Skip to content

เปิดแลนด์มาร์กใหม่สาทร สายบุญ สายมู ‘ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว’

30 พ.ค. 2569 | 17:50น.
เปิดแลนด์มาร์กใหม่สาทร สายบุญ สายมู ‘ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว’

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อย่างเป็นทางการ บนที่ดินประวัติศาสตร์กว่า 120 ปีย่านสาทร หลังใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี ด้วยเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา 

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร ติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 โดยมีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี

นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่าท่านประธานตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง และคาดหวังว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวในฐานะธรรมสถานที่สืบทอดเมตตาธรรมขององค์หลวงปู่ไต้ฮงกง

ออกแบบตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้สกุลช่างแต้จิ๋ว โดยบริษัทเกษมดีไซน์แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ร่วมกับสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมโบราณเทียนอี้ จากประเทศจีน

หลวงปู่ไต้ฮง

หลวงปู่ไต้ฮง เกิดในตระกูลลิ้ม เมืองอุงจิว มณฑลจิกัง สมัยราชวงศ์ซ่ง ชื่อเดิมคือเหล่งงัก สอบได้บัณฑิตชั้นเอก (จิ้นซือ) เข้ารับราชการเป็นนายอำเภอ แต่เมื่ออายุ 54 ปีตัดสินใจลาออกและบวชเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า “ไต่ฮง” แปลว่ายอดเขาอันสูงใหญ่

ช่วงบั้นปลายชีวิต ท่านธุดงค์มาถึงอำเภอเตี้ยเอี้ย เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก ทั้งพายุ น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาด และภัยแล้ง ท่านตั้งศาลารักษาโรค แจกยา จัดหาอาหารให้คนยากจน และเก็บศพคนไร้ญาติฝังให้โดยไม่รังเกียจ งานสุดท้ายในชีวิตคือการระดมทุนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเหลี่ยงกงที่กว้างกว่า 300 วา ซึ่งมีคนจมน้ำตายเป็นประจำ ท่านเดินทางไปจัดหาหินอย่างดีจากมณฑลฮกเกี้ยนด้วยตัวเอง แต่สะพานยังสร้างไม่เสร็จก็มรณภาพในปี ค.ศ. 1670 สิริอายุ 88 ปี ศิษยานุศิษย์สืบทอดเจตนารมณ์จนสะพานแล้วเสร็จ และสะพานนั้นยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

จริยวัตรของท่านแพร่เข้ามาในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสยาม จนในปี 2442 ชาวจีน 710 คนร่วมกันซื้อที่ดินในสาทรสร้างสุสานสาธารณะที่ไม่แบ่งชนชั้น เชื้อชาติ หรือศาสนา และในปี 2452-2453 ได้ก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงพร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย ก่อนจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง หรือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งชื่อมีความหมายตรงตัวว่า “มูลนิธิแห่งการตอบแทนคุณแผ่นดินโดยการช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต”

หยกขาวใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

จุดหลักของศาลเจ้าคือองค์หลวงปู่ไต้ฮงกงแกะสลักจากหินหยกขาว สูงรวม 5.1 เมตร หนัก 51.5 ตัน ประดิษฐานบนแท่นบูชากลาง ขนาบข้างด้วยพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แกะสลักจากหยกขาวองค์ละ 16.5 ตัน รวมน้ำหนักหยกขาวทั้งสามองค์เกือบ 85 ตัน นับเป็นหนึ่งในงานประติมากรรมหยกขาวขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ภายในยังประดับด้วยภาพจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักระบายสี 35 เรื่องราว ครอบคลุมพุทธประวัติ เทพเจ้าจีน และสัญลักษณ์คุณธรรมตามแนวปรัชญาจีนโบราณ ส่วนผนังระเบียงด้านหลังประดับด้วยภาพหินแกรนิตแกะสลักประวัติหลวงปู่ไต้ฮง 11 ตอน ออกแบบและแกะสลักโดยศิลปินแห่งชาติด้านแกะสลักหินของจีน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 112 ปีของมูลนิธิฯ ที่มีการบันทึกประวัติหลวงปู่ในรูปแบบนี้

สถาปัตยกรรมแต้จิ๋วโบราณ 

โครงสร้างทั้งหมดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากอาคารทั่วไปคืองานตกแต่งที่นำเข้าจากจีนเกือบทั้งหมด หลังคามุงด้วยกระเบื้องเซรามิกจากจีน สันหลังคาประดับด้วยศิลปะแบบแต้จิ๋วที่เรียกว่า “เฉี่ยนฉือ” หรือ “คัมชื้อ” เป็นประติมากรรมสัตว์มงคล รูปเทพเจ้า เซียน และตัวละครจากวรรณคดีจีน เทคนิคนี้เป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างแต้จิ๋วที่หาช่างฝีมือได้น้อยลงทุกวัน

เสาภายนอก 6 ต้นหน้าโถงสักการะประดับด้วยหินแกรนิตแกะสลักเป็นมังกรพันเสา ส่วนเสาภายใน 16 ต้นตกแต่งด้วยปูนปั้นนูนต่ำลายมังกรคู่ทยานฟ้า ตัวมังกรปิดด้วยทองคำเปลวชนิดเดียวกับที่ใช้ในพระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง ฝ้าเพดานกลางโถงเป็นโดมซ้อน 3 ชั้น ทำจากไม้การบูรแกะสลัก ปิดทองคำเปลวทั้งหมด

ผนังภายนอกด้านล่างกรุด้วยกระเบื้องดินเผา ส่วนบนเป็นหินแกะสลักนูนต่ำนำเข้าจากจีน ราวระเบียงโดยรอบอาคารทั้งหมดเป็นหินแกรนิตแกะสลักจากจีนเช่นกัน งานในระดับนี้ไม่ได้หมายความแค่ว่าสวย แต่หมายความว่าช่างแต่ละคนใช้เวลากับชิ้นงานแต่ละชิ้นเป็นเดือนหรือเป็นปี

ปลายสันหลังคาทั้งสี่มุมของโถงหลักประดับด้วยประติมากรรมเรื่อง “แปดเซียนขี่สัตว์” ด้านหน้า และ “เทพธิดาหมากูอวยพรวันเกิด” กับ “โซ่วปี่หนานซาน” ด้านหลัง ส่วนหลังคาอาคารวางของไหว้ใช้เรื่อง “ห้องสินแต่งตั้งองค์เทพ” ซึ่งเป็นวรรณคดีจีนคลาสสิกที่คนแต้จิ๋วรู้จักกันดี

ศาลเจ้าเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและเยี่ยมชมทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ เวลา 07.00–18.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มูลนิธิฯ จัดเตรียมธูป กระดาษเงินกระดาษทอง และยันต์หลวงปู่ไต้ฮง (ฮู้แดง) แจกฟรีแก่ผู้มาสักการะ ผู้ที่ประสงค์ทำบุญสามารถบริจาคสมทบทุนงานสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ได้ตามศรัทธา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สายมู