“ศุภชัย เจียรวนนท์” เทหมดหน้าตักเดินเกมใหม่ ดีลซื้อหุ้น TRUE แสนล้าน-ลาออกซีอีโอกลุ่มซีพี สร้างอาณาจักร “อไรซ์ เวนเจอร์ส” คุมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล-ดาต้าเซ็นเตอร์-เวอร์ชวลแบงก์ วงในเผยเขย่าโครงสร้างถือหุ้น-บริหาร “ซีพี-ทรู” ในตระกูลเจียรวนนท์ นักวิเคราะห์จับตาสถาบันการเงินปล่อยกู้ทำดีลแสนล้านซื้อหุ้น TRUE “ศุภชัย” จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท เผยโมเดลคล้ายกรณี GULF เข้าซื้อ INTUCH
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นข่าวใหญ่เขย่าวงการ เมื่อบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัท Telenor Thailand Investments Pte. Ltd. (เทเลนอร์) ผู้ถือหุ้นใหญ่ 30.30% ได้ลงนามในสัญญาขายหุ้น 24.95% ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท ให้กับบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ นอกจากนี้ อไรซ์ ยังได้ตกลงให้มีสิทธิการซื้อขายหุ้น (Put/Call Option) สำหรับหุ้นส่วนที่เหลือ 5.35% ของเทเลนอร์ ภายหลังครบระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่ปิดการขายครั้งแรก โดยชัดเจนว่าในการซื้อที่สัดส่วน 24.95% ก็เพื่อเลี่ยงเกณฑ์การทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์
ขณะที่ด้านหนึ่งก็ชัดเจนว่า “เทเลนอร์” ถอนการลงทุนใน TRUE และประเทศไทย เพื่อไปโฟกัสธุรกิจที่กลุ่มประเทศนอร์ดิก และทางเทเลนอร์ได้แจ้งว่าได้เงินจากดีลนี้ 1.09 แสนล้านบาท และจะบันทึกกำไรจากการขายหุ้นครั้งนี้ 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขายในระดับราคาที่ดี
Arise คุมเทค-เวอร์ชวลแบงก์
สำหรับบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ถือหุ้นของบริษัท อไรซ์ โฮลดิ้ง จำกัด (Arise Holding) ที่มี บริษัท อุบลมาศ ดิจิทัล จำกัด และ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อุบลมาศ ดิจิทัล ยังถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อไรซ์ เอไอ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด
รายงานข่าวจาก อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ระบุว่า “ศุภชัย” ลงจากตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เพื่อทุ่มเทในการบริหาร Arise Ventures Group ซึ่งพอร์ตการลงทุนของกลุ่มนี้ครอบคลุมเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
นอกจากนี้ หลังการซื้อหุ้น TRUE จะทำให้ “อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี” มีบทบาทสนับสนุนการเร่งรัดการดำเนินกลยุทธ์ของทรู คอร์ปอเรชั่น โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมนวัตกรรม ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยในการสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผล ท่ามกลางภูมิทัศน์ดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำในยุคการปฏิวัติดิจิทัล
ทั้งย้ำว่า กลุ่ม “อไรซ์ เวนเจอร์ส” จะเข้าไปถือครองสัดส่วนการลงทุนที่มีนัยสำคัญในบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ (TrueMoney) ฟินเทคยูนิคอร์นรายแรกของไทย และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)
รวมถึงถือครองสัดส่วนการลงทุนที่สำคัญใน “ทรูไอดีซี” ดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในเครือ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย “ศุภชัย” ในปี 2558 ทั้งจะขยายการลงทุนไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อการพัฒนาและดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับภูมิภาค
วิสัยทัศน์ “Arise-ศุภชัย”
แถลงการณ์จากอไรซ์ เวนเจอร์สระบุว่า นายศุภชัยมีบทบาทสำคัญในการนำและบุกเบิกการพัฒนาธุรกิจของทรู คอร์ปอเรชั่น มาอย่างต่อเนื่อง การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ต่อการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ คุณภาพการให้บริการในระดับสูง และศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของทรู คอร์ปอเรชั่น
วิสัยทัศน์ของนายศุภชัยต่อกลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มีความชัดเจน คือ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจและประชาชน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์คอมพิวติ้ง บริการทางการเงิน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และกลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ตั้งเป้าที่จะมีส่วนสำคัญในการพลิกโฉมภูมิทัศน์ด้านเทคโนโลยีและการเงินของประเทศไทย รวมทั้งในระดับภูมิภาค
เขย่าโครงสร้างซีพี-ทรู
แหล่งข่าวจากที่ปรึกษาการเงินตั้งข้อสังเกตว่า การจัดตั้งบริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป เพิ่งเกิดขึ้นมาในช่วงกันยายน-ธันวาคม 2568 และเป็นการถือหุ้นของนายศุภชัย เจียวรนนท์ เป็นหลักแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีบุคคลตระกูลเจียรวนนท์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นการเกิดขึ้นก่อนมีการประกาศดีลกับเทเลนอร์ไม่นาน อาจมองได้หลายมุมในแง่ของการจัดแบ่งทรัพย์สินของตระกูลเจียรวนนท์ รวมถึงเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจและการถือหุ้นครั้งใหญ่ของกลุ่มซีพีและกลุ่มทรู ให้มีความชัดเจน และจากโครงสร้างการถือหุ้นใหม่นี้ก็ชัดเจนว่า นายศุภชัยจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มทรู และหลังจากนี้ก็ต้องการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างกรรมการบริษัทก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า โครงสร้างในรูปแบบโฮลดิ้งหลายชั้นของบริษัท Arise ช่วยให้สามารถดึงพันธมิตรเฉพาะทางหรือนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาร่วมลงขันในระดับบริษัทแม่ได้โดยไม่ต้องผ่านกลไกของเครือ ซี.พี.โดยตรง
ทั้งนี้ พบว่าบริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ถือหุ้นโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ 99.99% และบริษัท อุบลมาศ ดิจิทัล จำกัด 0.01% (นายศุภชัย ถือหุ้นในอุบลมาศ ดิจิทัล 99.99%)
นอกจากนี้ มีการจัดตั้งบริษัทย่อยอีกหลายบริษัท อาทิ บริษัท อไรซ์ โฮลดิ้ง จำกัด เมื่อ 4 กันยายน 2568, บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (บริษัทที่เข้าซื้อหุ้น TRUE จากกลุ่มเทเลนอร์) จัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568, บริษัท อไรซ์ เอไอ กรุ๊ป และบริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อ 28 พ.ย. 2568 เช่นกัน
ซิกเว่ย้ำแผนธุรกิจคงเดิม
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 22 มกราคม นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้พบกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยชี้แจงว่า การเข้าถือหุ้นใหญ่ ของ Arise จะไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของ “ทรู” และ Arise เป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยประธานกรรมการบอร์ดทรูในปัจจุบัน และบริษัทนี้จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นในทรู ในขณะเดียวกัน Arise จะเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ของกลุ่มซีพี โดยที่นายซิกเว่ จะมีบทบาทในบริษัท Arise ในตำแหน่ง Executive Chairman ของกลุ่ม Digital & Technology
โดยบริษัทจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในการประกาศผลประกอบการ Q4 รวมถึงกลยุทธ์ปี 2026
“ทีมผู้บริหารทรูยังคงเหมือนเดิม ผมยังคงเป็น Group CEO และ Telenor จะลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือประมาณ 5% และยังมีบอร์ดหนึ่งคน” นายซิกเว่กล่าว
จับตาดีลเงินกู้ซื้อหุ้น TRUE
นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า การเข้าซื้อหุ้น TRUE ในมูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 120,000 ล้านบาท ของ Arise ซึ่งรอบแรกราว 100,000 ล้านบาท และอีก 20,000 ล้านบาทในอีก 2 ปีข้างหน้า สำหรับดีลงวดแรกเพื่อซื้อหุ้น 24.95% มองว่า คุณศุภชัยคงต้องใช้เงินกู้ประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท เพื่อมาซื้อหุ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า ธนาคารหรือสถาบันการเงินไหนให้การสนับสนุน ซึ่งโดยหลักการก็คงจะใช้หุ้นทรูที่ทำดีลมาเป็นหลักประกัน โดยในมุมของเจ้าหนี้ก็คงต้องพิจารณาว่า บริษัทอไรซ์จะจ่ายดอกเบี้ยได้อย่างไร, มูลค่าหลักประกันจะลดลงมั้ย และจะสามารถชำระหนี้เงินต้นได้อย่างไร
โดยมองว่าถ้าใช้เงินกู้มาทำดีลนี้ประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท ก็จะมีภาระดอกเบี้ยประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งต้องอาศัยเงินปันผลจาก TRUE เป็นแหล่งชำระ เพราะปีนี้ทรูก็เริ่มมีกำไรและมีการจ่ายปันผล โดยจะคล้ายกรณีที่ GULF เข้าซื้อ INTUCH ซึ่งใช้ต้นทุนทางการเงินต่ำ แต่ได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงกว่า
ทั้งนี้ จากข้อมูลงบการเงิน ณ กันยายน 2568 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีทรัพย์สินรวม 676,646 ล้านบาท หนี้สินรวม 598,609 ล้านบาท โดยมีผลดำเนินงานของทรูในช่วง 9 เดือน 2568 พลิกมีกำไรสุทธิ 5,217 ล้านบาท ส่งผลให้มีการจ่ายปันผลครั้งแรก 0.19 สตางค์ต่อหุ้น เป็นมูลค่า 6.6 พันล้านบาท
ขณะที่ปี 2567 ผลประกอบการทรูขาดทุนสุทธิ 14,637 ล้านบาท และปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 10,954 ล้านบาท