เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2569 คาร์นีย์ (Kearney) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก และ Egon Zehnder บริษัทที่ปรึกษาด้านการสรรหาผู้บริหารระดับสูง ออกมาส่งสารร่วมกันว่าการพัฒนาผู้นำสตรีไทย คือหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจของประเทศในระยะยาว
ทั้งสองบริษัทเน้นย้ำว่า วันสตรีสากลปีนี้เป็นทั้งการเฉลิมฉลองและเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้กลายเป็นการลงมือทำ ภายใต้แนวคิด “Rights. Justice. Action. For ALL Women and Girls.”
แม้ผู้หญิงไทยจะพิสูจน์ศักยภาพในระดับผู้นำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันสตรีที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในประเทศไทยมีเพียงประมาณ 19% ขณะที่ค่าเฉลี่ยในยุโรปอยู่ที่ราว 30-40% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าช่องว่างดังกล่าวเกิดจากข้อจำกัดเชิงระบบ ไม่ใช่ข้อจำกัดด้านความสามารถ
งานวิจัยของคาร์นีย์ชี้ว่า ความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในองค์กรช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและเพิ่มผลิตภาพได้อย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มสัดส่วนสตรีในตำแหน่งผู้มีอำนาจตัดสินใจ จึงไม่ใช่เรื่องของความเท่าเทียมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพแรงงานและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศบนเวทีอาเซียนและเวทีโลก
IGNITE Thailand
เพื่อตอบโจทย์นี้ คาร์นีย์และ Egon Zehnder ได้พัฒนาโครงการ IGNITE Thailand ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม โดยดำเนินงานผ่านกรอบแนวคิด R.A.I.S.E. ซึ่งครอบคลุมการยกย่องและเชิดชูความสำเร็จ การผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก การแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก การสนับสนุนผ่านระบบพี่เลี้ยง และการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำ
โครงการได้สร้างเครือข่ายผู้นำข้ามอุตสาหกรรมผ่านกิจกรรมพัฒนาภาวะผู้นำและการจับคู่ที่ปรึกษากับผู้เข้าร่วมจากองค์กรชั้นนำ ทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์, ไมโครซอฟท์, โคคา-โคลา และ ปตท. เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนด้านภาวะผู้นำสตรีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ลีโอน่า มนูญพงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานงาน IGNITE Thailand และพรินซิเพิล บริษัท Kearney ประเทศไทย อธิบายว่า โครงการได้แปลงความตั้งใจให้เกิดเป็นการดำเนินงานที่จับต้องได้ผ่านการสร้างระบบนิเวศผู้นำหญิงที่เข้มแข็ง และเชื่อมต่อผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
เครือข่ายผู้นำสตรีไทย
IGNITE Thailand ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำธุรกิจหญิงชั้นนำในฐานะคณะที่ปรึกษา ได้แก่ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), กลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่
นวลพรรณ ล่ำซำ นอกเหนือจากบทบาทในภาคธุรกิจ ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันบทบาทของผู้หญิงในวงการกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลไทย ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ เธอมองว่า IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้หญิงก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้มากขึ้น
ขณะที่ วัลยา จิราธิวัฒน์ มองว่า IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมพลังและสร้างเครือข่ายผู้นำสตรีจากหลากหลายอุตสาหกรรม และเนื่องในวันสตรีสากล ได้เน้นย้ำว่า เมื่อผู้หญิงก้าวหน้า สังคมก็จะก้าวหน้าตามไปด้วย

ด้าน กลอยตา ณ ถลาง ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมในเวทีระดับโลก อย่าง World Economic Forum เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กร เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ มุมมองที่หลากหลาย และพลังสนับสนุนร่วมกัน ให้ผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกและมีความรับผิดชอบได้
นอกจากนี้ เธอยังมองว่าโครงการต่าง ๆ เช่น IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม และเร่งพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และ มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย โดยช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดและเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกได้มากขึ้น มองว่า IGNITE Thailand เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้หญิงก้าวสู่บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

และเนื่องในวันสตรีสากล ปัจจุบันผู้หญิงเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และธุรกิจออนไลน์ การเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการเปิดโอกาสด้านความเป็นผู้นำให้กับผู้หญิง จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต
ท้ายนี้ สิทธารถะ ปาตัก พาร์ตเนอร์บริษัท Kearney กล่าวสรุปว่า ในวันสตรีสากล การพัฒนาศักยภาพผู้หญิงไทยมิใช่เพียงแนวคิด แต่เป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพทุนมนุษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
การลงทุนพัฒนาผู้นำหญิงในวันนี้ คือการวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็ง ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และมีขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกในอนาคต