Skip to content

“ออมสิน-ธอส.” โชว์กำไรอู้ฟู่ ธนาคารรัฐเข็นผลงานสนองนโยบายรัฐ

02 ส.ค. 2561 | 10:30น.
“ออมสิน-ธอส.” โชว์กำไรอู้ฟู่ ธนาคารรัฐเข็นผลงานสนองนโยบายรัฐ

4 แบงก์รัฐโกยกำไรครึ่งปีแตะ 3 หมื่นล้านบาท “ออมสิน-ธอส.” อู้ฟู่สุด ส่วนทิศทางครึ่งปีหลังเดินหน้าสานนโยบายรัฐ “ชาติชาย” เร่งปล่อยกู้เอสเอ็มอี/ช่วยลูกหนี้นอกระบบ-ผู้มีรายได้น้อย ฟาก “ฉัตรชัย” หนุนปล่อยกู้บ้านคนไทย 3 กลุ่ม ด้าน ธพว.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่ออีก 3 หมื่นล้านบาทในครึ่งปีหลัง ส่วน ธสน.รับอานิสงน์ส่งออกโตดีหนุนขยายฐานปล่อยกู้เอสเอ็มอีส่งออกเพิ่มอีกกว่า 1%

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 2561 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานแล้ว 14,000 ล้านบาท ซึ่งหากรวมการขายหุ้น บมจ.ไออาร์พีซี อีกกว่า 7,300 ล้านบาท ก็จะมีกำไรรวมกว่า 21,000 ล้านบาท โดยการปล่อยสินเชื่อเติบโตได้กว่า 1% ปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.03 ล้านล้านบาท เพิ่มจาก ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 2.01 ล้านล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 2.34% เพิ่มจาก ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 2.05% ซึ่งถึงสิ้นปีนี้จะควบคุมระดับ NPL ไม่ให้เกิน 2.3-2.6%

ทั้งนี้ ในช่วงที่เหลือจะเน้นขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีรายย่อย และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มตามนโยบายรัฐที่กำหนดให้ช่วยเหลือ อาทิ การช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ การปล่อยสินเชื่อผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น ส่วนสินเชื่อครู ปัจจุบันแบงก์ไม่ได้เพิ่มสัดส่วนการปล่อยกู้กลุ่มนี้ ทำให้แต่ละปีสินเชื่อคงค้างส่วนนี้จะลดลง ปัจจุบันเหลือ 15,000-16,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ยืนยันว่ากลุ่มครูยังเป็นกลุ่มที่ชำระหนี้ดีมาโดยตลอด

“คาดว่าสิ้นปี 2561 ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือโต 4-4.5% โดยผลประกอบการครึ่งปีหลังก็น่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ได้ ส่วนการตั้งสำรองเพิ่มเติมช่วงนี้ยังไม่จำเป็นมากนัก เนื่องจากแบงก์มีการตั้งสำรองหนี้เพียงพอแล้ว โดยปัจจุบันมีการตั้งสำรองที่ 120-130% อยู่แล้ว” นายชาติชายกล่าว

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวว่า ครึ่งปีแรก ธพว.มีกำไรก่อนหักตั้งสำรองประมาณ 1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 20,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ราว 100,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อใหม่อีก 30,000 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และการที่ธนาคารได้นำแพลตฟอร์ม “SME D BANK” มาเป็นเครื่องมือให้บริการลูกค้าผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งน่าจะช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อทั้งปีได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 50,000 ล้านบาท (รวมเงินของกองทุนเอสเอ็มอี)

ทั้งนี้ จะมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อ 2 โครงการ คือ สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 และสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาวเป็นหลัก โดยคาดหวังว่าจะขยายสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอีได้เพิ่มเป็นหลักล้านราย

“ครึ่งปีแรกกำไรจากการดำเนินงานของเราเท่า ๆ กับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เพราะเราไม่ได้แสวงหากำไรสูงสุด และปีนี้เราปล่อยสินเชื่อโดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงเพื่อช่วยลูกค้า โดยสินเชื่อที่ปล่อยหลัก ๆ ก็มาจากสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 กับสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว” นายมงคลกล่าว

นายมงคลกล่าวอีกว่า ส่วนหนี้ NPL อยู่ที่ประมาณ 18% หรือราว 18,000 ล้านบาท โดยการแก้ปัญหา NPL ในปีนี้ ธนาคารได้เร่งกระบวนการขายทอดตลาดหนี้เก่าที่ค้างเกิน 15 ปี ประมาณ 5,200 ล้านบาท และฟ้องล้มละลายลูกหนี้อีกราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้านี้จะทำให้ NPL ลดเหลือต่ำกว่า 10% ได้ ขณะเดียวกันปีนี้ ธพว.มีแผนตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต ตลอดจนเตรียมพร้อมสำหรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) โดยจะใช้เงินจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุญาตให้ตีมูลค่าอาคารสำนักงานใหญ่เข้าเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 ประมาณ 556 ล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ครึ่งปีแรก ธอส.มีกำไรสุทธิ 6,439 ล้านบาท โดยปล่อยสินเชื่อปล่อยใหม่ได้ 105,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 53.67% คิดเป็น 85,263 บัญชี ทั้งนี้ เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางถึง 51,482 ราย

โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,070,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.62% มีสินทรัพย์รวม 1,137,871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.10% เงินฝากรวม 920,248 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.25% มีหนี้ NPL จำนวน 47,208 ล้านบาท คิดเป็น 4.41% เพิ่มขึ้น 0.20% จาก ณ สิ้นปี 2560 ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ 14.53%

“ในครึ่งปีหลังธนาคารพร้อมร่วมมือพันธมิตรสนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามนโยบายรัฐบาล ในการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย/ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มที่เริ่มครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุ” นายฉัตรชัยกล่าว

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกของปี 2561 ธสน.มีกำไรสุทธิ 754 ล้านบาท มีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 96,477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จำนวน 11,087 ล้านบาท หรือ 12.98% แบ่งเป็น สินเชื่อเพื่อการค้า 31,538 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อการลงทุน 64,939 ล้านบาท และมีเงินให้สินเชื่อคงค้างแก่ SMEs อยู่ที่ 32,968 ล้านบาท

สำหรับ NPL ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2561 อยู่ที่ 3.39% ลดลง 0.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการที่ ธสน.เน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น ส่วนเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 8,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 759 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2560 โดยเป็นสำรองหนี้พึงกันตามเกณฑ์ ธปท. 3,912 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่อสำรองหนี้พึงกัน 222.61% ทำให้แบงก์ยังคงดำรงฐานะการเงินที่มั่นคง

“ครึ่งหลังการส่งออกยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง ซึ่ง ธสน.ได้ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีให้ถึง 11% จาก ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2561 อยู่ที่ 9.81% หรือเพิ่มขึ้นอีก 1.11%” นายพิศิษฐ์กล่าว