Skip to content

คลังยันเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ตัดชื่อลดหย่อนภาษีเหมาะสม

04 มิ.ย. 2569 | 15:53น.
คลังยันเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ตัดชื่อลดหย่อนภาษีเหมาะสม

คลังยัน 8 เกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ตัดชื่อลดหย่อนภาษีเหมาะสม ชี้ต้องช่วยคนจนจริง-ลำบากที่สุดก่อน พร้อมรับฟังข้อร้องเรียน ยื่นอุทธรณ์ได้หากไม่เห็นด้วย

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ (4 มิ.ย.) เป็นวันแรกที่ให้ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมจำนวน 13.18 ล้านคน ลงทะเบียนยืนยันสิทธิตามเงื่อนไขรอบใหม่ทั้ง 8 เกณฑ์ ผ่านทั้ง 5 ช่องทาง และยืนยันว่าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้เป็นกระบวนการคัดกรองที่คิดอย่างรอบคอบแล้วว่าจะทำให้เหลือผู้ที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ไม่ได้รับการดูแล และเป็นกลุ่มที่ลำบากที่สุด โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนถึง 21 มิ.ย. และประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค. นี้

ทั้งนี้ กรณีที่มีผู้โต้แย้งไม่เห็นด้วยกับการตัดสิทธิพ่อแม่ที่ถูกลูกนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษีรายได้จำนวน 3 หมื่นบาทต่อปี จึงทำให้พ่อแม่หลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น นายวินิจกล่าวว่า เป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังคิดว่าเหมาะสม เพราะถือว่าพ่อแม่กลุ่มนี้มีลูกดูแลอยู่แล้ว ซึ่งโครงการนี้ต้องการช่วยคนที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ลำบากที่สุด และไม่มีผู้ดูแลจริง ๆ ก่อน

“การลงทะเบียนรอบใหม่มีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว ซึ่งยึดหลักว่าพ่อแม่ที่ได้รับการดูแลต้องถูกตัดสิทธิออก และต้องการให้สิทธิแก่คนที่ลำบากและไม่มีคนดูแลเข้ามาเพิ่มเติม โครงการนี้จึงมีทั้งการคัดคนออกและเอาคนเข้า ไม่ได้ตัดออกอย่างเดียว โดยจะเดินหน้าต่อตามมติ ครม. ส่วนเรื่องที่เป็นปัญหานั้น หลังจากประกาศผล ผู้ที่ไม่เห็นด้วยสามารถร้องเรียนเข้ามาหรือยื่นอุทธรณ์ได้” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจกล่าวว่า เกณฑ์ที่เพิ่มมาอีกคือห้ามมีบัญชีซื้อขายหุ้น หรือเป็นกรรมการในบริษัท เพราะจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีจำนวนไม่น้อย จึงควรออกเกณฑ์นี้เพื่อคัดคนจนไม่จริงออก ในขณะที่ผู้ที่หลุดจากสิทธิเดิมยังต้องรอดูว่าจะโอนคนกลุ่มนี้ไปเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) หรือไม่ ต้องรอฝ่ายนโยบายเห็นชอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวินิจกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงวิกฤตและมีพื้นที่ทางการคลังจำกัด ดังนั้นต้องคัดกรองผู้ที่ยากจนจริง ๆ และคัด ‘คนอยากจน’ ออกจาก ‘คนยากจน’ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังพร้อมพิจารณาและยืนยันว่าไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนและลำบาก โดยโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในโครงการรัฐบาล ซึ่งยังมีโครงการอื่นรองรับผู้ที่หลุดออกจากสิทธิดังกล่าว เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ และ 60/40

นอกจากนี้ นายวินิจยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังไม่ส่งข้อมูลรายได้ร้านค้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ให้กรมสรรพากรคำนวณภาษี อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรอาจจะหาข้อมูลดังกล่าวเองได้ จากการมีรายจ่ายทางเดียวของร้านค้า ทั้งนี้ ร้านค้ายังสามารถใช้กลไก ‘นกกระซิบ’ เก็บหลักฐานรายรับ รายจ่าย และทำบัญชีอย่างง่ายได้