เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
Politics อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
News สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
“พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
Economic “พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
ไฮไลท์ประชาชาติ แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
Biz Movement 10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
Economic สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
Economic คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
“ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
News “ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
Economic ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
ดูทั้งหมด

4 ก้าวจัดพอร์ต ‘เงินเย็น’ สู้ความผันผวนและเงินเฟ้อ

25 เม.ย. 2569 | 09:01น.
4 ก้าวจัดพอร์ต 'เงินเย็น' สู้ความผันผวนและเงินเฟ้อ
ผู้เขียน : ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth

อากาศที่ร้อนอบอ้าวในเดือนเมษายนยังไม่เท่ากับความร้อนแรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กำลังทำให้นักลงทุนหลายท่านเกิดความร้อนอกร้อนใจ พร้อมกับตั้งคำถามว่า “สถานการณ์แบบนี้ เราควรทำอย่างไรกับพอร์ตดี?”

ในฐานะผู้บริหารกองทุน ผมมักจะบอกเสมอว่า ท่ามกลางเสียงไซเรนและข่าวร้าย หากเราถอยหลังกลับมามองภาพรวมอย่างมีสติ เราจะเห็น “โอกาส” ที่ซ่อนอยู่ใน “วิกฤต” เสมอ วันนี้ผมจึงอยากชวนทุกท่านมานั่งลง ทำใจให้สบาย ๆ แล้วพูดคุยกันถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแบบเข้าใจง่าย ๆ พร้อมวิถีการรับมือฉบับมืออาชีพครับ

อัพเดตสมรภูมิโลก: เกิดอะไรขึ้นบ้างในสงครามล่าสุด?

ก่อนอื่นผมจะขอฉายภาพรวมของสงครามในขณะนี้ที่เรียกได้ว่าผันผวนและคาดเดาได้ยากมากครับ โดยมี 2 สมรภูมิหลักที่เราต้องจับตา:

● สมรภูมิเลบานอน-อิสราเอล: ล่าสุดเราได้เห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ใช้ “อำนาจเหนือ” ผ่านการประกาศหยุดยิงผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว บีบให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอลต้องยอมถอยและระงับการโจมตีเลบานอนแบบมัดมือชก ซึ่งถือเป็นการโชว์พาวเวอร์ของทรัมป์ในการเป็นผู้ควบคุมเบ็ดเสร็จ เพื่อปูทางไปสู่ดีลสันติภาพวงกว้าง

● สมรภูมิอิหร่าน-สหรัฐ: ฝั่งนี้สถานการณ์พลิกไปพลิกมาตลอดเวลาครับ แม้ตอนแรกจะมีความหวังว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวรชั่วคราวเป็นเวลา 10 วันตามที่ประกาศไว้ เมื่อวันศุกร์ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงอิหร่านก็พลิกเกมประกาศปิดช่องแคบอีกครั้ง ทรัมป์จึงตอบโต้ด้วยการสั่งยึดเรือสินค้าของอิหร่าน และขู่จะถล่มโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงไฟฟ้าและสะพาน ทำให้อิหร่านปฏิเสธการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ ปัญหาหลักคืออิหร่านตอนนี้มีผู้คุมอำนาจหลายฝ่าย (Multi-Principal Problem) ทำให้การตัดสินใจไม่เป็นเอกภาพครับ

2.ผลกระทบต่อโลกการลงทุน: เมื่อตลาดหุ้นเต้นรำตามหน้าข่าว

จากเหตุการณ์ความวุ่นวายเหล่านี้ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดแบ่งเป็น 2 มิติครับ คือ “เศรษฐกิจจริง” และ “ตลาดการลงทุน”

ในฝั่งของเศรษฐกิจจริง การปิดล้อมและการปะทะในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกและก๊าซธรรมชาติผันผวนอย่างหนัก ต้นทุนการขนส่งและราคาปุ๋ย (ยูเรีย) พุ่งสูงขึ้นปรี๊ด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผ่านไปเป็น “อัตราเงินเฟ้อ” และทำให้ค่าครองชีพแพงขึ้นในที่สุดครับ

แต่ในฝั่งของตลาดการลงทุน ตลาดหุ้นมักจะ “ซึมซับข่าวร้าย” ตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มมีการยิงกัน หลังจากนั้นตลาดจะเริ่มตั้งหลักได้ ความผันผวนที่เราเห็นมักมาจากการที่นักลงทุนพยายามคาดเดาจังหวะและ “คำขู่” ของผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักจะใช้ยุทธวิธีขู่ให้กลัวสุดขีดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเจรจา (The Art of the Deal) พอถึงเวลาที่คลี่คลาย ตลาดก็จะดีดกลับขึ้นมาทันที ทำให้การกะเก็งกำไรระยะสั้นทำได้ยากมากครับ

3.คัมภีร์รับมือความผันผวน: จัดพอร์ตอย่างไรให้รอดและรุ่ง?

เวลาที่เจอกับสงคราม นักลงทุนระดับโลกเขาคิดและทำอย่างไร? ผมขอหยิบยกหลักการและวิธีคิดของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” (Warren Buffett) มาเป็นเข็มทิศให้พวกเราครับ

ก้าวแรก: มองให้ลึกว่า “It’s nothing” (มันจิ๊บ ๆ มาก) คุณปู่บัฟเฟตต์ ผู้เริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ ซึ่งตรงกับช่วง “สงครามโลกครั้งที่ 2” พอดี ท่านผ่านมาแล้วทุกสมรภูมิ เมื่อถูกถามถึงวิกฤตความขัดแย้งในปัจจุบัน ท่านกลับบอกว่า “It’s nothing” เพราะหากเทียบกับวิกฤตระดับโครงสร้างที่ระบบการเงินแทบจะพังทลายอย่างวิกฤตซับไพรม์ (วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์) แล้ว ผลกระทบจากสงครามทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อตลาดหุ้น ถือว่าเบากว่ามากและเป็นเพียงวัฏจักรระยะสั้นเท่านั้น โลกยังคงต้องเดินหน้าต่อไปครับ

ก้าวที่สอง: แยก “เงินฉุกเฉิน” ออกจาก “เงินลงทุน” ก่อนไปรบในตลาดหุ้น คุณต้องป้องกันแนวหลังให้แน่นหนาเสียก่อน ในยุคที่เงินเฟ้ออาจพุ่งสูงจากสงครามพลังงาน การมี “เงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือน” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เมื่อคุณมีเงินก้อนนี้รองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตจริงแล้ว เงินก้อนที่เหลือจะกลายเป็น “เงินเย็น” ที่พร้อมออกไปลงทุนสร้างผลตอบแทนในตลาดที่หุ้นกำลังมีราคาถูก โดยที่คุณไม่ต้องตกใจกลัวจนต้องรีบขายทิ้ง

ก้าวที่สาม: อย่าเดาใจทรัมป์ ให้ใช้ไม้ตาย “DCA” อย่างที่บอกไปครับว่า การกะเก็งจังหวะตลาดในยุคที่เต็มไปด้วยข่าวลวงและการขู่เจรจานั้นอันตรายมาก กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA (Dollar-Cost Averaging) อย่างต่อเนื่อง ในช่วงตลาดขาลงหรือช่วงที่เกิดวิกฤต ถือเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมและ “แทบจะเป็นผู้ชนะเสมอในระยะยาว” โดยมีข้อมูลสถิติและตัวอย่างผลตอบแทนที่น่าสนใจดังนี้:

● เงินเติบโตเกือบเท่าตัวจากวิกฤตสงครามโลก: สถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า หากคุณทำ DCA ตั้งแต่เริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 และลงทุนอย่างต่อเนื่องไปตลอดระยะเวลา 6-7 ปีที่เกิดสงคราม แม้จะไม่ได้มีทักษะการกะเก็งจังหวะแบบเซียนหุ้น แต่ผลลัพธ์คือ เงินลงทุนของคุณสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

● พลิกจากขาดทุน 30-40% กลับมากำไรถึง 50%: มีตัวอย่างจากการลงทุนในพอร์ตหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Thematic) ที่เริ่มต้นลงทุนในช่วงปีที่ตลาดแย่ที่สุด จนพอร์ตติดลบไปถึง 30-40% ในตอนแรก แต่เมื่อนักลงทุนมีวินัยในการทำ DCA ไปเรื่อย ๆ สุดท้าย พอร์ตนั้นก็สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้สูงถึง 50% นอกจากผลตอบแทนที่งอกเงยอย่างชัดเจนแล้ว การทำ DCA ในช่วงตลาดขาลงยังมีข้อดีสำคัญที่ซ่อนอยู่ คือ:

● ไม่ต้องเครียดกับการหาจุดต่ำสุด (Bottom): ไม่มีใครกะเก็งจังหวะตลาดที่ถูกต้องได้เสมอไป การลงทุนแบบ DCA จะช่วยตัดปัญหาเรื่องการกะเก็งจังหวะ หากทำตั้งแต่เริ่มวิกฤตไปจนจบเหตุการณ์ คุณมักจะได้กำไรเสมอ

● ช่วยตัดอารมณ์และลดความกดดัน: การแบ่งเงินก้อนเป็นไม้ ๆ เพื่อทยอยลงทุน (เช่น ทยอยลงทุนทุกเดือนต่อเนื่อง 10 เดือน) จะช่วยลดความเครียดได้ดีกว่าการทุ่มเงินก้อนใหญ่ตูมเดียว ทำให้คุณไม่ถูกความกดดันของตลาดขาลงบีบให้ต้องตกใจขายทิ้ง (Panic Sell)

ผมจึงย้ำเสมอว่า หากคุณมีการเตรียมพร้อมเงินสำรองฉุกเฉินไว้เพียงพอแล้ว การนำ “เงินเย็น” มา DCA อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังตกหนัก ๆ ตั้งแต่เริ่มมีสงคราม และทำอย่างต่อเนื่องไปจนสงครามจบจะถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้เงินลงทุนของคุณงอกเงยและพลิกกลับมากำไรได้อย่างงดงามในระยะยาว แถมยังช่วยตัด “อารมณ์” ออกจากการตัดสินใจด้วยครับ

ก้าวที่สี่: จัดพอร์ตแบบ Core & Satellite เพื่อความสมดุล เพื่อให้พอร์ตแข็งแกร่งในทุกสภาวะ ผมแนะนำให้จัดทัพแบบนี้ครับ:

● พอร์ตหลัก (Core Portfolio): ให้เป็นสัดส่วนหลักของเงินลงทุน โดยเน้นการกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก เช่น กองทุน Global ETF หรือกองทุนแบบผสม ที่มีการถือพันธบัตรอยู่ด้วย (ราว 20%) พันธบัตรจะเป็นตัวช่วยลดแรงกระแทกเวลาตลาดหุ้นตก และมีกลไกนำเงินไปช้อนซื้อหุ้นราคาถูกให้โดยอัตโนมัติ

● พอร์ตรอง (Satellite Portfolio): เป็นพอร์ตเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Alpha) โดยอาจเลือกใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์หาประเทศที่น่าลงทุน (เช่น ญี่ปุ่น หรือจีน) ที่มีหุ้นพื้นฐานดี แต่ราคาตกลงมาถูกเกินจริง (Value Investing) หรือลงทุนในหุ้นกลุ่มเมกะเทรนด์แห่งอนาคต

ผมเชื่อว่าทุกคนได้เรียนรู้แล้วว่า บนเส้นทางการลงทุนระยะยาว 10 ปี หรือ 20 ปี วิกฤตหรือสงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราย่อมต้องเจอวิกฤตใหญ่ ๆ เสมอ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า “ข่าวที่เกิดขึ้น” คือ “การตอบสนองของเรา” หากคุณมีการเตรียมพร้อมทางการเงิน จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และลงทุนอย่างมีวินัยผ่านการ DCA โดยไม่หวั่นไหวไปกับเสียงรบกวนระยะสั้น…

คุณก็จะสามารถปิดจอ แล้วไปใช้ชีวิต เลือกหามุมเหมาะ ๆ นั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ดับร้อนได้อย่างสบายใจ ปล่อยให้เวลาและผลตอบแทนทบต้นทำหน้าที่ของมัน เหมือนที่คุณปู่บัฟเฟตต์พิสูจน์ให้โลกเห็นมาแล้วหลายทศวรรษครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พอร์ตหุ้น เงินเฟ้อ