CRG ถอดสูตรธุรกิจร้านอาหาร CSR ยกระดับครัวโรงเรียน
ครัวโรงเรียนในไทยจำนวนมากยังเผชิญปัญหาที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง ทั้งพื้นที่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบจัดเก็บวัตถุดิบที่ขาดมาตรฐาน และบุคลากรที่ไม่มีองค์ความรู้ด้านโภชนาการเพียงพอ ช่องว่างเหล่านี้กำลังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพอาหารในจานของเด็กทุกวัน
บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) มองเห็นช่องว่างนั้น และเลือกที่จะเติมเต็มมันด้วยสิ่งที่องค์กรถนัดที่สุด นั่นคือความเชี่ยวชาญด้านครัวและมาตรฐานอาหาร ผ่านโครงการ “ปั้นครัว ปันสุข”
ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดเผยว่า โครงการปั้นครัว ปันสุข ถือเป็น CSR หลักครั้งแรกขององค์กร โดยเลือกโฟกัสที่โรงเรียนเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าการบ่มเพาะเด็กตั้งแต่วัยเยาว์คือรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพของสังคมไทย และอาหารที่ดีคือส่วนหนึ่งของรากฐานนั้น
และยังสอดคล้องกับแนวทาง Care for People and Partner ที่ให้ความสำคัญกับ Care for Society และสอดรับกับกรอบการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ขององค์กร

ณัฐอธิบายว่า CRG มีความเชี่ยวชาญหลักอยู่ที่ธุรกิจอาหารและการบริหารจัดการครัวมาโดยตลอด จากประสบการณ์กว่า 47 ปี ในการดูแล 24 แบรนด์ และกว่า 1,450 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดสาขาใหม่กว่าร้อยแห่งต่อปี ทำให้องค์กรมีความเชี่ยวชาญสูงในการวางแปลนและออกแบบครัวให้ได้มาตรฐาน
ความรู้เหล่านี้จึงเป็น “ช่องว่าง” ที่ CRG สามารถเติมเต็มให้กับโรงเรียนได้อย่างตรงจุด เพราะจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าหลายโรงเรียนยังประสบปัญหาพื้นที่ครัวที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ระบบจัดเก็บวัตถุดิบที่ไม่เป็นระบบ และขาดองค์ความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสม
โครงการ ปั้นครัว ปันสุข จึงเข้าไปยกระดับแบบองค์รวม โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 มิติหลัก มิติแรกคือ กายภาพ ครอบคลุมการปรับปรุงพื้นที่ครัว ห้องปรุงอาหาร ระบบน้ำ บ่อดักไขมัน ไปจนถึงแปลงปลูกผักสวนครัว โดย CRG นำมาตรฐานการวางครัวที่ใช้ในธุรกิจจริงมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของโรงเรียน เพื่อให้ครัวมีสุขอนามัยที่ดีขึ้น
มิติที่สองคือ ความรู้ โดยจัดอบรมบุคลากรของโรงเรียนในเรื่องครัวอนามัย ความปลอดภัยทางอาหาร และการแยกขยะ เพื่อสร้างวินัยและพฤติกรรมที่ดี ซึ่งสามารถต่อยอดขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังนำองค์ความรู้จาก Delicious Lab มาสอนนักเรียนปลูกผักตั้งแต่ต้นน้ำอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อนำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชน
มิติที่สามคือ โภชนาการ ผ่านการวางเมนูอาหารครบ 5 หมู่ หมุนเวียนหลากหลาย พร้อมสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวัน เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณค่าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน CRG ยังให้ความสำคัญกับการ “ถ่ายทอดทักษะชีวิต” ควบคู่กันไปด้วย โดยส่งทีม HR มาสอนเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยทางอาหารแก่บุคลากรในโรงเรียน สำหรับนักเรียนระดับมัธยม มีการสอนแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการรายน้อย
โดยทีมบัญชีของ CRG ลงพื้นที่สอนการคำนวณต้นทุนและกำไร เพื่อให้เด็กมีความรู้ทางการเงินและสามารถนำไปต่อยอดได้จริงในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสสู่ทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวช. จนถึงปริญญาตรี เพื่อสร้างเส้นทางในการเข้าสู่ระบบแรงงานและเป็นคนที่ดีของสังคมต่อไป
ณัฐเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การให้แต่คือการสร้างความยั่งยืน
“การให้ครัว ให้ผัก โดยไม่สอนวิธีดูแลรักษาต่อ เดี๋ยวก็หมดหรือชำรุด สิ่งที่ต้องทำคือสอนวิธีการเมนเทน และสร้างแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ การให้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากเด็กกินดี ก็โตดี และสามารถพัฒนาสังคมต่อได้ในอนาคต”
สำหรับการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ CRG ทำงานร่วมกับเซ็นทรัลทำ โดยพิจารณาจากความพร้อมของทั้งสถานที่และบุคลากร เพื่อให้เกิดการต่อยอดได้จริง โครงการนำร่องในปี 2569 เริ่มต้นที่โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ. และเป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัลทำ

ด้าน น้ำอ้อย สุนทรพฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองไม้ซุง กล่าวว่า โครงการนี้ช่วยยกระดับครัวของโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความมั่นใจในคุณภาพอาหารที่เด็กๆ ได้รับ อีกทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับยังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในระยะยาว
หลังจากส่งมอบโครงการ CRG ยังมีระบบติดตามผลอย่างต่อเนื่องผ่านเช็กลิสต์มาตรฐานและการเข้าเยี่ยมสม่ำเสมอ โดย CRG ทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ในระยะยาว ขณะที่บริษัทในเครือเซ็นทรัลต่างร่วมสนับสนุนตามความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยธุรกิจ เช่น สยามเด็กเล่น เซ็นทรัลพัฒนา และไทวัสดุ
ในส่วนของพนักงาน CRG ผลักดันโครงการ “1 คน 1 ชั่วโมงความดี” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีที่ผ่านมาสะสมได้กว่า 6,000 ชั่วโมง แม้ว่าพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นพาร์ทไทม์และทำงานหน้าร้าน แต่ CRG ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมขององค์กร
โดยวางแนวทางขยายโมเดลปั้นครัว ปันสุขสู่โรงเรียนในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานครัวอนามัยและอาหารกลางวันที่ยั่งยืนในวงกว้าง
