เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

จับจังหวะตลาด AI – Healthcare เมื่อการสูงอายุในบ้านและการรักษาเชิงรุกเป็นเทรนด์ใหญ่ 

27 มี.ค. 2569 | 15:17น.

รายงาน HealthTech Outlook 2026 เผยแนวโน้มทั่วโลกมีการใช้จ่ายเพื่อการรักษาเชิงรุก (Preventive Care) เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เทรนด์การสูงอายุต้องการเทคโนโลยีในบ้าน ขณะที่ประเทศไทย รายจ่ายสุขภาพคิดเป็น 4.5% ของ GDP แต่เพียง 10-11% ของงบที่ใช้ไปกับ Preventive Care

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ได้เผยแพร่รายงาน A Global Investor Perspective: HealthTech Outlook 2026 แนวโน้มเทคโนโลยีสุขภาพ ซึ่งเผยให้เห็น โอกาสในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสุขภาพ (Healthtech) กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2026 โดยมีทิศทางการลงทุนที่เน้นความยั่งยืนและการสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง

โดยการเปลี่ยนแปลง 5 ด้านหลัก ที่ต้องจับจังหวะและโอกาสการลงทุน ได้แก่

1. การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการป้องกันเชิงรุก (Preventive Care)

การป้องกันไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความยั่งยืนทางการเงินของระบบสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า ทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 7-10 ดอลลาร์ โอกาสของนักลงทุนจึงอยู่ที่การมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยในการคัดกรองที่แม่นยำและเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะกลุ่มโรคยอนิยมอย่างเบาหวาน ตัวอย่างในตลาดตอนนี้ เช่น PocDoc แพลตฟอร์มตรวจเลือดผ่านสมาร์ทโฟนที่ให้ผลรวดเร็วและเชื่อมต่อกับระบบดูแลสุขภาพโดยตรง

DiaMonTech เทคโนโลยีตรวจระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด ซึ่งช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างมีพลัง

2. นิยามใหม่ของการสูงวัย จาก Lifespan สู่ Healthspan

ด้วยโลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2050 ประชากรโลกถึง 22% จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป นักลงทุนควรมุ่งเน้นไปที่โซลูชันที่ช่วยขยายช่วงเวลาที่คนมีสุขภาพแข็งแรง (Healthspan) แทนการเพียงแค่ยืดอายุขัย

ส่วนที่น่าจับตา คือ เทคโนโลยียืดอายุในบ้าน Aging in Place เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างปลอดภัย เช่น เซ็นเซอร์เรดาร์ไร้สัมผัสของ Vayyar หรือการจัดการผู้ป่วยทางไกลของ Biofourmis ซึ่งลดการกลับมานอนโรงพยาบาลได้ถึง 70%

ประเทศไทยจะเป็น “Super-aged Society” ภายในปี 2033 ซึ่งคาดว่าการใช้จ่ายของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นถึง 1.6 เท่า

3. การใช้งาน AI ที่สร้างมูลค่าจริง (Workflow & Clinical AI)

เงินทุนในปี 2025 เริ่มกระจุกตัวในดีลขนาดใหญ่ (Mega deals) ที่พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีสามารถขยายผลได้จริง โอกาสอยู่ที่การนำ AI มาใช้เพื่อ “เสริมระบบเดิม” หรือ “ออกแบบระบบใหม่” ได้แก่

Clinical Intelligence AI ที่ช่วยตัดสินใจทางคลินิก เช่น Viz.ai ที่ช่วยย่นระยะเวลาการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในโรงพยาบาลกว่า 2,000 แห่ง หรือ Operational AI เครื่องมือลดภาระงานเอกสาร เช่น Abridge ที่แปลงบทสนทนาแพทย์-ผู้ป่วยเป็นบันทึกเวชระเบียน ช่วยลดภาวะหมดไฟของบุคลากร

4. สุขภาพผู้หญิง (Femtech): ตลาดที่ถูกมองข้ามแต่เติบโตสูง

การลงทุนในนวัตกรรมด้านสุขภาพผู้หญิงในปี 2024 สูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 55% จากปีก่อนหน้า แม้ผู้หญิงจะเป็นผู้ตัดสินใจด้านสุขภาพกว่า 80% แต่กลับมีงบ R&D สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะน้อยกว่า 5% ของงบสุขภาพทั้งหมด นี่จึงเป็น “The Next Frontier” ที่มีช่องว่างทางการตลาดขนาดใหญ่ เช่น อุปกรณ์รักษาภาวะมวลกระดูกต่ำอย่าง OsteoBoost แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพผู้หญิงครบวงจรอย่าง Maven ซึ่งเป็นระดับ Unicorn

5. วิกฤตสุขภาพจิตและรูปแบบการบริการใหม่

สุขภาพจิตเป็นสาขาที่ได้รับเงินลงทุนสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งวิทยาในปี 2025 โอกาสอยู่ที่การสร้างระบบนิเวศการดูแลสุขภาพจิตดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-end) ที่มีนายจ้างเป็นผู้สนับสนุนสวัสดิการ เช่น

Spring Health หรือ Lyra ที่ใช้ AI ในการคัดแยกเคสและวัดผลการรักษาที่ชัดเจนเพื่อพิสูจน์ความคุ้มค่าแก่ผู้จ่ายเงิน

โอกาสในไทย ปัจจุบันไทยขาดแคลนจิตแพทย์อย่างหนัก (มีเพียง 1.3 คนต่อแสนประชากร) จึงเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพที่มีบริการอย่าง Ooca หรือ Friday Clinic ในการเข้ามาปิดช่องว่างนี้

ในปี 2026 ทุนจะไหลไปหาแพลตฟอร์มที่สามารถดูแลประชากรกลุ่มเสี่ยงนอกโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนจากการจ่ายเงินตามจำนวนครั้งที่รักษา (Fee-for-service) ไปสู่ การจ่ายเงินตามผลลัพธ์ (Value-based care) โดยเฉพาะในโมเดลที่เชื่อมต่อกับระบบเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ การลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยขยาย Healthspan และจัดการโรคเรื้อรัง (NCDs) ที่บ้านจะกลายเป็นศูนย์กลางของระบบสุขภาพในอนาคต

ประเทศไทย เผชิญวิกฤตค่าใช้จ่ายโรคเรื้อรัง

ประเทศไทยเผชิญกับภาระของโรคเรื้อรัง NCDs ที่รุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 400,000 รายต่อปี

สถานะทางการเงินของระบบสุขภาพไทย รายจ่ายสุขภาพคิดเป็น ~4.5% ของ GDP แม้คนไทย 99% อยู่ในระบบประกันสุขภาพรัฐ (บัตรทอง, ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการ) แต่เพียง 10-11% ของงบประมาณรวมที่ใช้ไปกับการส่งเสริมและป้องกันโรค

 

TDRI คาดการณ์ว่าไทยจะเข้าสู่ภาวะที่มีประชากรอายุเกิน 60 ปีมากกว่า 30% ในปี 2033 ซึ่งจะส่งผลให้ ค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 1.6 เท่า ความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home care) และการออกแบบที่อยู่อาศัย (Universal Design) จะพุ่งสูงขึ้น เป็นโอกาสของ AgeTech ในการใช้ IoT และ Telemedicine เพื่อชดเชยการขาดแคลนสถานดูแลผู้สูงอายุที่มีเพียง 900+ แห่ง เทียบกับ 26 ล้านครัวเรือน

AI ในระบบสุขภาพ การก้าวข้าม Hype สู่ Reality

รายงานดังกล่าวระบุถึงบทบาทและทิศทางของ AI จากที่ AI ถูกคาดหวังสูง (Hype) ว่าจะวินิจฉัยโรคได้เองโดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง (Reality) ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในงานเฉพาะจุดและการสนับสนุนการตัดสินใจของมนุษย์ (Augmented Intelligence)

ในปี 2026 นี้ บทบาทของ AI จะมีลักษณะ Prediction การคาดการณ์ความเสี่ยงจากข้อมูลที่มี Escalation การคัดกรองเคสฉุกเฉินและแจ้งเตือนทีมแพทย์อย่างรวดเร็ว และ Orchestration การจัดการลำดับคิวงาน (Worklist) และเส้นทางการดูแลผู้ป่วย (Pathway) ทั้งระบบ

ตัวอย่างเช่น Viz.ai ระบบ AI ที่ตรวจจับภาวะฉุกเฉินจากภาพถ่ายทางการแพทย์และเปิดใช้งานกระบวนการดูแลทันที (แจ้งทีมแพทย์เฉพาะทางและจัดคิวผ่าตัด) ซึ่งปัจจุบันใช้งานในโรงพยาบาลเกือบ 2,000 แห่งในสหรัฐฯ ช่วยลด “นาทีที่เสียไป” และย่นระยะเวลา Time-to-treatment อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม AI จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อระบบข้อมูลสุขภาพเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์และมีความน่าเชื่อถือจากประชาชน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) Health Tech