แม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะลดความรุนแรงลง แต่ความขัดแย้งยังคงตึงเครียดและยืดเยื้อ ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ยังสูงกว่าภาวะปกติ 2-3 เท่าตัว ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันของสายการบินพุ่งจาก 30% ไปแตะระดับกว่า 50% ของต้นทุนทั้งหมด
ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ต้นทุน” ของธุรกิจสายการบิน ขณะที่ดีมานด์การเดินทางลดลงเนื่องจากเข้าสู่ “โลว์ซีซั่น” ทำให้สายการบินไม่สามารถปรับขึ้นราคาบัตรโดยสารได้มากนัก การปรับลดเที่ยวบินและหยุดบินชั่วคราวในบางเส้นทางจึงยังคงเป็นแนวทางของสายการบินต่าง ๆ
“ไทย ไลอ้อน” ลดไฟล์ตทุกตลาด
ล่าสุด “ไทย ไลอ้อน แอร์” ทำการเขย่าตารางการบินครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบการลดความถี่และหยุดทำการบินชั่วคราวในหลายเส้นทาง ด้วยเหตุผลเนื่องจากผลกระทบจากเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงและความต้องการเดินทางที่ลดลง
อาทิ ภูมิภาคเอเชียใต้ ประกอบด้วย เส้นทางดอนเมือง-กาฐมาณฑุ หยุดบินชั่วคราว ระหว่าง 1 มิถุนายน-31 สิงหาคม เส้นทางดอนเมือง-เดลี หยุดบินชั่วคราวระหว่าง 20 มิถุนายน-30 กันยายน เส้นทางดอนเมือง-เบงกาลูรู หยุดบินชั่วคราว ระหว่าง 11-30 มิถุนายน จากนั้น 1-31 กรกฎาคม จะทำการบิน 2 เที่ยวต่อสัปดาห์
ภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย เส้นทางดอนเมือง-สุราบายา หยุดบินชั่วคราวระหว่าง 2 มิถุนายน-1 ตุลาคม เส้นทางภูเก็ต-สิงคโปร์ หยุดบินชั่วคราวระหว่าง 3 มิถุนายน-1 สิงหาคม จากนั้น 2-31 สิงหาคม จะทำการบิน 2 เที่ยวต่อสัปดาห์
ตลาดจีน ประกอบด้วย เส้นทางดอนเมือง-เสิ่นเจิ้น หยุดบินชั่วคราว ระหว่าง 1-17 มิถุนายน จากนั้นทำการบิน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ระหว่าง 18 มิถุนายน-31 กรกฎาคม เส้นทางดอนเมือง-จี่หนาน หยุดทำการบินชั่วคราวถึง 20 กันยายน เส้นทางดอนเมือง-เหอเฟย์ หยุดทำการบินตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนภูมิภาคเอเชียเหนือ หยุดทำการบินชั่วคราว เส้นทางดอนเมือง-ไทเป-นาโกยา ระหว่าง 6 กรกฎาคม-31 กรกฎาคม
ไม่เพียงเท่านี้ในระบบสำรองที่นั่ง ณ 26 พฤษภาคม 2569 ยังพบว่า “ไทย ไลอ้อน แอร์” ยังมีการลดความถี่ลงในบางเส้นทางทั้งในตลาดอินเดีย จีน รวมถึงเส้นทางในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ดอนเมือง-ฮ่องกง, ดอนเมือง-เดนปาซาร์,ดอนเมือง-เกาสง-โอกินาวา, ดอนเมือง-มาเก๊า ฯลฯ
“การบินไทย” อัดโปรฯบินใน ปท.
ส่วนพี่ใหญ่ “การบินไทย” หลังจากประกาศลดจำนวนเที่ยวและยกเลิกเที่ยวในบางเส้นทางในเดือนพฤษภาคมไป 46 เที่ยวบิน ทั้งเส้นทางในและต่างประเทศ ในเดือนมิถุนายนนี้ การบินไทยทำการปรับแผนการบินอีกครั้ง รวม 12 เส้นทางบิน ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-นิวเดลี ยกเลิกเที่ยวบิน วันที่ 5, 12, 19, 26 เส้นทางนิวเดลี-กรุงเทพฯ ยกเลิกเที่ยวบิน วันที่ 6, 13, 20, 27 เส้นทางกรุงเทพฯ-ซัปโปโร ยกเลิกเที่ยวบิน วันที่ 7, 8, 9, 15, 22 เส้นทางซัปโปโร-กรุงเทพฯ ยกเลิกเที่ยวบิน วันที่ 8, 9, 10, 16, 23
เส้นทางกรุงเทพฯ-ฉางชา ยกเลิกทำการบินระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน เส้นทางฉางชา-กรุงเทพฯ ยกเลิกทำการบินระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน และยกเลิกเส้นทางกรุงเทพฯ-โซล, เส้นทางโซล-กรุงเทพฯ, เส้นทางกรุงเทพฯ-เกาสง, เส้นทางเกาสง-กรุงเทพฯ, เส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง และเส้นทางฮ่องกง-กรุงเทพฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังประกาศลดราคาบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศภายใต้แคมเปญ “เที่ยวทั่วไทย สนุกครบทุกฟีล ฟินได้ทุกภาค” ครอบคลุมเส้นทางการบินภายในประเทศยอดนิยม ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยเส้นทางที่ร่วมรายการ ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาทต่อเที่ยว และในเส้นทางเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ เริ่มต้นเพียง 2,000 บาทต่อเที่ยว
ไม่เพียงเท่านี้ยังจัดสิทธิพิเศษให้สมาชิก Royal Orchid Plus หรือ ROP กับแคมเปญ Rise to GOLD เปิดโอกาสให้สมาชิกรอยัลออร์คิดพลัสระดับบัตรเงิน (Silver) ก้าวสู่สถานะบัตรทอง (Gold) ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย
“แอร์เอเชีย” ลดตามดีมานด์
ด้าน “ไทยแอร์เอเชีย” นอกจากแผนปรับลดเที่ยวบินไปราว 30% ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ไปแล้ว โดยเฉพาะเที่ยวบินในตลาดอินเดีย ปัจจุบันไทยแอร์เอเชียยังทำการปรับและยกเลิกบางเที่ยวบินที่ทำการบินแล้วไม่คุ้มทุนเพิ่มเติมเป็นระยะ เพื่อบริหารจัดการให้สอดรับกับต้นทุนอย่างรอบคอบ
“สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ปริมาณการเดินทางลดลง การปรับขึ้นค่าบัตรโดยสารไม่สามารถทำได้มากนัก ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานไม่สอดรับกับรายได้ แนวทางที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ทุกเที่ยวบินต้องไม่ขาดทุน หรือขาดทุนน้อยที่สุด นี่คือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องปรับลดความถี่บินเเละยกเลิกบินชั่วคราวในหลายเส้นทางอยู่เป็นระยะ”
พร้อมบอกด้วยว่า ในส่วนของเส้นทางการบินระหว่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียได้ยกเลิกบินชั่วคราวในตลาดอินเดีย โดยพยายามประคับประคองตลาดจีน เอเชียตะวันออก เเละอาเซียนไว้ อย่างไรก็ตาม สายการบินได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเเละปริมาณการเดินทางมีเเนวโน้มสูงขึ้น สายการบินก็พร้อมปรับเเผนเพิ่มเที่ยวบินกลับมาเช่นกัน
BA เปลี่ยนเสิร์ฟสแน็กบ็อกซ์
สำหรับค่าย “บางกอกแอร์เวย์ส” หรือ BA นั้น แหล่งข่าวในธุรกิจการบินให้ข้อมูลว่า นอกจากการประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเส้นทางบินภายในประเทศ 15-20% และปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ประมาณ 50-60 ดอลลาร์ต่อคนต่อเที่ยว หรือประมาณ 1,600-1,900 บาทต่อคนต่อเที่ยว
ในส่วนของเส้นทางระหว่างประเทศแล้วในตารางบินในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 (1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569) จะหยุดให้บริการชั่วคราวเส้นทางสมุย-สิงคโปร์ (PG 966) และเส้นทางสิงคโปร์-สมุย (PG 965)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา บางกอกแอร์เวย์สยังปรับตัวด้วยการเปลี่ยนจากการให้บริการเสิร์ฟเมนูบนเครื่องบิน จากอาหารร้อนเป็นสแน็กบ็อกซ์ ซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการต้นทุนรูปแบบหนึ่ง
คาดตลาดกลับสู่ปกติในปลายปีนี้
“พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร” ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ดีดตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 110 ส่งผลให้มีเที่ยวบินหายไปราว 3,840 เที่ยวบิน กระทบจำนวนที่นั่งสะสมกว่า 1.2 ล้านที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้พบว่าสายการบินมีการแจ้งขอยกเลิกเที่ยวบินลดลง จากสูงสุดในเดือนพฤษภาคม พบว่าในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมมีปริมาณการยกเลิกลดลงอย่างชัดเจน จึงคาดว่าหากไม่มีเหตุการณ์อะไรปะทุขึ้นมาอีก เชื่อว่าในช่วงไฮซีซั่นตุลาคมนี้ ธุรกิจการบินจะกลับมาฟื้นอยู่ในระดับปกติได้
จึงเชื่อว่ากลไกตลาดจะเริ่มกลับมาสมดุลอีกครั้ง เมื่อความต้องการบินสูงขึ้น และการแข่งขันของสายการบินมีมากขึ้น ราคาค่าโดยสารจะค่อย ๆ ปรับลดลงตามกลไกได้ในช่วงปลายปีนี้