Skip to content

เพื่อไทย มอบ ‘นรวิชญ์’ ร้อง กกต.เอาผิดกฎหมายเลือกตั้ง ปมคลิปประกาศศักดา

05 ก.พ. 2569 | 12:43น.
เพื่อไทย มอบ ‘นรวิชญ์’ ร้อง กกต.เอาผิดกฎหมายเลือกตั้ง ปมคลิปประกาศศักดา

ชูศักดิ์ นำ ‘พนม-อดีต สจ.ตูน’ ตั้งโต๊ะแถลงเปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา มอบ ‘นรวิชญ์’ ร้อง กกต. เอาผิดกฎหมายเลือกตั้งบ่ายนี้ ด้าน ‘สจ.ตูน’ ยอมรับกลัว แต่ยึดความถูกต้องและประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย นายอานนท์ ถนอมวงษ์ (สจ.ตูน) อดีต สจ.กาญจนบุรี เขต 2 และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีคลิปเสียงกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส.ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

นายชูศักดิ์กล่าวว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีคำพูดที่ไม่เหมาะสม และอาจหมิ่นเหม่เรื่องของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ปฏิเสธว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่เป็นเสียงที่ดำเนินการโดยเอไอ ขณะที่นายพนมได้แจ้งทางพรรคว่า

พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ขอให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามสมควร ซึ่งพรรคเพื่อไทยพิจารณาว่า คลิปเสียงดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ใช่เสียงของตน พรรคเพื่อไทยจึงต้องนำบุคคลที่อยู่ในคลิปสนทนาพูดคุยมาแถลงกับสื่อมวลชน ว่าคลิปเสียงที่ปรากฏมีความเป็นมาอย่างไร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

ด้านนายพนมกล่าวว่า ที่มาแถลงข่าววันนี้ รู้สึกว่าตนเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ประเด็นคลิปดังกล่าวที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และจากคำพูดในคลิปมีการพูดว่า พรรคของผู้พูดในคลิปจะเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ส่วนพรรคที่ตนสังกัดอยู่จะต้องเป็นฝ่ายค้าน และมีการพูดต่อว่า ถ้าตนเป็นผู้แทนราษฎรชาวบ้านจะไม่ได้อะไร เพราะเป็นฝ่ายค้านงบประมาณเขาไม่ให้ลงพื้นที่แน่นอน คำพูดนี้ทำให้คนที่สนับสนุนตนอาจมีการเปลี่ยนใจได้ เพราะหากเลือกไปแล้วไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้ ก็อาจจะเปลี่ยนใจจากสนับสนุนตนไปสนับสนุนคนดังกล่าวในคลิป จึงมาแถลงข่าววันนี้

ขณะที่นายอานนท์กล่าวว่า ตนเป็นผู้อัดคลิปดังกล่าวด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.46 น. ซึ่งตอนนั้นตนได้อยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก จ.กาญจนบุรี วันนั้นได้มีโทรศัพท์เข้ามาที่นายปรีชา ที่อยู่ด้วยกันก็ขอคุยกับตน แต่ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร เพราะก่อนหน้านั้นได้มีข่าวลือต่าง ๆ ว่ามีการคุยข่มขู่ จึงได้บันทึกคลิปไว้เพื่อป้องกันตัวเอง และเมื่อได้ฟังคลิปก็ได้นำคลิปให้กับเพื่อน ๆ หลายคน ดูกันว่าแบบนี้ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง สส. ซึ่งทางนายปรีชาบอกว่า ผู้ที่โทร.มาในคลิปคือเสียงของท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป

นายชูศักดิ์กล่าวเสริมว่า ได้มีโทรศัพท์จากบุคคลดังกล่าวจะพูดด้วย ซึ่งทาง สจ.เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดจาข่มขู่กันพอสมควรว่า ถ้าใครไม่เลือกอาจจะมีปัญหา ทาง สจ.จึงตัดสินใจบันทึกเสียงเอาไว้ก่อนส่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณาว่าเป็นอย่างไร ต่อมานายพนมจึงร้องมาที่พรรคเพื่อไทยขอให้ดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งพิจารณาแล้วเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ เช่น การใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ การสัญญาว่าจะให้ การทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 73 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงมีมติว่าให้ดำเนินการร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียงดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความเสียหาย พร้อมมอบหมายให้นายนรวิชญ์ เป็นผู้ไปยื่นเรื่องต่อ กกต.ในเวลา 14.00 น. วันเดียวกันนี้

เมื่อถามว่า อดีต สจ.ตูน ยืนยันได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงนั้นเป็นของนายศักดิ์ดา เนื่องจากเจ้าตัวไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตนเอง นายอานนท์กล่าวว่า เจ้าของโทรศัพท์ที่เอาให้ตนคุยก็พูดชื่อนี้ และเป็นคนขอสายคุยกับตน และมีสายนี้โทร.เข้ามาคุยกับตนหลายครั้ง เพื่อชวนให้ตนไปช่วยหาเสียง แต่ไม่มีเรื่องการข่มขู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่โทร.มานั้นน่าจะเป็นเบอร์ของลูกน้อง ซึ่งเป็นเบอร์ตามชื่อที่ปรากฏตามคลิป โดยเป็นเบอร์ของนายก อบต.คนหนึ่งที่รู้จักกัน ส่วนเหตุผลที่โทร.หาตนนั้นคิดว่า เป็นอดีต สจ.พอที่จะมีประชาชนในพื้นที่รัก จึงคิดว่าอยากให้ตนช่วยในเรื่องของคะแนนเสียง

เมื่อถามว่า เรื่องการดำเนินคดีสำหรับคลิปเสียงนั้นจะสามารถเป็นหลักฐานได้หรือไม่ นายนรวิชญ์กล่าวว่า วันนี้อดีต สจ. ได้มอบคลิป และรับรองการถอดเทปให้ ถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งจะนำไปประกอบให้ กกต.สืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวอ้างไปแจ้งความบอกว่าเป็นเสียงเอไอนั้น เรื่องนี้ต้องมีการไปพิสูจน์กัน แต่คนที่คุยสายด้วยเขายืนยันแล้ว

เมื่อถามว่า นอกจากจะร้องเรียนตามกฎหมายเลือกตั้งกับ กกต. ในเนื้อหาคลิปอาจจะหมิ่นเหม่ไปยังเรื่องคดีมาตรา 112 ทางพรรคมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร นายชูศักดิ์กล่าวว่า ทางพรรคกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะถึงขั้นไหนค่อยว่ากัน แต่คิดว่ามีความหมิ่นเหม่อยู่หลายเรื่อง

เมื่อถามว่า หลังจากที่มีคลิปปรากฏประชาชนในพื้นที่เสียงสะท้อนต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร นายพนมกล่าวว่า มีประชาชนหลายคนมาถามเลือกตนไปแล้วจะได้เป็นฝ่ายค้าน แล้วงบประมาณจะไม่ได้จริงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งกังวล และรู้สึกตกใจ ทำให้คะแนนนิยมของตนกับคนที่อยากจะสนับสนุนเปลี่ยนใจได้ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านที่โทร.มาถาม และถามในขณะที่ลงพื้นที่ ทำให้ตนมีผลกระทบ เพราะคำพูดในคลิปเสียงชักชวนคนที่สนับสนุนตนชัดเจน และเหตุผลที่ตนต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากคู่กรณีในคลิปเสียงไปแจ้งความว่าเป็นเอไอ ทำให้คุณอาจจะเข้าใจว่าเราเป็นคนสร้างขึ้น กุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้เป็นกระแสตีกลับมาที่ตน หากไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าหลังจากมีการแถลงข่าวจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น นายพนมกล่าวว่า ตนไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะตนทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน คิดดี ทำดี เราไม่ได้คิดจะไปทำร้ายใคร และการมาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน

ขณะที่นายอานนท์กล่าวว่า กลัว แต่ต้องถูกต้องมากกว่า ความถูกต้องและประชาชนต้องมาก่อน ตนอยู่กับการเมืองมานานอยากให้การเมืองบ้านตน ชาวบ้านได้พัฒนา เหมือนที่นายพนมทำอยู่ ซึ่งดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

เมื่อถามว่า ความผิดรายบุคคลจะสามารถเชื่อมโยงความผิดไปยังพรรคต้นสังกัดของคู่กรณีได้หรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า น่าจะโยงถึงพรรคได้หลายเรื่อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงมอบหมายให้นายนรวิชญ์ไปยื่นกับ กกต.ก่อน ส่วนเรื่องพรรคหรือก็อื่น ๆ กำลังพิจารณา

“เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เราต้องดูว่าการเมืองที่ว่าเป็นอย่างไร ไม่ถูกต้องหากถูกกฎหมาย หรือไม่เราก็ใช้สิทธิของเรา เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้ท้ายสุดก็จะไม่เกรงกลัวอะไรกัน ต่อไปก็ใช้อำนาจรัฐทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราต้องตัดสินใจ กรรมการบริหารพรรคจึงมีมติในเรื่องนี้ขอดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง” นายชูศักดิ์กล่าว