เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ส่อง 10 ไฮไลต์ ครบรอบ 4 ปี เมืองหลวงในมือ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

18 พ.ค. 2569 | 21:34น.
ส่อง 10 ไฮไลท์ ครบรอบ 4 ปี เมืองหลวงในมือ 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์'

ส่องผลงานครบรอบ 4 ปี ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) บนฐานประชากรรวมประชากรแฝงกว่า 10 ล้านคน สะท้อนความเปลี่ยนแปลงผ่านยุทธศาสตร์ “เส้นเลือดฝอย”  แทนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่

บทความนี้ ประชาชาติธุรกิจสรุปการเปลี่ยนแปลงและสถิติสะสมจากศูนย์ข้อมูลกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ทำได้จริงควบคู่กับข้อจำกัดที่ยังคงอยู่

1. ยอดการแจ้งเหตุผ่านระบบ “Traffy Fondue”

ยอดแจ้งเรื่องร้องเรียนรวมกว่า 1.3 ล้านเรื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดเคสสำเร็จ 82% ปัญหาขนาดเล็กเช่น ไฟดับ หรือฝาท่อชำรุด ลดระยะเวลาแก้ไขเหลือ 24-48 ชั่วโมง

ทั้งนี้ระบบประสบความสำเร็จในการสร้าง Big Data เพื่อจัดสรรงบประมาณพัฒนาเขตตามความเสี่ยงจริง แต่มีข้อจำกัดในปัญหากลุ่มที่คาบเกี่ยวพ่วงอำนาจหน่วยงานภายนอก (เช่น สายสื่อสาร หรือการขุดถนน) ซึ่งยังมีอัตราการล่าช้า และบางพื้นที่พบปัญหาเจ้าหน้าที่กดปิดเคสในระบบก่อนหน้างานเสร็จสิ้นจริง

2. โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น

เพิ่มพื้นที่สีเขียว ดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 โดยการปลูกต้นไม้ทะลุ 1 ล้านต้นภายใน 2 ปี เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวผ่านระบบติดตามการรอดชีวิตออนไลน์

ทั้งนี้ กลยุทธ์แบบความร่วมมือเอกชน-ประชาชน ช่วยลดภาระงบประมาณค่ากล้าไม้ได้จริง แต่ในเชิงคุณภาพ สัดส่วนส่วนใหญ่ยังคงเป็นไม้พุ่มและไม้ขนาดเล็ก ส่วนไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติดักจับฝุ่น PM 2.5 ยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ปลูกในเขตเมืองชั้นในเนื่องจากแนวสายไฟ และต้องติดตามอัตราการรอดชีวิตในระยะยาว

3. การขับเคลื่อน “สวน 15 นาที”

กระจายพื้นที่สีเขียวให้เข้าถึงได้ในระยะ 800 เมตร พัฒนาสวนชุมชนและ Pocket Park ประมาณ 471 สวน เปลี่ยนที่รกร้างว่างเปล่าของเอกชนเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์

โดย กทม. ใช้มาตรการจูงใจทางภาษีที่ดินเพื่อเปลี่ยนที่ดินรกร้างของเอกชนมาทำเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์โดยไม่ต้องเวนคืน แต่เนื่องจากสวนส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมาก (ระดับชุมชน) จึงยังไม่สามารถดึงดัชนีพื้นที่สีเขียวต่อหัวประชากรในภาพรวมทั้งกรุงเทพฯ ให้เข้าใกล้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อย่างรวดเร็ว

4. โครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำท่วมขัง

ดำเนินการขุดลอกท่อระบายโดยเฉลี่ยปีละ 3,000 กิโลเมตร ขุดลอกคลองรวม 230 คลอง ระยะเวลาเฉลี่ยในการระบายน้ำบนถนนสายหลักยามฝนตกปกติถึงปานกลางลดลงเหลือ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ระบบเส้นเลือดฝอยช่วยให้ถนนสายหลักแห้งไวขึ้นชัดเจน แต่จุดเปราะบางตามข้อเท็จจริงคือ ชุมชนในซอยแยกย่อยที่ระบบท่อยังมีขนาดเล็ก และพื้นที่ลุ่มต่ำชายขอบเมืองยังคงเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานเมื่อเกิดกรณีฝนตกสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ทำให้ทุกฤดูฝนยังคงมีภาพน้ำท่วมถนนสายหลักให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

5. การคมนาคมและจัดระเบียบทางเท้า

ดำเนินการปรับปรุง ยกระดับมาตรฐาน และจัดระเบียบผิวทางเท้าไปแล้ว เปลี่ยนโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC) เพื่อความทนทาน และปรับลดระดับทางลาดตามหลัก Universal Design

อย่างไรก็ตาม ผิวทางเท้าในจุดปรับปรุงมีความแข็งแรงขึ้นจริง แต่ความท้าทายคือการรักษาความยั่งยืนหลังการจัดระเบียบ เนื่องจากยังคงมีการลักลอบขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า และการย้ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอยไปยังพื้นที่รองรับ (Hawker Center) ยังไม่ประสบความสำเร็จในบางทำเล เนื่องจากมีการต้องข้อสังเกตว่าไม่มีกำลังซื้อจากคนเดินเท้า

6. การปรับปรุงความปลอดภัยทางม้าลาย

ตรวจสอบและทาสีทำเครื่องหมายจราจรบนทางม้าลายกว่า 3,000 จุด โดยใช้สีวัสดุกันลื่นสีแดง (Cold Plastic) ในจุดเสี่ยง และติดตั้งสัญญาณไฟจราจรคนข้ามแบบกดปุ่มเพิ่มขึ้นกว่า 150 จุด

โดยมาตรการกายภาพนี้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นได้ดีขึ้น แต่สถิติอุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้น เนื่องจากความปลอดภัยผูกติดอยู่กับวินัยจราจรของผู้ขับขี่และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่หลักของตำรวจจราจร ไม่ใช่อำนาจโดยตรงของ กทม.

7. การเชื่อมโยงโครงข่ายกล้อง CCTV

พบว่ามีการเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิดพร้อมใช้งานราว 62,000 ตัว ทั่วพื้นที่ 50 เขต ปฏิรูประบบราชการโดยเปิดให้ประชาชนยื่นขอดูปรับภาพออนไลน์ได้ไฟล์ภายใน 24 ชั่วโมงในกรณีฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถลดขั้นตอนระบบราชการและลบภาพจำเรื่องกล้องดัมมี่ได้จริง แต่ระบบกล้องส่วนใหญ่ยังเป็นระบบบันทึกภาพทั่วไป การใช้ระบบ AI Analytics เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดกฎหมายจราจรโดยอัตโนมัติยังอยู่ในขั้นทดสอบเฉพาะจุดสำคัญ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งโครงข่าย

นโยบาย “ไม่เทรวม” ขยะ

โครงการนำร่องแยกขยะเศษอาหารและขยะรีไซเคิลจากต้นทางในโรงเรียน สำนักงาน และชุมชน สามารถลดปริมาณขยะได้ 1 พันตันต่อวัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะช่วยลดงบประมาณค่าน้ำหนักการกำจัดขยะได้จริง แต่เมื่อเทียบกับปริมาณขยะรวมของกรุงเทพฯ ที่สูงถึงวันละประมาณ 1 หมื่น ปริมาณที่ลดลงได้ คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น

9. การควบคุมและฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง

บริการฝังไมโครชิปในสุนัขและแมวฟรีก่ว่า 3.4 หมื่นตัว ซึ่งมาตรการนี้สร้างฐานข้อมูลเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อควบคุมการนำไปปล่อยทิ้งเชิงป้องปรามได้ดี

แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า ปัญหาสัตว์จรจัดที่ไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรงตามวัดและพื้นที่รกร้างยังคงมีสัดส่วนสูง เนื่องจาก กทม. ยังติดขัดเรื่องงบประมาณและสถานที่พักพิงสัตว์จรจัดที่ได้มาตรฐาน

10. การคลังเมืองและการจัดการ “หนี้บีทีเอส”

สภากรุงเทพมหานครอนุมัติจัดสรรงบประมาณจากเงินสะสมจ่ายขาด ชำระหนี้ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เป็นจำนวนเงินราว 2.3 หมื่นล้านบาท ครบถ้วนแล้ว

การนำเงินสะสมจ่ายขาดมาชำระหนี้ค่า E&M ช่วยให้ กทม. หยุดภาระดอกเบี้ยปรับที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 2-3 ล้านบาทได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพทางการคลังในระยะสั้นและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

ผลงานชัชชาติ