‘เท้ง’ ชี้ 2 วันชัดเจนยื่นฟ้อง กกต.หรือไม่ ทีมกฎหมาย ปชน.เชื่อซ้ำรอยปี 49
เท้งยัน 1-2 วันชัดเจน ปชน.เล็งยื่นฟ้อง 157 กับ กกต. ด้านมือกฎหมายพรรคประชาชนบี้ กกต.แจงปมพิรุธ “บาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง กางข้อกฎหมายเชื่อซ้ำรอยปี’49 ยันพร้อมสู้เลือกตั้งใหม่หากเป็นโมฆะ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางเข้าพรรค โดยทักทายผู้สื่อข่าวและกล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้อง กกต. เพื่อเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 สืบเนื่องจากการจัดเลือกตั้งว่า อีก 1-2 วันจะมีความชัดเจน
ขณะที่นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการรองรับกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ว่าเรื่องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ ซึ่งเราต้องรอดู เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ
พรรคประชาชนยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ น่าจะเป็นประเด็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ และหากเป็นเช่นนั้นจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อปี 2549 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำการเพิกถอนการเลือกตั้ง
ฉะนั้น จึงมีการประเมินว่า ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับจะมีปัญหาเรื่องความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทางพรรคก็ต้องดูว่าศาลจะวินิจฉัย ว่าจะเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดและให้จัดเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนก็มีความพร้อมในฐานะพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครเข้าสู่สนามการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาหลังจากที่ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้วจะขัดข้อกฎหมายหรือไม่ นายธีระกล่าวว่า หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเพิกถอนการเลือกตั้ง และบังคับให้จัดการเลือกตั้งใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่มี จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องไปตรากฤษฎีกาใหม่

ส่วนกรณีที่ กกต.ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย หากการเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ ถ้าศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จากเหตุการณ์จัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องก็จะไปที่ศาลยุติธรรม ส่วนศาลยุติธรรมจะตัดสินอย่างไรเราก็ตอบไม่ได้ ว่าการจัดการเลือกตั้งอาจเกิดปัญหา อาจเป็นเพราะความตั้งใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง
ถ้าเรามีความเห็นว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.จะต้องรับผิดทางอาญาเสมอไป มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะ 2 ศาลนี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญาจะต้องแสดงเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือทุจริตต่อการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้ว่า กกต.จะต้องรับผิดหรือไม่ แล้วแต่ศาลยุติธรรมที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างไร
นายธีระยังกล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่เรามี พบว่ามีปัญหาตั้งแต่ตอนนับคะแนน รวมคะแนน และประกาศคะแนน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนที่มีหน้าที่ดูแล ส่วนทาง กกต.ก็เป็นอีกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับหรือไม่ ดังนั้น ความรับผิดในชั้นของ กกต.เอง และเลขาธิการ กกต. และในชั้นของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้งแต่ละหน่วยก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีไป
“แม้การจัดตั้งอาจมีปัญหาเรื่องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ กกต.จะต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่ อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลยุติธรรม ผมไม่ขอก้าวล่วง แต่พรรคเห็นว่า กกต.อาจจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ควรจะมีการรับผิดทางกฎหมายในทางอาญา แต่ในทางปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จะพบว่ามีบางกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และฟ้องไปที่ศาลอาญากลับพบว่าไม่มีเจตนาให้ร่วมรับผิดทางอาญา ดังนั้น พรรคจึงเห็นว่าทาง กกต. ควรรับผิดทางอาญา แต่ศาลจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาลเราทำหน้าที่ของเราตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง” นายธีระกล่าว