คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
เหลือเวลาแค่สัปดาห์เศษ ๆ กับการแข่งขัน FIFA World Cup หรือฟุตบอลโลก จะอุบัติขึ้นอีกครั้ง ว่ากันว่าเป็นกีฬาที่มีผู้ชมการแข่งขันมากที่สุดในโลก
นับจากการแข่งขันครั้งแรกในปี 1930 เมืองมอนเตวิเดโอ อุรุกวัย และครั้งนี้ “อุรุกวัย” ยังเป็นประเทศแรกที่คว้าแชมป์ไปครอง
ฟุตบอลโลกจัดแข่งขันในทุก ๆ 4 ปี มีเพียงปี 1942 และ 1946 ที่ไม่มีการแข่งขันเนื่องจากอยู่ในช่วง “สงครามโลกครั้งที่สอง”
ปีนี้ 2026 ฟุตบอลโลกได้กลับมาเป็นครั้งที่ 23 และเป็น “ครั้งแรก” ที่มีเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันถึง 3 ชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา จะเริ่มนัดเปิดสนาม ในวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ที่เอสตาดีโอ อัซเตกา กรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก โดยเป็นสนามแรกของโลกที่จัดบอลโลกถึง 3 สมัย ได้แก่ปี 1970, 1986 และปีนี้ 2026 ทั้งยังเป็นสนามที่ราชันลูกหนัง “เปเล่” นำบราซิลคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 มาครอง
และยังเป็นสนามที่ “มาราโดน่า” นำอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกได้
ครั้งนี้ ปี 2026 แชมป์ฟุตบอลโลกจะตกเป็นของมหาอำนาจฝั่งละติน-อเมริกา หรือไม่ต้องติดตาม
ปีนี้ฟีฟ่าได้ขยายทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จากเดิมมี 32 ทีมขยายโควตาเป็น 42 ทีมสุดท้าย แน่นอนมีจำนวน “ประเทศ” ที่ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศในเกมฟรอบสุดท้ายมากขึ้นแล้ว จำนวนแมตช์เพิ่มเป็น 104 นัด “มากที่สุดเท่าที่เคยมี”
ใช้สนามแข่งขันทั้งหมด 16 แห่ง ขณะที่รูปแบบการแข่งขันแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยที่อันดับ 1 และ 2 รวมทั้งอันดับ 3 ที่ผลงานดีที่สุดอีก 8 ทีมจะผ่านเข้ารอบ
โดยรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 แน่นอนว่าฟุตบอลโลกก่อให้เกิดการสร้าง “มูลค่า” ทางเศรษฐกิจได้มหาศาลทั้งรายได้จากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด, สปอนเซอร์, รายได้จากผู้เข้าชมเกม ทั้ง 39 วัน เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ และเศรษฐกิจโลก
ส่วนไทย แม้ว่าวันนี้ (1 มิ.ย. 2569) ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2026 ที่มีมูลค่าสูงถึง 1,300 ล้านบาท หากรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ อาจจะทะยานไประดับ 1,600 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจสถานการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล-เอกชน อาจจะมองว่าได้ไม่คุ้มเสีย
จากกฎ Must Have ของ กสทช. บวกกับความคุ้นชินของคนไทย ที่รัฐบาลเข้ามาช่วยอุ้มค่าลิขสิทธิ์คนไทยได้ดูบอลโลกฟรี เหตุนี้ทำให้เอกชนไม่กล้าเดินหน้าลงทุน ทำให้ไทยยังหาทางออกไม่เจอ ไม่ว่าจะออกในรูปแบบใด
หรืออาจจะเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี ที่ประเทศไทยจะไม่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แต่ลึก ๆ ในใจเชื่อว่า “คนไทย” ยังน่าจะได้ดูการถ่ายทอดสด FIFA World Cup 2026
และแฟนฟุตบอลไม่น่าจะผิดหวังกับเวิลด์ คัพ ครั้งนี้