กระทรวงศึกษาฯ จีน เพิ่ม 38 สาขา ครอบคลุมด้าน AI สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ
กระทรวงศึกษาธิการจีนเปิดเผยรายชื่อสาขาวิชาใหม่ในระดับปริญญาตรีประจำปี 2026 สำหรับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งหมดจำนวน 38 สาขา ซึ่งจะถูกรวมอยู่ในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อรับกับยุทธศาสตร์ชาติและสนับสนุนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
หลักสูตรปริญญาตรีใหม่จำนวน 38 สาขาดังกล่าว รวมถึงสาขาปัญญาประดิษฐ์ที่มีรูปลักษณ์ (Embodied Intelligence) ตลอดจนสาขาเศรษฐกิจและการจัดการระดับต่ำ (Low-altitude Economy and Management) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการด้านนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ
รายชื่อตัวอย่าง คือสาขาที่กระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยเป่ยหัง (Beihang University) ในกรุงปักกิ่ง
นอกจากนี้ กระทรวงยังได้เพิ่มหลักสูตรปริญญาด้านการผลิตทางชีวภาพ (Biomanufacturing) และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่วนต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-computer Science and Technology) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่ รวมถึงปริญญาด้านวิศวกรรมบูรณาการของพลังงานขนส่ง (Integrated Engineering of Transportation Energy) และหุ่นยนต์ทางการเกษตร (Agricultural Robotics) เพื่อส่งเสริมการยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม ตลอดจนปริญญาด้านการค้าดิจิทัล (Digital Trade) และการเงินดิจิทัล (Digital Finance) เพื่อสร้างรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ ๆ
บัญชีรายชื่อวิชาดังกล่าวยังได้กำหนดหมวดหมู่ สหวิทยาการ ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งประกอบด้วย 11 สาขาวิชาที่มีอยู่เดิม เช่น หุ่นยนต์แห่งอนาคต (Future Robotics) และวิศวกรรมข้ามสายงาน (Cross-Engineering) และอื่น ๆ พร้อมด้วย 4 สาขาวิชาใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ที่มีรูปลักษณ์ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่วนต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของการพัฒนาสหวิทยาการที่เกิดขึ้นใหม่ และการฝึกฝนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถแบบผสมผสานได้ดียิ่งขึ้น และอื่น ๆ
บัญชีรายชื่อฉบับล่าสุดนี้ประกอบด้วยปริญญา 883 สาขา ใน 13 หมวดหมู่ โดยมีสัดส่วนการปรับเปลี่ยนมากกว่าร้อยละ 10 เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างของสาขาวิชาเอกให้ดียิ่งขึ้นตามที่กระทรวงระบุ
ประเทศจีนปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างสาขาวิชาเอกในระดับวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ของประเทศ ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อปีที่แล้ว (2025) มหาวิทยาลัยในประเทศได้เพิ่มหลักสูตรใหม่สำหรับปริญญาตรีจำนวน 10,200 หลักสูตร ในขณะที่มีหลักสูตรที่ถูกยกเลิกหรือระงับไปจำนวน 12,200 หลักสูตร โดยมีอัตราส่วนการปรับเปลี่ยนสะสมรวมมากกว่าร้อยละ 30
ทั้งนี้ ตามรายงานการประชุมสภาของรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว ระบุว่าจีนควรปรับปรุงกลไกการฝึกอบรมบุคลากรผู้มีความสามารถ ส่งเสริมการปฏิรูปมหาวิทยาลัย และการปรับเปลี่ยนสาขาวิชาและภาควิชาอย่างต่อเนื่อง สร้างศูนย์กลางสหวิทยาการระดับชาติ และเสริมสร้างการบ่มเพาะบุคลากรผู้มีความสามารถด้านนวัตกรรมชั้นนำ