลือถุงละเฉียดพัน จี้ปฏิรูปทั้งระบบ-คุมราคา-ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนแฝง

นพ.ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย อนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การที่บริษัทประกันนำเสนอแผนประกันสุขภาพร่วมจ่าย (Copayment) ต่อผู้บริโภค โดยอ้างว่าเป็นการควบคุมไม่ให้เบี้ยประกันสูงเกินไป เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ต้นตอแท้จริงอยู่ที่ค่ารักษาพยาบาลที่แพงเกินจริงในโรงพยาบาลเอกชน สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการทบทวนมาตรการกำกับค่ารักษา การกำหนดราคากลางที่เป็นธรรม และการควบคุมการแข่งขันในภาคเอกชนไม่ให้รุนแรงเกินไป เพราะจะกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

“หากบริษัทประกันรายใหญ่เริ่มใช้ระบบร่วมจ่ายเป็นมาตรฐาน ย่อมมีความเสี่ยงที่บริษัทอื่นจะเดินตาม แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่ารักษามากขึ้น ทั้งที่ปัญหาไม่ได้เกิดจากการใช้บริการเกินความจำเป็น แต่เกิดจากโครงสร้างราคาที่ขาดการควบคุมอย่างจริงจัง” นพ.ขวัญประชา กล่าว

แม้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะให้เหตุผลว่า ระบบร่วมจ่ายช่วยควบคุมพฤติกรรมการเบิกค่ารักษาที่ไม่สมเหตุสมผล แต่เสียงสะท้อนจากผู้บริโภคกลับตรงกันว่า ต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้ป่วย แต่อยู่ที่ราคาค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่สูงเกินจริง ดังนั้น ทางออกที่แท้จริงจึงไม่ใช่การผลักภาระให้ประชาชนร่วมจ่าย แต่คือการควบคุมราคาค่ารักษาอย่างเป็นธรรม

บริการเดียวกัน แต่ราคาต่างกันได้ถึง 100 เท่า

ข้อมูลจากกรมการค้าภายในยิ่งตอกย้ำปัญหานี้ เมื่อพบว่า แม้จะเป็นบริการทางการแพทย์แบบเดียวกัน หรือยาชนิดเดียวกัน แต่ราคากลับแตกต่างกันอย่างมาก ทำให้ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพร่วมจ่าย ยังคงแบกรับค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยไม่เป็นธรรม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคายาพื้นฐานในโรงพยาบาลเอกชน เช่น ยาพาราเซตามอล ที่มีตั้งแต่เม็ดละ 1 บาท ไปจนถึงเม็ดละ 22 บาท หรือราคาเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลเอกชน กับท้องตลาด พบว่าสูงเกินจริงหลายรายการ เช่น น้ำเกลือขนาด 1,000 มิลลิลิตร จากราคาท้องตลาดประมาณ 45 บาท แต่ในโรงพยาบาล 919 บาท พลาสเตอร์ปิดแผลจากราคาแผ่นละ 25 บาท เพิ่มเป็น 224 บาท ถุงมือยางจาก 2.50 บาท เป็น 17 บาทต่อชิ้น หรือแม้แต่สำลีก้อนเล็ก ๆ จาก 0.10 บาท ถูกคิดราคา 7 บาทต่อก้อน

กรณีเหล่านี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราคาค่ารักษาและเวชภัณฑ์ที่ ไม่มีเพดานควบคุม และขาดความโปร่งใสอย่างรุนแรง การนำมาตรการร่วมจ่ายมาใช้ในบริบทเช่นนี้จึงเสมือนการซ้ำเติมภาระของผู้บริโภค ท่ามกลางค่ารักษาที่ยังคงพุ่งสูงโดยไม่มีหลักประกันความเป็นธรรม

แม้ในช่วงหลัง กรมการค้าภายในจะออกมาตรการให้โรงพยาบาลเอกชนเปิดเผยอัตราค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า แต่ในทางปฏิบัติ การ “เปิดเผยราคา” ไม่ได้ผลเท่ากับการ “ควบคุมราคา” ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่การขาดกลไกราคาที่มีผลผูกพันจริง โรงพยาบาลยังสามารถกำหนดราคายา ค่าห้อง หรือค่าหัตถการได้ตามดุลยพินิจ โดยไม่มีกฎหมายหรือเพดานราคาที่ชัดเจน

ภาพเดียวกันนี้ถูกสะท้อนอย่างชัดเจนจากเวที สภาผู้บริโภคพบพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ชี้ว่า ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤต ทั้งความไม่เท่าเทียมของสิทธิการรักษา ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เมื่อค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขาดกลไกกำกับดูแล ภาระสุดท้ายจึงตกอยู่กับผู้บริโภคฃ

เวทีดังกล่าวสภาผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้ภาคการเมืองแสดงทิศทางเชิงนโยบายที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการสัญญาเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ต้องมุ่งจัดการโครงสร้างงบประมาณและควบคุมต้นทุนในระบบสุขภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน เพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพที่ถ้วนหน้าและเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ทางออกเชิงระบบ คุมราคา ลดเหลื่อมล้ำ ใช้เทคโนโลยี

ในภาพรวม ข้อเสนอร่วมกันมุ่งแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดเพดานราคาค่ารักษา ค่ายา และค่าธรรมเนียมทางการแพทย์ การสร้างกลไกกลางกำหนดมาตรฐานการจ่ายเงินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เปิดทางให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาไปซื้อจากร้านยาภายนอกเพื่อลดต้นทุน ไปจนถึงการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพหลัก ให้ผู้ป่วยโรคเดียวกันได้รับมาตรฐานการรักษาใกล้เคียงกัน
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนแอบแฝง ทั้งการเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพกลาง ลดการตรวจซ้ำซ้อน การใช้บริการทางการแพทย์ทางไกล ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังจากที่บ้าน และการใช้ระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อและการจองคิว
ภาพรวมทั้งหมดชี้ชัดว่า การแก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลไม่อาจทำแบบแยกส่วน แต่ต้องปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การกำกับราคา ความเป็นธรรมของกองทุน ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้ โดยไม่ถูกซ้ำเติมด้วยภาระค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น และไม่ผลักความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินของชีวิต
“การควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลคือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา เพราะต้นตอของวิกฤตไม่ได้อยู่ที่ผู้ป่วยใช้บริการเกินจำเป็น แต่อยู่ที่โครงสร้างราคาที่ไร้เพดาน และปล่อยให้ค่ารักษา ค่ายา และเวชภัณฑ์พุ่งสูงเกินต้นทุนจริง หากไม่มีการกำกับราคาอย่างเป็นธรรม ภาระจึงถูกผลักไปสู่ผู้บริโภคผ่านระบบประกันสุขภาพร่วมจ่าย ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของบริษัทประกันในระยะสั้น แต่ไม่สามารถหยุดค่ารักษาที่แพงเกินจริงได้ กลับยิ่งทำให้ผู้ป่วยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงเสี่ยงชะลอการเข้าถึงการรักษา หากไม่จัดการที่ต้นเหตุด้วยการควบคุมราคาอย่างจริงจัง การร่วมจ่ายจึงไม่ใช่ทางออกของระบบสุขภาพ แต่เป็นเพียงการซ้ำเติมภาระของผู้บริโภคในระยะยาว” นพ.ขวัญประชากล่าว