กระทรวงอุตฯเข้มมาตรการตัดอ้อยสดลดเผา แต่ต้องยอมผ่อนปรนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา 3 จว. “สระแก้ว-สุรินทร์-บุรีรัมย์” ชี้โซนแดงอันตรายเพียบ แถมขาดแรงงานเกี่ยวอ้อย ต้องปรับแผนตามสถานการณ์ ล่าสุดมีอ้อยเข้าหีบแล้วเฉียด 30 ล้านตัน เป็นอ้อยเผาแค่ 6.2 แสนตัน
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากโรงงานน้ำตาลเริ่มทยอยเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2568/2569 ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยยังคงมีมาตรการควบคุมการตัดอ้อยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการกำหนดไม่ให้ตัดอ้อยเผา สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงผู้นำท้องถิ่นใช้กฎหมายควบคุมการเผาอ้อยในพื้นที่ และสนับสนุนให้ตัดอ้อยสดเข้าหีบด้วยมาตรการสนับสนุนเงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายนั้น แม้ว่าการดำเนินงานส่วนใหญ่จะเป็นไปตามแผน
แต่ขณะนี้พื้นที่โรงงานน้ำตาลที่อยู่บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะกันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวไร่อ้อยในพื้นที่ดังกล่าว ประกอบด้วย จ.สระแก้ว จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ ต้องหยุดเก็บเกี่ยวในบางส่วน เพราะหวั่นเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ไม่มีแรงงานที่ใช้เก็บเกี่ยวอ้อย จึงต้องอนุญาตให้ใช้วิธีตามที่เห็นสมควร ซึ่งให้หน่วยงานในพื้นที่เป็นผู้พิจารณาวิธีการที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยที่สุด ในส่วนของโรงงานน้ำตาลบางแห่งอาจต้องหยุดหีบชั่วคราวเช่นกัน
“เราอนุโลมในเขตพื้นที่จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยที่ติดกับชายแดนกัมพูชา ถ้าเขาจะเผาอ้อยก็ต้องให้ใช้วิธีนั้น เพราะเรารู้ว่าเขาไม่มีแรงงานแล้วฤดูการปี 68/69 ถ้าจะมีสัดส่วนอ้อยเผาก็ต้องอนุโลมให้ เป้าลดอ้อยเผาให้ได้ 100% เราก็ต้องทำ แต่ด้วยบางไร่อ้อยชาวไร่รายงานว่าเป็นพื้นที่สีแดง พบวัถตุบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต เขาก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ขีดเส้นกันพื้นที่ตรงส่วนนั้นไว้เป็นโซนแดง ปีนี้ก็อาจทำให้อ้อยลดลงไปบ้างและยังมีการเผาอยู่แต่มันเป็นเหตุปัจจัยภายนอกที่ควบคุมมันไม่ได้ ไม่ใช่ความตั้งใจที่จะเผาอ้อย”
ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศมีทั้งหมด 58 แห่ง ได้ทยอยเปิดหีบไปแล้วกว่า 55 แห่ง ที่สัดส่วนอ้อยสดเข้าหีบเกิน 95% สำหรับโรงงานน้ำตาล 3 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกคือ โรงงานอ้อยและน้ำตาลตะวันออก (วัฒนานครและวังสมบูรณ์) จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นของกลุ่มบริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) และโรงงานน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL
และยังมีโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ ของบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) และโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ ของบริษัท น้ำตาลสุรินทร์ จำกัด หรือ KI Sugar Group ในส่วนของโรงงานน้ำตาลทรายที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชามีสัดส่วนอ้อยสดต่ำกว่า 95% ด้วย อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุมีการยิงจรวดและระเบิดทำให้ไร่อ้อยเกิดไฟไหม้ แม้จะเริ่มเปิดหีบอ้อยแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยง ในพื้นที่ส่วนนี้จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ รายงานจากสำนักงานอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) พบว่าการหีบอ้อยและผลิตน้ำตาลทราย : 2568/69 ณ วันที่ 17 มกราคม 2569 รวมวันเปิดหีบ 47 วัน จากโรงงานเปิดหีบทั้งหมด 58 แห่ง มีอ้อยเข้าหีบประจำวัน 29,264,321.360 ตัน ปริมาณอ้อยสด 28,639,232.925 ตัน ปริมาณอ้อยลักลอบเผา 625,088.435 ตัน ซึ่งมีค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 11.90 ซีซีเอสสัดส่วนอ้อยสด 98% สำหรับราคาน้ำตาลทรายดิบ นิวยอร์ก No.11 ซึ่งเป็นราคาซื้อขายล่วงหน้า นับตั้งแต่เดือนมีนาคม2569-เดือนพฤษภาคม 2570 เฉลี่ยอยู่ที่ 14.94 เซนต์/ปอนด์ โดยคาดการณ์ปริมาณอ้อยปีนี้เข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน
นอกจากนี้ ข้อมูลจุดความร้อนของ Nasa FIRMS และค่า PM 2.5 จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ยังพบว่าจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568-วันที่ 17 มกราคม 2569 พบจุดความร้อนในประเทศไทย 6,947 จุด อยู่ในพื้นที่ปลูกอ้อย 559 จุด หรือ 8.05% เท่านั้น อันดับ 1 ที่จังหวัดลพบุรี ตามมาด้วยจังหวัดสุพรรณบุรี อุดรธานี ขอนแก่น และเพชรบูรณ์
ล่าสุด นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ รองเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย พร้อมด้วยนายจิรวัฒน์ เทอดพิทักษ์พงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 3 นายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน นายวิโรจน์ วิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย ผู้แทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีและสระแก้ว ผู้แทนสมาคมชาวไร่อ้อยในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ สอน. ได้ลงพื้นที่ตรวจ ติดตาม กำกับดูแลการรับอ้อยเข้าหีบของโรงงานน้ำตาลฤดูการผลิตปี 2568/69 ในจังหวัดชลบุรีและสระแก้ว พบว่ารถตัดอ้อยไม่เพียงพอและขาดแคลนแรงงาน ซึ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยการใช้รถตัดอ้อยพ่วงข้าง เพื่อตัดอ้อยได้เร็วขึ้นและปริมาณมากขึ้น แต่ทำให้อ้อยมีสิ่งปนเปื้อนเพิ่มขึ้น โรงงานน้ำตาลจึงได้มีมาตรการบริหารจัดการอ้อยที่มีสิ่งปนเปื้อน ควบคุมคุณภาพอ้อยเพื่อให้ได้คุณภาพน้ำตาลทรายตามมาตรฐาน
ส่วนการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สำนักงานจะดำเนินการของบฯกลางจากรัฐบาลต่อไป และจากการตามแผนตรวจ ติดตาม กำกับดูแลการรับอ้อยเข้าหีบของโรงงานน้ำตาลฤดูการผลิตปี 2568/69 ของคณะทำงานทีมภาคตะวันออก ภาคอีสานใต้ พบว่า 5 โรงงานโซนภาคตะวันออก ได้แก่ บริษัท สหการน้ำตาลชลบุรี จำกัด บริษัท น้ำตาลระยอง จำกัด บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (วังสมบูรณ์) และบริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด มีการรับอ้อยสดเข้าหีบสูงถึง 96-99%