“ยศชนัน-จุลพันธ์” เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี’69 รับ 8 ข้อเรียกร้องจากตัวแทนแรงงาน พร้อมประกาศเป้าหมายสร้าง “เศรษฐกิจงานดี” ภายใน 4 ปี ขณะที่กระทรวงแรงงานเดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน ยกระดับคุณภาพชีวิตและคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน นายทศพร คูณศรี ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 ยื่นข้อเรียกร้องวันแรงงาน 8 ข้อต่อรองนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีทำบุญพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน ก่อนจะนำผู้บริหาร คณะกรรมการจัดงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เครือข่ายด้านแรงงาน และพี่น้องแรงงาน ร่วมเดินริ้วขบวนวันแรงงานแห่งชาติ โดยเคลื่อนแถวจากแยก จปร. ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปตามถนนราชดำเนินนอก ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
จากนั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติเป็นวันที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้มี 2 มิติ คือ มิติแรก ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและภาระค่าครองชีพ มิติที่ 2 คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ดังนั้นรัฐบาลจะทำงานข้ามกระทรวงโดยมีทุนมนุษย์เป็นแกนกลาง ทั้งกระทรวงแรงงาน ศึกษาธิการ พม. และ อว.จะทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน จากฐานข้อมูลชุดเดียวกันเป็นครั้งแรก หัวใจของการปฏิรูปครั้งนี้คือ “ฐานข้อมูลทักษะแห่งชาติ” ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการทักษะจากฝั่งนายจ้างเข้ากับศักยภาพของกำลังแรงงานในระบบ ภายใต้นโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน”
รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนแรงงานไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผู้สร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ จะยกระดับเกษตรกรสู่ Smart Farmer และกระทรวง พม. จะดูแลให้การคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานนอกระบบที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมัยใหม่แต่ยังขาดหลักประกันที่เพียงพอ
เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้าคือการสร้าง “เศรษฐกิจงานดี” (Good Job Economy) ซึ่งวัดผลจากคุณภาพของการจ้างงาน ความมั่นคงของรายได้ และศักดิ์ศรีการประกอบอาชีพของแรงงานทุกคน

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่พี่น้องแรงงานทุกคนได้ร่วมกันยืนยันถึงพลังและคุณค่าของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่พี่น้องแรงงานต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบถึงวิกฤตพลังงานและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตลอดจนคลื่นเทคโนโลยีและ AI disruption ที่กำลังพลิกโฉมโลกของการทำงาน
กระทรวงแรงงานตระหนักดีว่าเราจะหยุดนิ่งไม่ได้ แต่ต้องรุกไปข้างหน้าเพื่อยกระดับทักษะและคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานกึ่งอิสระ หรือแรงงานแพลตฟอร์ม ให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนเพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยกระทรวงแรงงานจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนผ่าน “5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน” เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่พี่น้องแรงงาน ดังนี้
- ปฏิรูประบบประกันสังคมยุคใหม่ มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีการศึกษาแนวทางการคำนวณบำนาญชราภาพ หรือ สูตร CARE ให้เหมาะสมสอดคล้องกับค่าจ้างตลอดช่วงชีวิต เพื่อสวัสดิการที่มั่นคงของผู้ประกันตน
- พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Demand และ Supply ในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
- คุ้มครองสิทธิเชิงรุก ขับเคลื่อนโครงการ Reskill และ Upskill เพื่อสร้างทางเลือกให้นายจ้างมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรแทนการเลิกจ้าง
- บริหารจัดการโครงสร้างตลาดแรงงาน เร่งขยายโอกาสและเปิดตลาดแรงงานฝีมือในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ
- ยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม พัฒนาฐานข้อมูลและสร้างระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พี่น้องแรงงานได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสวัสดิการอย่างครอบคลุม

สำหรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติในปีนี้มี 8 ข้อ ที่พี่น้องแรงงานยื่นต่อรัฐบาลนั้น ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงเพื่อเป็นหลักประกันในการทำงาน การยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้าย ให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ การปรับปรุงสิทธิประกันสังคม ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเหมาค่าแรง รวมถึงการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม และการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน อาทิ มีบริการจัดหางานกว่า 48,000 อัตรา ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” และการฝึกอาชีพอิสระ ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี และให้คำปรึกษาด้านสิทธิประกันสังคม กิจกรรมบันเทิงการแสดงดนตรี พร้อมอาหารและเครื่องดื่มฟรีสำหรับผู้ร่วมงาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คนด้วย
