เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ดูทั้งหมด

ก.พลังงานหนุนชุมชนลดใช้พลังงาน ผ่านโครงการ ‘กินพี่..แล้วหมีหนาว’

06 มี.ค. 2569 | 18:12น.

กระทรวงพลังงาน เดินหน้าส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน สามารถเข้าถึงการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อลดภาระต้นทุนการผลิต อันจะนำมาสู่การเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” เป็นอีกหนึ่งในโครงการเป้าหมายที่นำแนวคิดพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าท้องถิ่น และต่อยอดสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วประเทศ

ซึ่งในปี 2569 เป็นปีแรกของการขยายผลทางการตลาดในผลิตภัณฑ์ชุมชนโลว์คาร์บอน ที่ผ่านการรับรองรับการลดใช้พลังงาน และเป็นสินค้าโลว์คาร์บอน ผู้ซื้อสามารถสังเกตได้ที่ ตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน” ที่อยู่บนกล่อง หรือซองบรรจุภัณฑ์

การขับเคลื่อนการจัดการพลังงานในระดับชุมชนของกระทรวงพลังงานที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญกับ “ต้นทาง” ของกระบวนการผลิต ผ่านการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าในพื้นที่ การดำเนินงานนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต แต่ยังมีส่วนสำคัญในการลดการใช้พลังงานฟอสซิล เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจฐานรากและการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

14 หมวดสินค้าชุมชนติดตราลดใช้พลังงาน

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยการมอบตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” เพื่อรับรองว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เพียงมีคุณภาพตามมาตรฐาน แต่ยังมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน

กลุ่มวิสาหกิจที่จะได้รับตราสัญลักษณ์รับรอง จะต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในประเทศ เช่น อย. OTOP หรือ GMP 2) มีการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับสินค้าแต่ละชนิด 3) มีกระบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในช่วงที่กำหนด และ 4) มีการนำของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันมีกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 706 กลุ่มทั่วประเทศ และมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการประเมินและได้รับตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีการอบแห้งและโซลาร์เซลล์มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อช่วยลดของเสียและลดระยะเวลาในการผลิต ซึ่งหากกระบวนการผลิตผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้รับการติดตราสัญลักษณ์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ซึ่งครอบคลุม 14 หมวด ได้แก่ กล้วยตาก ข้าวแตน ข้าวฮาง กะปิ กล้วยกรอบ ข้าวเกรียบ ผ้าไหมทอมือ กาแฟ ผลไม้กวน กระยาสารท สุรากลั่นชุมชน แคบหมู ผ้ามัดย้อม และผลไม้หยี

ดันสินค้าชุมชน ผ่านแคมเปญ “กินพี่…แล้วหมีหนาว”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชุมชนจะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ แต่ความท้าทายสำคัญคือ “การขยายช่องทางจำหน่าย” เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุดทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อต่อลมหายใจของผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ให้ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ล่าสุด กระทรวงพลังงานได้เดินหน้าสนับสนุนในส่วนของ “ปลายทาง” ด้วยการจับมือกับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (มาตรา 7) ได้แก่ OR, PTG, บางจาก, เชลล์, และ คาลเท็กซ์ เปิดพื้นที่ในร้านค้าและร้านกาแฟภายในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” เพราะกลุ่มผู้ค้าเหล่านี้มีเครือข่ายร้านค้ากระจายทั่วประเทศ สามารถนำสินค้าชุมชนไปวางจำหน่ายในมินิมาร์ตของแบรนด์เหล่านี้ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้สินค้าเข้าถึงมือผู้บริโภคได้มากขึ้น และส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น

อีกทั้งยังสามารถสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์ว่า ทุกการอุดหนุน “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” นอกจากจะได้สนับสนุนสินค้าฝีมือคนไทยแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน อุณหภูมิเย็นลงจน “หมีขั้วโลกหนาวขึ้น”

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน ภายใต้แบรนด์ “หมีหนาว” มีจำนวนมากถึง 140 รายการ โดยในช่วงนำร่อง มีสินค้าชุมชนกว่า 20 รายการเข้าวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าในสถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ร้านไทยเด็ด ร้าน Jiffy ในเครือ OR 176 สาขา, ร้าน PT Maxmart และกาแฟพันธุ์ไทยในเครือ PTG กว่า 100 สาขา, ร้าน Shell Café 5 สาขาในกรุงเทพฯ รวมถึงสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ (จ.อุดรธานี), และร้านอินทนิล (เครือบางจาก)

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงานและโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจหลักของกระทรวงคือการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้าไปช่วยยกระดับกระบวนการผลิตของวิสาหกิจชุมชน เพื่อลดต้นทุนและลดการใช้พลังงานฟอสซิล โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้ชุมชน แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“โครงการนี้มุ่งส่งเสริมสินค้าชุมชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ค้าน้ำมันแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero อีกด้วย

ตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว

หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ผู้ผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบรนด์ “ควีน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ในกระบวนการผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์ขนาด 100 กรัม ปล่อยก๊าซ CO₂ เพียง 0.119 กิโลกรัม CO₂ เทียบเท่า เป็นสินค้ารักษ์โลกที่ถูกคัดเลือกเพื่อจำหน่ายในร้าน PT MaxMart ในสถานีบริการน้ำมัน PT กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และร้านไทยเด็ด ของ PTTOR ปัจจุบันสร้างรายได้เฉลี่ย 2.5 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมี “ลำไยอบแห้ง” จากวิสาหกิจชุมชนลำไยแปลงใหญ่ หมู่ 7 อ.สามเงา จ.ตาก ซึ่งปรับเปลี่ยนมาใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์เช่นกัน (ผลิตภัณฑ์ 1 ห่อ ขนาด 50 กรัม ปล่อยก๊าซ CO₂ เพียง 0.035 กิโลกรัมCO₂ เทียบเท่า) และได้ขยายช่องทางจำหน่ายในร้านกาแฟพันธุ์ไทย ของสถานีบริการน้ำมัน PT ทั่วประเทศ มียอดจำหน่ายในปี 2568 รวม 1,052,880 บาท

ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อได้รับการยกระดับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และมีตลาดรองรับที่ชัดเจน สินค้าชุมชนสามารถขยายตลาดและมีรายได้เพิ่ม และสามารถขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศ

นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในปี 2569 กระทรวงพลังงานพร้อมเดินหน้าส่งเสริม “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” ทั่วประเทศ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น ในฐานะสินค้ารักษ์โลก โดยเดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันและพันธมิตรอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น

จากต้นทางการผลิตในชุมชนท้องถิ่น สู่ช่องทางจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งที่เชื่อมพลังงานสะอาดกับเศรษฐกิจฐานรากเข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงตลาดกับผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม