Skip to content

วิกฤตอัญมณี ‘เมืองจันท์’ ศก.ซบ-ทองแพง เครื่องประดับราคาขึ้น 60%

01 มี.ค. 2569 | 07:14น.
วิกฤตอัญมณี ‘เมืองจันท์’ ศก.ซบ-ทองแพง เครื่องประดับราคาขึ้น 60%

ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแรง อีกทั้งปัญหาสถานการณ์ชายแดนยังกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะที่ตลาดอัญมณี จ.จันทบุรี หดตัวลงราว 20% ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนพลอยดิบคุณภาพดี และราคาทองคำที่พุ่งสูง ทำให้เครื่องประดับจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นถึง 50-60%

เครื่องประดับแพงขึ้น

นายชายพงษ์ นิยมกิจ อุปนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอสเอ็น เซลแอนด์ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ร้านธัญญมณี จ.จันทบุรี กล่าวว่า ปี 2569 ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับยังทรงตัว เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการรัดเข็มขัดชะลอการลงทุน และตลาดมีกำลังซื้อน้อยลง ในขณะที่ราคาวัตถุดิบพลอยและทองคำมีการปรับราคาสูงขึ้นค่อนข้างมาก

ช่วงเดือนมกราคม 2569 สถานการณ์การค้าแย่ลงกว่าปี 2568 ทั้งนี้ อัญมณีและเครื่องประดับอยู่ในช่วงความเสี่ยงสูง ด้วยปัจจัยหลัก 3 ข้อ ได้แก่

1) ความผันผวนของเศรษฐกิจต่างประเทศ จากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา การขึ้นภาษีของทรัมป์ และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวและชะลอการลงทุน 2) ราคาทองคำสูง ส่งผลโดยตรงต่อยอดออร์เดอร์เครื่องประดับ รวมถึงวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น พลอย อัญมณี ชะลอตัวตาม 3) สถานการณ์การเมืองที่อยู่ในช่วงรอการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการใหม่ ๆ ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ จึงกระทบต่อกำลังซื้อภายในประเทศ

การปรับภาษีทรัมป์เพิ่มขึ้น ต้องปรับสัดส่วนภาษีระหว่างผู้ขาย-ผู้ซื้อ ทำให้การค้าชะลอตัวลง ซึ่งภายหลังเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบว่าออร์เดอร์ลดลง แต่ราคาทองคำยังสูงขึ้น ทำให้เครื่องประดับราคาสูงขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้ บางรายปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 50-60%

ผู้ประกอบการต้องหาทางรอด โดยการลดต้นทุนการผลิต หาตลาดใหม่ รวมถึงบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ กระตุ้นการจัดงานอีเวนต์ในประเทศไทยเพื่อสร้างมาตรฐานสากล พร้อมเปิดโอกาสให้ต่างประเทศร่วมแสดงสินค้า เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดภายในประเทศและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อัญมณีเมืองจันท์

เสนอเว้น VAT เป็นทางรอด

สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณี จำเป็นต้องแก้ไข 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เครื่องประดับ เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีแวต (VAT) เครื่องประดับ ทำให้ราคาเครื่องประดับสูงยากต่อการจำหน่ายมากขึ้น จึงเสนอให้แยกต้นทุนทองคำและเงินออกโดยไม่ต้องเสีย VAT ออกจากส่วนที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ เพชร พลอย และค่าแรงช่าง เพื่อให้ราคาจำหน่ายเหมาะสมและขยายฐานการจัดเก็บภาษีได้กว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น แหวนมูลค่า 100,000 บาท แยกต้นทุนเงิน ทองคำ โดยไม่ต้องเสียแวต มูลค่า 20,000 บาท ส่วนวัตถุดิบ เพชร พลอย งานช่างฝีมือ มูลค่า 80,000 บาท คิดแวต ทำให้ราคาจำหน่ายถูกลง

2) ส่วนค่ามาตรฐานทองคำในตัวเครื่องประดับของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ที่กำหนดค่ามาตรฐานทองคำในเครื่องประดับ 99% แต่การทำตัวเรือนเครื่องประดับให้แข็งแรง มาตรฐานทองคำในเครื่องประดับควรอยู่ที่ 75-80%

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับซบเซามาตั้งแต่ปี 2568 ต่อเนื่องมาปี 2569 แต่จากข้อมูลสถิติการส่งออกปี 2568 เพิ่มขึ้น จากปี 2567 36.67% ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้หักมูลค่าทองคำออก ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณไม่ได้เพิ่มตามจริง

อัญมณีเมืองจันท์

ขาดแคลนพลอยดิบคุณภาพดี

ขณะที่ นายธิติ เอกบุญยืน ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรีกล่าวว่า ในปี 2568 ตลาดการค้าอัญมณี พลอยดิบ พลอยก้อน ที่นำเข้ามาผลิตแปรรูปและส่งออกมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 20% โดยตลาดต่างประเทศยังมีความสำคัญและได้รับผลกระทบมากกว่าตลาดภายในประเทศ แต่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเครื่องประดับ

สำหรับตลาดเครื่องประดับชั้นสูงระดับไฮเอนด์ (High Jewelry) ไม่มีผลกระทบ เพราะอยู่ในกลุ่มมีกำลังซื้อสูง แต่กลับได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ขณะที่พลอยเกรดปานกลางได้รับผลกระทบจากราคาทองคำ ต้องปรับราคาเครื่องประดับเพิ่ม ทำให้ตลาดแมสจิวเวลรี่ชะลอตัว ทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ

สำหรับตลาดพลอยจันทบุรี หรือตลาดกลางพลอยนานาชาติ ถนนศรีจันทร์ ปี 2568 มูลค่าการค้าลดลงประมาณ 20% การค้ากับลูกค้าต่างประเทศโดยตรงแบบ B2C ที่นักท่องเที่ยวมาซื้อปลีกและนำออกไปขายได้รับผลกระทบหนักจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่พลอยร่วงถือเป็นพลอยสวยคุณภาพดี ที่ผู้ประกอบการมาซื้อ-ขายแบบ B2B จึงได้รับผลกระทบไม่มากนัก

ที่ผ่านมาภาคเอกชนได้พยายามผลักดันจันทบุรีให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายพลอย โดยเสนอให้ภาครัฐส่งเสริมการนำเข้าพลอยคุณภาพเกรดเอ เพื่อโอกาสแปรรูปและเพิ่มมูลค่า ด้วยเมืองจันทบุรีมีองค์ความรู้ด้านการแปรรูป รวมถึงสนับสนุนการเข้าร่วมงานเจมส์แฟร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้และประชาสัมพันธ์อัญมณีเครื่องประดับไทยอย่างต่อเนื่อง

หน้าร้าน-โรงงานทยอยปิด

ส่วน นายฐณภัทร ท่าม่วง เลขาธิการสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรีกล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง มีการปรับมาสู่การขายออนไลน์กว่า 70-80% มีรายใหญ่ขายออนไซต์เพียง 20% ต่อมาวัตถุดิบนำเข้ากว่า 90% จากประเทศศรีลังกา พม่า แอฟริกา ต้องมีการประมูลก่อนนำมาแปรรูป ส่งผลให้ต้นทุนสูง ผู้ประกอบการขาดทุนหนัก

นอกจากนี้ ประสบปัญหาแรงงานน้อยลง เหลือโรงงานขนาดใหญ่เพียง 4-5 แห่ง จากโรงงานขนาดเล็กเหลือหลักสิบ จากที่เคยมีนับร้อยแห่ง ส่วนร้านค้าออกงานเจมส์แฟร์ต่างลดลงจากภาวะกำลังซื้อลดลง รวมถึงมีคู่แข่งต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น ศรีลังกา อินเดีย จีน ที่มีวัตถุดิบและสามารถแปรรูปเครื่องประดับเองได้

ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ระบุว่าสถิติการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ปี 2567 เปรียบเทียบกับปี 2568 จากประเทศ 10 อันดับส่งออก พบว่าปี 2567 มูลค่า 640,566,083,353 บาท ปี 2568 มูลค่า 875,480,732,462 บาท เพิ่มขึ้น 36.67% ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาคเอกชนที่ยอดขายลดลงไม่คึกคัก ที่ผ่านมาประเมินว่าช่วงวันศุกร์-วันอาทิตย์ จะมีเงินหมุนเวียน 300-500 ล้านบาท/วัน แต่กลายเป็นว่านักท่องเที่ยวลดลงจากสถานการณ์ชายแดน รวมถึงกำลังซื้ออ่อนตัวจากภาคเกษตรกรรมที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

ดังนั้น ในฐานะที่จันทบุรีเป็นศูนย์อัญมณี ภาครัฐต้องเร่งสนับสนุนการหาตลาดใหม่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ดูไบ ตะวันออกกลาง และการเร่งนำเข้าวัตถุดิบ โดยเร่งเจรจาความร่วมมือการค้าขายกับประเทศที่ยังไม่เปิดทำเหมือง เช่น คองโก มาดากัสการ์ เป็นต้น