เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สุริยะ’ เปิดวอร์รูมน้ำ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ยันไม่ซ้ำวิกฤตปี 54
Economic ‘สุริยะ’ เปิดวอร์รูมน้ำ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ยันไม่ซ้ำวิกฤตปี 54
“กาดสวนแก้ว” ห้างดังเชียงใหม่ ประกาศขาย 2,583 ล้าน หลังปิดตำนาน 4 ปี
Real Estate “กาดสวนแก้ว” ห้างดังเชียงใหม่ ประกาศขาย 2,583 ล้าน หลังปิดตำนาน 4 ปี
การบินไทย แจ้งผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เปลี่ยนวันเดินทางได้ฟรี
Biz Movement การบินไทย แจ้งผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เปลี่ยนวันเดินทางได้ฟรี
ธอส. ออก 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าถูกน้ำท่วมเร่งด่วน ยื่นเรื่องได้ทันที
Finance ธอส. ออก 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าถูกน้ำท่วมเร่งด่วน ยื่นเรื่องได้ทันที
ชัชชาติ ย้ำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทรงตัว หากฝนไม่เติมระลอกใหม่ คาดเย็นนี้คลี่คลาย
News ชัชชาติ ย้ำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทรงตัว หากฝนไม่เติมระลอกใหม่ คาดเย็นนี้คลี่คลาย
โตโยต้า – เลกซัส ช่วยลูกค้า ‘รถน้ำท่วม’ ให้ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50%
Automotive โตโยต้า – เลกซัส ช่วยลูกค้า ‘รถน้ำท่วม’ ให้ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50%
เวียดนามผ่อนเงื่อนไขลงทุนค้าปลีก เปิดช่องต่างชาติสปีดสาขา
Business เวียดนามผ่อนเงื่อนไขลงทุนค้าปลีก เปิดช่องต่างชาติสปีดสาขา
ประกันตีโจทย์ Longevity แก้ปมคนไทยสูงวัย เงินหมดก่อนชีวิต
Finance ประกันตีโจทย์ Longevity แก้ปมคนไทยสูงวัย เงินหมดก่อนชีวิต
กรมทางหลวง เปิดวิ่งฟรี มอเตอร์เวย์ M7 และ M9 บรรเทาผลกระทบน้ำท่วม ถึง 27 ก.ย.นี้
News กรมทางหลวง เปิดวิ่งฟรี มอเตอร์เวย์ M7 และ M9 บรรเทาผลกระทบน้ำท่วม ถึง 27 ก.ย.นี้
“สุรศักดิ์” ห่วงน้ำท่วมกระทบนักท่องเที่ยว สั่งทุกหน่วยดูแลประสานงานช่วยเหลือเร่งด่วน
Economic “สุรศักดิ์” ห่วงน้ำท่วมกระทบนักท่องเที่ยว สั่งทุกหน่วยดูแลประสานงานช่วยเหลือเร่งด่วน
ดูทั้งหมด

ธอส. ไตรมาสแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 50,000 ล้าน หนุนนโยบายรัฐแก้วิกฤตพลังงาน

27 เม.ย. 2569 | 15:24น.
ธอส.

ธอส. โชว์ผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 50,124 ล้านบาท ดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ปลุกอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาลจัดทำสินเชื่อประหยัดพลังงาน ออกมาตรการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยรักษาบ้านให้คนไทย

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทย ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในแถบประเทศตะวันออกกลาง ทาให้ราคาพลังงานปรับเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน

แต่ ธอส. ยังคงบทบาทการเป็นสถาบันการเงินของรัฐ ในการสร้างโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัย และเป็นเครื่องยนต์สาคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากการปล่อยสินเชื่อใหม่ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) สามารถปล่อยได้ 50,124 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 24,395 ราย ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีจำนวน 103,885 ล้านบาท คิดเป็น 5.46% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.31% (ไตรมาส 1/2568 มี NPL อยู่ที่ 5.77%)

ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้การดำเนินงานเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,900,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.52% มีสินทรัพย์รวม 2,057,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% เงินฝากรวม 1,805,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54%

การตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 158,373 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 152.45% สะท้อนถึง ความมั่นคง พร้อมในการรองรับผลกระทบในอนาคต และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 15.50% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดที่ 8.50%

“นอกจากการดำเนินงานตามภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแล้ว อีกบทบาท ธอส. พร้อมเป็น ผู้พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการปล่อยสินเชื่อใหม่ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ในปี 2569 โดย ธอส. ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะสมกับลูกค้า และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) โดยเฉพาะกลุ่ม ที่มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพอิสระ และ Green Finance เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน”

ดร.มหัทธนะ กล่าวอีกว่า ภายใต้สถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธอส. จึงให้ความสำคัญกับการดูแล ช่วยเหลือลูกค้าลดภาระค่าครองชีพ โดยเตรียมกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชาระเงินงวดลดลง ผ่านมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC4) เดือนที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดเพียงเดือนละ 1,000 บาท เดือนที่ 4-6 ลดเงินงวดผ่อนชำระ โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90% +100 บาท และเดือนที่ 7-12 ลดเงินงวดผ่อนชำระ โดยคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 2.90% +100 บาท

สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินงวดเกินกว่าที่กำหนด เงินดังกล่าวจะถูกนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี) และเมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขให้ลูกค้ากลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของสัญญาเดิมต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่องจากมาตรการแก้ไขหนี้ที่ ธอส. มีอยู่ โดยปัจจุบันมีลูกค้าได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการต่าง ๆ แล้วกว่า 32,858 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือกว่า 37,204.66 ล้านบาท

ดร.มหัทธนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธอส. ยังเดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน จึงได้จัดทำสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Roof หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในระยะยาว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus)

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธอส. ยังคงเดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มมีบ้านเป็นของตนเองได้มากขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมทั้งช่วยรักษาบ้านให้คนไทย ได้อย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ 5 Strategic Pillars โดยนำเทคโนโลยี Digital Data และ AI ยกระดับกระบวนการทำงานและพัฒนาการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์

อาทิ โครงการ G H BANK Easy Loan ลูกค้าสามารถขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่าน Application : GHB ALL GEN ครอบคลุมกระบวนการยื่นคำขอกู้ และอนุมัติสินเชื่อผ่านระบบดิจิทัล โดยจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ และช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็วเพื่อการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น

รวมถึงพัฒนาโครงการ Resale Home Ecosystem ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านธุรกิจบ้านมือสอง เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ-ขาย-กู้ที่อยู่อาศัย ได้แบบครบจบในระบบเดียว ปัจจุบันมีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือสองได้กว่า 23% ของเป้าหมายโครงการที่ตั้งไว้ สะท้อนว่า ธอส. สามารถกระตุ้นการซื้อบ้านมือสองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ NPL อย่างยั่งยืน โดย ธอส. ได้ร่วมมือกับกรมบังคับคดี เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหาร NPL แบบครบวงจร ด้วยการบูรณาการฐานข้อมูลและกระบวนการขายทอดตลาดผ่านระบบร่วมกัน ปัจจุบันสามารถจำหน่ายทรัพย์ภายใต้โครงการดังกล่าวรวมกว่า 2,500 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพ ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของธนาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อีกทั้ง ธอส.ยังยกระดับโครงการ NPL Recovery ระยะที่ 2 ต่อยอดระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analysis) ภายใต้การบริหาร จัดการสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ โดยนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการเลื่อนชั้นหนี้ล่วงหน้า

ดร.มหัทธนะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังจัดทำ Dashboard สำหรับบริหารติดตามหนี้เชิงรุก ช่วยลูกค้าวางแผนการผ่อนชำระเงินงวดได้ทันท่วงที ทำให้ลูกค้ารักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ ธอส. เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่บทบาทใหม่ “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน