เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ต.ค.) ‘ภาคตะวันออก-ใต้’ ฝนตก 60% พื้นที่อื่นฝนลดลง ‘กทม.’ ฝน 40% ของพื้นที่ 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ต.ค.) ขยับขึ้น 1.74% อยู่ที่ 84,424 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ต.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
News ‘แต้ว-ณฐพร’ ยื่นหนังสือคัดค้าน CG ตัดต่อหลุด ‘โมโน’ สั่งตัดฉากร้อน-เลื่อนฉาย ‘นาคี 3’
กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
HR กระทรวงแรงงาน ชงมาตรฐานกองถ่าย คุมเวลาทำงาน-แก้ปัญหาค้างค่าจ้าง
ดูทั้งหมด

เปิดสวัสดิการโลก 3 แนวคิดการกำหนด “เส้นความยากจน”

21 ก.ค. 2569 | 13:32น.

ปัญหารถเก่าและรถโอนลอย กลายเป็นชนวนดราม่าใหญ่ของ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เผยให้เห็นช่องโหว่การใช้เกณฑ์สินทรัพย์แบบตึงตัวจนตัดสิทธิ์ “คนจนตัวจริง” หลุดจากระบบ ชวนศึกษาการตั้งระบบสวัสดิการรัฐ 3 รูปแบบในการกำหนด “เส้นความยากจน” ระดับสากล ผ่านบทเรียนจาก สหรัฐฯ, ธนาคารโลก, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนัก เมื่อการคัดกรองผู้รับสิทธิ์ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบล่าสุด เผยให้เห็นข้อบกพร่องของเกณฑ์การคัดกรองที่อาจไม่สะท้อนชีวิตจริงของผู้มีรายได้น้อย เสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากชี้ให้เห็นถึงความ “ตกหล่น” ของคนจนตัวจริง เพียงเพราะข้อกำหนดทางเอกสารและฐานข้อมูลรัฐที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

กรณีศึกษาที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง คือการนำ “กรรมสิทธิ์การครอบครองยานพาหนะ” มาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ จนเกิดเหตุการณ์ดราม่าหลายรูปแบบ

ซากรถเก่าและรถตกทอด
ประชาชนบางรายครอบครองรถยนต์ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 20 ปี ซึ่งอยู่ในสภาพซาก หรือรถจักรยานยนต์เก่าทรุดโทรมที่ใช้เพียงเพื่อการเดินทางไปทำงานรายวัน แต่ระบบกลับประเมินว่าเป็นผู้มีทรัพย์สินเกินเกณฑ์

ปัญหากรรมสิทธิ์ค้างในระบบ
หลายกรณีขายรถไปนานแล้วแต่เป็นการ “โอนลอย” หรือรถถูกไฟแนนซ์ยึดไปแล้ว แต่ชื่อในทะเบียนกรมการขนส่งทางบกยังไม่ถูกปลดล็อก ส่งผลให้ระบบฐานข้อมูลรัฐเหมารวมว่ายังมีรถยนต์ในครอบครอง

การสวมสิทธิ์และแอบอ้าง
มีผู้ลงทะเบียนจำนวนไม่น้อยที่ถูกสวมชื่อนำไปซื้อยานพาหนะ โดยเจ้าตัวไม่เคยรับรู้หรือได้รับประโยชน์จริง

ความวุ่นวายดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนต้องแห่กันไปอุทธรณ์สิทธิ์และขอคัดสำเนาเอกสาร ณ สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ จนในที่สุดรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมต้องยอมถอยด้วยการเตรียมเสนอปรับปรุงเกณฑ์ เช่น ยกเว้นการนำรถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีมาคิดเป็นตัวตัดสิทธิ์ พร้อมขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์

เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า หากไร้ความยืดหยุ่น อาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคที่กีดกันผู้เปราะบางตัวจริงบางส่วนออกจากระบบความช่วยเหลือของรัฐได้เช่นกัน

แนวคิดการกำหนด “เส้นความยากจน”

เมื่อมองไปในระดับสากล แต่ละประเทศมีกรอบความคิดในการนิยามและวัดระดับความยากจนที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างเศรษฐกิจและเป้าหมายเชิงนโยบาย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1. แบบสัมบูรณ์ (Absolute Poverty Line) — เน้น “ความต้องการพื้นฐาน”

นิยามความยากจนจาก “ความสามารถในการเข้าถึงปัจจัยสี่ขั้นต่ำ” เพื่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และเครื่องนุ่มห่ม ใครก็ตามที่มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามูลค่าของตะกร้าสินค้าพื้นฐานนี้ จะถูกจัดว่าเป็นคนจน

สหรัฐอเมริกา

สหรัฐฯ คำนวณเส้นความยากจนโดยอิงจากงานวิจัยชุดเดิม (Mollie Orshansky) ที่คำนวณราคาตะกร้าอาหารขั้นต่ำ แล้วคูณด้วย 3 เนื่องจากสมัยนั้นค่าอาหารคิดเป็น 1/3 ของค่าใช้จ่ายในบ้าน และปรับตามอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ทุกปี โดยใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า Federal Poverty Guidelines (FPL)

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ (HHS) และสำนักสำรวจประชากร (U.S. Census Bureau)

เกณฑ์รายได้ก่อนภาษี (FPL)

  • อยู่ตัวคนเดียว (1 คน): รายได้ไม่เกิน $15,960 ต่อปี (ราว 550,000 บาท/ปี หรือ ~45,000 บาท/เดือน)
  • ครอบครัว 4 คน: รายได้ไม่เกิน $33,000 ต่อปี (ราว 1.15 ล้านบาท/ปี)

การนำไปใช้คัดกรองสวัสดิการ

  • SNAP (แสตมป์อาหาร): รายได้ต้องต่ำกว่า 130% ของ FPL
  • Medicaid (ประกันสุขภาพฟรีจากรัฐ): โดยทั่วไปรับที่ต่ำกว่า 138% ของ FPL (ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ)

ธนาคารโลก (World Bank)

ธนาคารโลกไม่ได้ใช้เกณฑ์เงินสดในสกุลดอลลาร์ทั่วไป แต่ใช้ดัชนี ความสามารถในการซื้อที่แท้จริง (PPP – Purchasing Power Parity) เพื่อปรับให้เข้ากับค่าครองชีพจริงของแต่ละประเทศ ล่าสุดได้มีการปรับปรุงฐานดัชนีเป็นราคาปี 2021 โดยแบ่งความยากจนออกเป็น 3 ระดับหลัก

  1. Extreme Poverty (ยากจนขีดสุด): $3.00 PPP ต่อคน/วัน (ปรับขึ้นจากเดิม $2.15) ใช้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ (Low-Income Countries)
  2. Lower-Middle Income Line: $4.20 PPP ต่อคน/วัน ใช้กับกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางขั้นต่ำ (เช่น ประเทศไทย อินโดนีเซีย)
  3. Upper-Middle Income Line: $8.30 PPP ต่อคน/วัน ใช้กับกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูง

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังใช้ Multidimensional Poverty Measure (MPM) ที่วัดความยากจนหลากมิติ เช่น การขาดแคลนไฟฟ้า น้ำสะอาด และการไม่ได้เข้าเรียนของเด็กๆ เป็นต้น

_________________________________________________________________________

2. แบบสัมพัทธ์ (Relative Poverty Line) — เน้น “ความเหลื่อมล้ำทางสังคม”

ไม่ได้มองแค่ว่า “มีกินหรือไม่” แต่มองว่า “เหลื่อมล้ำและยากจนกว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมมากน้อยเพียงใด” โดยกำหนดเส้นความยากจนเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ปานกลาง (Median Income) ของคนทั้งประเทศ (มักใช้ที่ 50% หรือ 60%)

สหภาพยุโรป (EU) และ สหราชอาณาจักร (UK)

สหราชอาณาจักรวัดความยากจนผ่านรายงานสถิติประจำปีที่ชื่อว่า Households Below Average Income (HBAI) โดยกำหนดว่า ใครก็ตามที่มีรายได้ต่ำกว่า 60% ของค่ากลางรายได้สุทธิ (Median Disposable Income) ของคนในประเทศ จะถือว่า อยู่ในภาวะยากจนเชิงรายได้ (Relative Income Poverty)

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กระทรวงงานและบำนาญ (Department for Work and Pensions – DWP)

วิธีกระจายตัววัด

  • BHC (Before Housing Costs) คำนวณรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัย
  • AHC (After Housing Costs) คำนวณรายได้ หลังหักค่าเช่าบ้าน/ค่าผ่อนบ้าน ออกไปแล้ว (ซึ่งวิธี AHC นี้จะสะท้อนความยากจนในอังกฤษได้ตรงความจริงที่สุดเนื่องจากค่าเช่าบ้านในอังกฤษสูงมาก)

เป็นการใช้ระบบสวัสดิการรวมที่เรียกว่า Universal Credit ซึ่งจะคำนวณเบี้ยช่วยเหลือตามรายได้ ค่าเช่าบ้าน และจำนวนบุตร

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นใช้มาตรฐานสากลของ OECD ในการวัด Relative Poverty Rate โดยกำหนดเส้นความยากจนไว้ที่ 50% ของรายได้สุทธิปานกลาง (Median Income) ของคนในประเทศ จากผลสำรวจล่าสุดโดยกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น (MHLW) เส้นความยากจนสุทธิของญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 1.27 ล้านเยน/ปี (ราว 300,000 บาท/ปี หรือประมาณ 25,000 บาท/เดือน) และอัตราความยากจนในเด็กอยู่ที่ 11.5% และพุ่งสูงถึง 44.5% ในกลุ่มครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว

ประเด็นสำคัญของญี่ปุ่น

Child Poverty (ความยากจนในเด็ก) ญี่ปุ่นเผชิญปัญหาเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจนสูงถึง ~11.5% และพุ่งสูงถึง 44.5% ในกลุ่มแม่/พ่อเดี่ยว

ระบบ Seikatsu Hogo (สวัสดิการพยุงชีพ) หากรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า “เกณฑ์การดำรงชีพขั้นต่ำ” ที่รัฐกำหนดในพื้นที่นั้นๆ รัฐจะจ่ายเงินส่วนต่างให้จนครบเกณฑ์ พร้อมเว้นภาษีและค่ารักษาพยาบาลฟรี

ข้อดี/ข้อจำกัด: สะท้อนปัญหากระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำได้ดีเยี่ยม แต่เส้นความยากจนจะขยับขึ้นลงตามสภาพเศรษฐกิจรวมของประเทศ

_________________________________________________________________________

3. แบบไม่มีเส้นความยากจนอย่างเป็นทางการ — เน้น “เกณฑ์ยืดหยุ่นเฉพาะโครงการ”

รูปแบบสุดท้ายคือ การปฏิเสธการตั้งตัวเลข “เส้นความยากจน” ฉบับเดียวสำหรับคนทั้งประเทศ เพื่อป้องกันปัญหา Cliff Effect หรือก็คือ การที่คนมีรายได้เกินเส้นมานิดเดียวแต่ตัดสิทธิ์สวัสดิการทั้งหมดทันที และลดการสร้างตราบาปทางสังคม

สิงคโปร์

สิงคโปร์มองว่าการตั้งตัวเลข “เส้นความยากจน” จะทำให้เกิดช่องว่าง (Cliff Effect) ที่คนซึ่งมีรายได้เกินเส้นไปนิดเดียวจะหลุดจากการช่วยเหลือทันที รัฐบาลจึงใช้วิธีประเมินสิทธิ์แบบครอบคลุมรอบด้านแทน (Holistic Assessment)

นั่นคือ ไม่มี Official Poverty Line แต่ใช้การประเมินสิทธิ์แบบองค์รวม (Holistic Assessment) โดยพิจารณาจาก ‘รายได้เฉลี่ยต่อคนในครัวเรือน (Per Capita Household Income – PCHI)’ ควบคู่กับ ‘ขนาดที่อยู่อาศัย’

หน่วยงานรับผิดชอบ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว (MSF)

ตัววัดหลักที่ใช้เรียกว่า PCHI (Per Capita Household Income)

  • โครงการช่วยเหลือ ComCare (SMTA) ปรับเกณฑ์รายได้เฉลี่ยต่อคนในบ้าน (PCHI) ต้อง ไม่เกิน 800 ดอลลาร์สิงคโปร์ ต่อคน/เดือน หรือราว 21,000 บาท
  • องค์ประกอบร่วม ดูประเภทที่อยู่อาศัยด้วย เช่น พักอาศัยในแฟลตรัฐบาล (HDB) ขนาด 1-3 ห้อง หรือไม่มีอสังหาริมทรัพย์อื่น
  • ปรัชญา “Self-Reliance” สิงคโปร์เน้นให้เงินช่วยเหลือระยะสั้น/ปานกลาง เพื่อผลักดันให้คนวัยทำงานกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน มากกว่าการแจกเงินสดระยะยาวโดยไม่มีเงื่อนไข

ในส่วนของ โครงการช่วยเหลือ ComCare (SMTA) ของสิงคโปร์ จะเน้นให้เงินช่วยเหลือระยะสั้นถึงปานกลาง พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

ข้อดี/ข้อจำกัด: ช่วยให้รัฐเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดและยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องอาศัยฐานข้อมูลรัฐที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบและเจ้าหน้าที่ประเมินที่มีประสิทธิภาพสูง

โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยหลังจากนี้ อาจไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขยายเวลาอุทธรณ์ หรือปรับอายุรถยนต์เป็น 15–20 ปีเท่านั้น แต่อาจเป็นการ “ทบทวนโครงสร้างการวัดความยากจน” ให้นวัตกรรมฐานข้อมูลของรัฐสอดคล้องกับสภาพสังคมจริง

การนำเกณฑ์มิติความยากจนหลายด้าน หรือการปรับเกณฑ์สินทรัพย์ให้ยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ เช่นเดียวกับแนวทางในต่างประเทศ อาจเป็นทางออกที่ช่วยลดช่องว่าง และป้องกันไม่ให้คนจนตัวจริงต้องตกหล่นจากระบบสวัสดิการของรัฐอีก