กรมโรงงานฯ ไฟเขียวเปิดกิจการ “ซิน เคอ หยวน” อีกครั้งโรงงานเหล็กที่ถูกจับตาที่สุดของประเทศ หลังสั่งปิดตั้งแต่ปลายปี 2567 เร่งแก้ปัญหามลพิษ-ความปลอดภัยหลายรอบ ขณะที่ชื่อบริษัทยังถูกโยงคดีร้อน “เหล็กตึก สตง.” ด้าน รมว.อุตสาหกกรม เร่งคุมเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ซิน เคอ หยวน สตีล” ผู้ผลิตเหล็กเส้นรายใหญ่ในจังหวัดระยอง กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งอนุญาตให้กลับมาประกอบกิจการได้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ปิดฉากกระบวนการปรับปรุงโรงงานที่ยาวนานกว่า 1 ปีครึ่ง นับจากวันที่ถูกสั่งหยุดดำเนินการทั้งหมดเมื่อปลายปี 2567

หนังสือด่วนที่สุดที่ลงนามโดย นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่า บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องและปฏิบัติตามคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรมครบถ้วนแล้ว โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ภาครัฐติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กว่าที่โรงงานจะกลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง เส้นทางของซิน เคอ หยวน ไม่ได้ราบรื่นนักจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 หลังเกิดเหตุแก๊สรั่วและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเหล็กในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ กระทรวงอุตสาหกรรม และ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องหลายด้าน ทั้งมาตรการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ระบบควบคุมมลพิษ และการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่คำสั่งสำคัญเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้อำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 สั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการทั้งหมด พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ปรับปรุงแก้ไข 3 ประเด็นหลักก่อนจะกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง

จากนั้นตลอดปี 2568 บริษัทต้องอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 กรมโรงงานฯ ได้ขยายระยะเวลาการปรับปรุงครั้งแรก หลังพบว่ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ พร้อมกำหนดเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 6 มีนาคม 2568
ต่อมาในวันที่ 25 มีนาคม 2568 มีการขยายเวลาอีกครั้งไปถึงวันที่ 7 เมษายน 2568 เนื่องจากการแก้ไขยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษทางอากาศ หลังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด กรมโรงงานฯ ได้ปรับรายละเอียดคำสั่งใหม่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โดยลดจำนวนประเด็นที่ต้องแก้ไขจาก 3 ข้อ เหลือ 2 ข้อ และกำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 แม้บริษัทจะมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับปรุงบางส่วนยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กรมโรงงานฯ ต้องขยายเวลาเป็นครั้งสุดท้าย โดยเหลือภารกิจสำคัญเพียง 1 รายการ คือการปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดมลพิษทางอากาศ พร้อมกำหนดเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายน 2569

และในที่สุดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่กรมโรงงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่าบริษัทได้ดำเนินการติดตั้งและปรับปรุงระบบควบคุมมลพิษแล้วเสร็จตามที่กำหนด จึงอนุญาตให้มีการทดลองเดินเครื่องจักรในบางส่วนเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ จากนั้นวันที่ 7 เมษายน 2569 มีการเก็บตัวอย่างอากาศจากปล่องระบายของโรงงานส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ผลตรวจพบว่าค่ามลพิษทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องค่าปริมาณสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและโรงงานผลิตเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต พ.ศ. 2564 ผลการตรวจดังกล่าวกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 อนุญาตให้บริษัทกลับมาประกอบกิจการโรงงานได้อีกครั้ง

ตลอดระยะเวลากว่า 18 เดือนที่ผ่านมา ชื่อของซิน เคอ หยวน ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงจากกรณีโรงงานถูกสั่งปิด แต่ยังถูกจับตามองจากประเด็นตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เชื่อมโยงกับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่าคำสั่งปิดโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีเหล็กในโครงการ สตง. แต่มีจุดเริ่มต้นจากเหตุแก๊สรั่วและเพลิงไหม้เมื่อเดือนธันวาคม 2567 รวมถึงการตรวจพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน
การกลับมาเปิดดำเนินการของซิน เคอ หยวน จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของผู้ผลิตเหล็กรายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวทางการกำกับดูแลของภาครัฐที่ใช้มาตรการทางกฎหมายควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องจนเป็นไปตามมาตรฐาน
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังจับตาว่า การกลับมาของกำลังการผลิตรายใหญ่รายนี้จะส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดเหล็กเส้นอย่างไร หลังจากหายไปจากตลาดนานกว่า 1 ปีครึ่ง และเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีของซิน เคอ หยวน นั้นเราให้เป็นไปตามกระบวนการของระเบียบและกฎหมายของกรมโรงงานฯ แต่เราจะไม่เอาไปเข้มงวดแค่กับเคสของซินเคอหยวนรายเดียว ต่อจากนี้เรื่องความปลอดภัยทุกอย่างมันต้องดูกำกับและถูกเข้มงวดทุกรายทุกโรงงานและทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่โรงงานเหล็ก ดังนั้นมาตรการด้านความปลอดภัยต้องถูกเข้มงวดมากขึ้น