Skip to content

มาสด้าส่งอีวีปั๊มยอดครึ่งปีแรก วอนรัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นอุตฯ

24 ม.ค. 2569 | 07:17น.
มาสด้าส่งอีวีปั๊มยอดครึ่งปีแรก วอนรัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นอุตฯ

มาสด้าย้ำแผนส่งรุ่นใหม่ลุยตลาด 5 รุ่น ใน 3 ปี มาครบทั้งไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, อีวี หวังตอบทุกโจทย์ความต้องการลูกค้าไทย ประเดิมหลังกระแส Mazda 6e มาแรงยอดจองสิทธิพุ่งกว่า 4,000 คัน เดินหน้าตอกย้ำความแรง งัดแผนส่ง SUV EV อีกรุ่นเสริมทัพ มั่นใจทั้งปียอดขายพุ่ง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & CEO) บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปีนี้ว่า บริษัทยังคงยืนยันตามแผนธุรกิจที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า มาสด้าจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ โดยจะเป็นรถยนต์ในกลุ่ม อีวี (EV) จำนวน 2 รุ่น, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) 1 รุ่น, และไฮบริด (HEV) 2 รุ่น

โดยมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 2 รุ่นในปีนี้ เริ่มจากกลุ่มรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า 100% หรือ อีวี (EV) หลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมาได้นำรถยนต์ Mazda 6e มาโชว์ และเปิดรับจองสิทธิสำหรับลูกค้าที่สนใจ มียอดจองสิทธิไปแล้วมากกว่า 4,000 คัน และในเร็ว ๆ นี้จะมีการเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ภายในไตรมาสสอง

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีก 1 รุ่น เป็นรถในกลุ่มเอสยูวีเช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้านั้น แม้ว่ามาสด้าจะมีการร่วมมือกับฉางอาน แต่ในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนารถยนต์นั้น ถือเป็นการพัฒนาโดยทีมวิศวกรของมาสด้า

ที่สำคัญโรงงานผลิตรถยนต์อีวีของมาสด้าในจีนนั้น เป็นการลงทุนโดยมาสด้า 100% ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะผลิตแต่รถยนต์มาสด้าเท่านั้น ดังนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์อีวีของมาสด้านั้นมีดีเอ็นเอของมาสด้าอยู่เต็มคันแน่นอน

ส่วนรถยนต์อีก 3 รุ่นที่จะทยอยส่งออกสู่ตลาดภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้นั้น ในส่วนของรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะมีการผลิตจากฐานผลิตใดของมาสด้า แต่ในส่วนของรถยนต์ไฮบริด เป็นที่ชัดเจนว่ามาสด้าจะใช้โรงงานในประเทศไทย ที่เอเอที ซึ่งมีกำลังผลิตกว่า 135,000 คัน เพื่อผลิตรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ 100,000 คัน ให้ได้ในปี 2570-2571 โดยรองรับการจำหน่ายในประเทศ 30% และส่งออกอีก 70% ภายใต้การลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับปีนี้คาดว่าตลาดรถยนต์โดยรวมน่าจะมียอดขายโตไม่เกิน 3% หรือทำได้ราว ๆ 600,000-610,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย ส่วนยอดขายของมาสด้าเองนั้น ก็คาดว่าจะดีกว่าปี 2568 ที่ทำได้ 8,200 คัน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นเท่าใด

เนื่องจากยังต้องรอดูปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดด้วย โดยเฉพาะความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อว่าจะมีมาตรการผ่อนคลายลงไปมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเศรษฐกิจ ว่าจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และช่วยกระตุ้น ประคองกลุ่มธุรกิจรายย่อยได้ดีขึ้นเพียงใด รวมถึงโจทย์ใหญ่ที่สถาบันการเงินยังกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องหาทางแก้ไข

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองนั้น คาดว่าหลังการเลือกตั้งไปแล้วก็จะเริ่มมีความชัดเจน หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว ก็เชื่อว่าการเดินหน้าอัดเงินงบประมาณก็จะทำได้เร็วขึ้น และเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ใหญ่อันดับแรกที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับคืนมา และทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกระเตื้องขึ้นได้ในระยะยาว