Skip to content

เช็ก ขั้นตอน วิธีการ คืนเงินให้ผู้เสียหาย จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

15 พ.ค. 2569 | 15:30น.
เช็ก ขั้นตอน วิธีการ คืนเงินให้ผู้เสียหาย จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เริ่มใช้แล้ว กฎกระทรวง การคืนเงินให้แก้ผู้เสียหายจากอาชญากรรมเทคโนโลยี พ.ศ.2569 ลง ราชกิจจานุเบกษา เปิดช่องยื่นคำร้องขอ/คัดค้าน และขั้นตอนในการพิจารณาคืน/ไม่คืน “เงิน-สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

กฎกระทรวงดังกล่าว ประกาศเมื่อ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา มีผล 90 วันนับจากผระกาศลงราชกิจจาฯ โดยให้ไว้ ณ 25 เมษายน 2569

“ประชาชาติธุรกิจ” แบ่งขั้นตอนและวิธีการเป็น 2 ส่วน คือ 1.ส่วนที่ผู้เสียหาย ต้องทราบและเตรียมตัว 2.ขั้นตอนและวิธีการของหน่วยงานรัฐในการพิจารณาคืนเงินแก่เหยื่อ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจง่าย

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มสามารถอ่านประกาศกฎกระทรวงฯ ฉบับเต็ม

การขอเงินคืนจะเกิดขึ้นเมื่อมีการอายัดหรือระงับ บัญชีธนาคาร กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือธุรกรรมการเงิน อันเข้าข่ายหรือเกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว โดยมี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตำรวจ และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดำเนินการ

เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว สำนักงาน ปปง. (ต่อไปจะเรียก สำนักงาน ตามข้อกฎหมาย) จะประกาศข้อมูลเพื่อให้ผู้เสียหายทราบและดำเนินการยื่นคำขอเพื่อรับเงินคืน

ผู้เสียหาย เหยื่อ จะขอเงินคืนต้องทำอย่างไร

เมื่อ สำนักงาน ประกาศข้อมูลให้ทราบ ประการแแรก ผู้เสียหายจะต้องพิสูจน์ทราบว่าเสียหาย จากการแจ้งความหรือการที่ศาลพิพากษาแล้ว โดยผู้เสียหายต้องยื่นคำขอต่อสำนักงานเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุรายละเอียดที่สำคัญ คือ ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน จำนวนความเสียหาย และจำนวนเงินที่ขอรับคืน หลักฐานแสดงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ได้แก่

(1) หลักฐานการร้องทุกข์ในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการรองทุกข์โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

(2) สำเนาคำพิพากษา ซึ่งศาลวิฉัยให้ได้รับเงินคืนในคดีความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  

สามารถดำเนินการได้หลายช่องทางตามที่สำนักงานกำหนด ได้แก่ ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน หรือสถานที่อื่นที่กำหนด ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงานกำหนด

พนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอและหลักฐาน หากพบว่าข้อมูลไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้เสียหายทราบทันที ถ้าแก้ไขได้ในขณะนั้น หากยังแก้ไม่ได้ให้ดำเนินการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด

เปิดช่องให้ร้องคัดค้าน

การระงับธุรกรรมหรือบัญชีที่เข้าข่ายเอี่ยวอาชญากรรมฯ บางครั้งไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ในบางกรณีบัญชีผู้ใช้ทั่วไปอาจโดนลูกหลงระงับไปด้วย ภายใต้กฎกระทรวงนี้จึงเปิดช่องให้ยื่น “คัดค้าน” การคืนเงินได้ด้วย โดยเปิดช่องให้ “ผู้เกี่ยวข้อง” ได้แก่ เจ้าของบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หมายรวมถึงบุคลอื่นที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับบัญชีเหล่านี้

การยื่นคำขอคัดค้านต้องทำ เป็นหนังสือ เช่นเดียวกับคำร้องขอคืนเงิน โดยระบุรายละเอียดสำคัญ ดังนี
  • ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขหนังสือเดินทาง (ในกรณีบุคคลธรรมดา) หรือชื่อนิติบุคคลและเลขทะเบียนนิติบุคคล
  • ที่อยู่และช่องทางติดต่อ
  • ข้อเท็จจริงและเหตุผล รายละเอียดข้อเท็จจริงและเหตุผลที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์สินในบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่คัดค้านนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี
  • พยานหลักฐานประกอบ โดยเฉพาะเอกสารหรือหลักฐานที่สนับสนุนข้ออ้างว่าทรัพย์สินนั้นได้มาโดยชอบ

ขั้นตอนและช่องทางการยื่นคัดค้าน

“ผู้มีส่วนได้เสีย” ต้องยื่นคำขอคัดค้าน ภายในระยะเวลาที่กำหนด นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (โดยทั่วไปคือภายใน 30 วัน) ผ่านช่องทางการ ยื่นด้วยตนเอง ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุไว้

กระบวนการพิจารณา จะมี การตรวจสอบเบื้องต้น โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและหลักฐาน หากพบว่าไม่ครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้ยื่นดำเนินการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด แล้วจะการสรุปความเห็น โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงที่คัดค้านมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานการกระทำความผิด แล้วจัดทำรายงานความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรม 

และคณะกรรมการธุรกรรม จะเป็นผู้มีคำสั่งวินิจฉัยคำขอคัดค้าน หากเห็นว่าข้อคัดค้านฟังขึ้นและทรัพย์สินไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด คณะกรรมการจะมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือถอนการระงับในส่วนนั้น

ขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ

เมื่อได้รับคำร้องจาก ผู้เสียหาย และ ผู้คัดค้าน เจ้าหน้าที่จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานและทำ “ความเห็น” เสนอต่อเลขาธิการ ปปง. ซึ่งจะนำความเห็นเหล่านั้นไปให้ “คณะกรรมการธุรกรรม” เป็นคนวินิจฉัยตัดสินต่อว่าแต่ละเคสนั้นควรคืนเงินหรือไม่ คืนอย่างไร

ลำดับแรก พนักงานเจ้าหน้าที่จะรวบรวมรายงานผลการตรวจสอบธุรกรรม คำขอรับเงินคืนของผู้เสียหาย และคำคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสีย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้เสียหายจริงหรือไม่ และทรัพย์สินที่ระงับไว้นั้นมีความสัมพันธ์กับการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีอย่างไร เพื่อจัดทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นเสนอต่อ เลขาฯ ปปง.

ในกฎกระทรวงมีระบุ ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้มีไม่เพียงพอต่อความเสียหายทั้งหมด โปรโตคอลกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอความเห็นให้ คืนเงินตามสัดส่วนความเสียหาย ของผู้เสียหายแต่ละราย ทั้งนี้ขึ้้นอยู่กับ คณะกรรมการ

ในส่วนสุดท้าย คือ การวินิจฉัยและออกคำสั่งโดยคณะกรรมการธุรกรรม ว่าจะคืนทรัพย์สิน ชดใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย หรือให้ยกคำขอรับเงินคืน 

ในกรณีที่มีการคัดค้าน คณะกรรมการจะพิจารณาว่าคำคัดค้านนั้นฟังขึ้นหรือไม่ หากฟังขึ้นจะมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินในส่วนนั้นแก่ผู้มีส่วนได้เสียและไม่นำมาจัดสรรคืนให้ผู้เสียหาย โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการต้อง ทำเป็นหนังสือและระบุเหตุผลประกอบ ทั้งในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ใช้ในการตัดสิน

หากผู้เสียหาย หรือผู้คัดค้านการคืนเงิน ไม่เห็นด้วยกับ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการธุรกรรม สามารถยื่นฟ้องต่อ ศาลแพ่ง ภายใน 30 วัน หลังคณะกรรมการส่งหนังสือแจ้งผลพิจารณาและเหตุผลประกอบแล้ว ซึ่งหากมีการฟ้องศาลแพ่ง สำนักงาน จะระงับการดำเนินการคืนเงิน//ไม่คืนเงิน ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการธุรกรรมไว้ก่อน จนกว่าศาลจะตัดสินถึงที่สุด

เนื้อหาเหล่านี้เรียบเรียงจากกฎกระทรวงฉบับเต็ม โปรดศึกษาเพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บัญชีม้า อาชญากรรมไซเบอร์