True IDC วางศิลาฤกษ์ โปรเจ็กต์ ดาต้าเซ็นเตอร์ 7.7 หมื่นล้าน 250MWh
True IDC ชูยุทธศาสตร์ “Security Economy” วางศิลาฤกษ์เมกะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 250 เมกะวัตต์ ในเขต EEC ใต้งบ BOI กว่า 7.7 หมื่นล้านบาท โครงการเฟสแรกมีกำหนดพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2570
นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด (True IDC) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เปิดเผยว่าจากรายงานของศูนย์วิจัยกรุงศรีในช่วงปี 2569- 2571รายได้จากบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์จะมีแนวโน้มเติบโตในอัตราเฉลี่ย 6.8% ต่อปี ส่งผลให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตตามไปด้วย
“อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบันความคล่องตัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับความมั่นคงเชิงรุกในทุกสถานการณ์ เราจึงมุ่งมั่นให้ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งความมั่นคงปลอดภัย (Security Economy) ไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอิสรภาพทางเทคโนโลยี ปกป้องข้อมูลสำคัญของชาติและทำให้ระบบของภาครัฐและเอกชนดำเนินงานได้อย่างไม่หยุดชะงัก”
โดย True IDC ได้เริ่มเดินหน้าขยายอาณาจักรดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ล่าสุดบนทำเลเชิงยุทธศาสตร์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการเมกะโปรเจกต์นี้เป็นหนึ่งในโครงการที่ True IDC ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ารวมกว่า 77,000 ล้านบาท
เพื่อขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจแห่งความมั่นคงปลอดภัย’ (Security Economy) เสริมสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัลและเอไอเต็มรูปแบบ โดยโครงการเฟสแรกมีกำหนดพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2570
ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI Hyperscale แห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของระบบคลาวด์ระบบดิจิทัล และระบบเอไอโดยเฉพาะมีศักยภาพการรองรับการขยายตัวของกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 250
เมกะวัตต์ โดดเด่นด้วยการใช้สถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์เต็มรูปแบบ (Full Modular Architecture) และกลยุทธ์แพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมใช้ (Platform Play) ซึ่งช่วยให้สามารถก่อสร้าง วางระบบ
และส่งมอบบริการสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วกว่าที่เคย

นอกจากนี้ True IDCยังได้นำความเชี่ยวชาญจากการให้บริการกลุ่มผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Hyperscaler) ทั้งจาก US และ China รวมถึงนำประสบการณ์จากการเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายแรกในไทยที่สามารถจัดเก็บดูแลระบบประมวลผลขั้นสูงของ GPU รองรับการทำเอไอ เข้ามาประยุกต์ใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่นี้ อีกทั้งยังวางสถาปัตยกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า
แต่ยังลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและการบำรุงรักษา มุ่งเน้นความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และสร้างสมดุลด้านการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนด้วยการกำหนดเกณฑ์ ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า (Power Usage Effectiveness: PUE) ที่ดีที่สุด