Skip to content

มัดรวมสินเชื่อ 4 แบงก์รัฐ กู้ได้ 1 แสน-30 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาว มีอะไรบ้าง

22 เม.ย. 2569 | 13:18น.
มัดรวมสินเชื่อ 4 แบงก์รัฐ กู้ได้ 1 แสน-30 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนยาว มีอะไรบ้าง

มัดรวมสินเชื่อ 4 แบงก์รัฐ เปิดให้กู้ดอกเบี้ยพิเศษ ตั้งแต่ 1 แสน ยัน 30 ล้านบาท หนุนคนไทยสู่พลังงานสะอาด ลดภาระราคาน้ำมัน–ค่าไฟ ทั้งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 รถไฟฟ้า EV ติดตั้งโซลาร์เซลล์ เครื่องจักรกล รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่อนยาว 40 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.25-3.50% ต่อปี ยื่นกู้ได้แล้ว

ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ทั่วโลกได้รับผลกระทบปัญหาเศรษฐกิจกันทั่วหน้า โดยเฉพาะจากราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน ที่พุ่งสูงขึ้น

แต่ “ทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสเสมอ” ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กลับมาเป็นโอกาสได้อย่างไร

รัชดา ธนาดิเรก-มัดรวม สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4 แบงก์รัฐ
รัชดา ธนาดิเรก

ล่าสุด นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาครัฐได้เร่งพลิก “วิกฤต” เป็น “โอกาส” เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคู่เสริมความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

โดยได้ออกมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

โดย 4 สถาบันเฉพาะกิจของรัฐ ร่วมกันออกสินเชื่อ ครอบคลุมประชาชน ครัวเรือน เกษตรกร และ SME เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียว ดังนี้

 

แบงก์รัฐ : ซื้อรถ EV – ติดตั้งโซลาร์เซลล์

1. ธอส.ออก 3 แพ็กเกจ “บ้านอยู่เย็นเป็นสุข” สำหรับซื้อ สร้าง หรือปรับปรุงบ้านประหยัดพลังงาน พร้อมติดตั้งพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20% ต่อปี รวมถึงสินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.69% และสินเชื่อโซลาร์รูฟ วงเงินสูงสุด 300,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.90% โดยไม่ต้องจดจำนองเพิ่ม

2.ธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อสีเขียว ครอบคลุมบ้าน รถ และธุรกิจ อาทิ GSB Green Home Loan กู้ได้สูงสุด 110% ผ่อนชำระนาน 40 ปี รวมถึงสินเชื่อ GSB Go Green สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซื้อรถ EV หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และสินเชื่อเพื่อ SME ดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR -0.25%

3.ธ.ก.ส.สนับสนุนเกษตรกรสู่ BCG Model ผ่านสินเชื่อเครื่องจักรกล ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี และสินเชื่อ BCG ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรน ชำระคืนได้สูงสุด 15 ปี พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 12–18 เดือน

4.SME D Bank สนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ผ่อนชำระนาน 10 ปี และปลอดชำระเงินต้น 12 เดือนแรก

“มาตรการสินเชื่อจากทั้ง 4 แบงก์รัฐ ช่วยลดภาระในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน” นางสาวรัชดากล่าว

Soft Loan ออมสิน 1 แสนล้าน

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์
ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ – ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เห็นชอบการออกมาตรการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยมอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนมาตรการทางการเงินเพื่อเติมสภาพคล่องผ่าน โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท

โดยธนาคารออมสินให้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมากแก่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ทุกรายนำวงเงินสินเชื่อนั้นไปปล่อยกู้ต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก ไม่เกิน 3.50% ต่อปี

เป็นไปตามโปรแกรมและเงื่อนไขที่แต่ละธนาคารกำหนด (*ยกเว้นการกู้ซื้อรถ EV) ใน 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ 1) สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง 2) สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และ 3) สินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน

โครงการ GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย

รายละเอียดโครงการ

สำหรับผู้ประกอบการ

สามารถกู้ผ่านธนาคารออมสิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการ

1.สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Mitigation) เพื่อเสริมสภาพคล่อง / ลดภาระดอกเบี้ยลูกค้าเดิม / ลงทุน / รีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยว ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ข้อพิพาทชายแดน มาตรการภาษี การแข่งขันทางการค้า รวมถึง Supply Chain วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท

2.สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ
-กรณีสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand) วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท
-กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) วงเงินโครงการ 25,000 ล้านบาท
-กรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท

สำหรับประชาชนทั่วไป

สามารถกู้ผ่านสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ

1.สินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน เพื่อปรับตัวเข้าสู่การดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (Electronic Vehicle: EV) และการปรับปรุงที่พักอาศัย/อาคาร วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งใดก็ได้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยเครดิต ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารออมสิน รวมถึงผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non – Bank) ที่เข้าร่วมโครงการ

“ดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า มี 2 แบบ คือ รถยนต์ ดอกเบี้ยไม่เกิน 5% มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ดอกเบี้ยไม่เกิน 10% ลดต้นลดดอก ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี ส่วนดอกเบี้ย 3.5% เป็น 2 ปีแรกเป็นของสินเชื่ออื่น ๆ ที่เหลือในโครงการ ไม่รวมกรณีรถ EV และมอเตอร์ไซค์ EV”

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า สินเชื่อในโครงการสามารถเริ่มขอกู้ได้ทันที แต่สินเชื่อรถ EV ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง รวมถึง nonbank ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ

ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมดำเนินโครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยนำเงินไปซื้อปุ๋ยและปัจจัยการผลิต บรรเทาผลกระทบจากราคาที่ผันผวนจากสถานการณ์โลก

โดยรัฐบาลจะช่วยชำระดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ต่อปี จากอัตราดอกเบี้ยปกติร้อยละ 6 ส่งผลให้เกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน นับถัดจากวันรับเงินกู้และไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572

สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” มีดังนี้

  1. ต้องผ่านการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น

2. ใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส.กำหนด

3. ใช้พันธุ์/เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส.กำหนดและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

4. สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส.กำหนดโดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส.หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ