เป็นธรรมเนียมประจำเดือน มิ.ย. ของทุกปี ที่ “แอปเปิล” (Apple) จะจัดงาน “WWDC” (Worldwide Developers Conference) หรืองานสัมมนาประจำปีสำหรับนักพัฒนา เพื่ออัพเดตเกี่ยวกับการอัพเกรดซอฟต์แวร์ และระบบปฏิบัติการ (OS) เวอร์ชั่นใหม่
สำหรับ WWDC 2026 เหล่าสาวกแอปเปิลต่างคาดหวังมูฟเมนต์ “ว้าว ๆ” เกี่ยวกับ AI จาก Apple หลังเปิดตัว “Apple Intelligence” เมื่อ WWDC 2024 มาแล้ว แต่โรดแมปการพัฒนาความสามารถของฟีเจอร์ต่าง ๆ กลับตามหลังค่ายอื่น ๆ อยู่หลายก้าวทีเดียว
ซึ่ง Apple ไม่ปล่อยให้เหล่าสาวก คอยเก้อ เพราะระยะเวลามากกว่าครึ่งของ Keynote ในค่ำคืนเข้าสู่วันที่ 9 มิ.ย. 2026 (เวลาไทย) เต็มไปด้วยเรื่องเกี่ยวกับ Apple Intelligence รุ่นใหม่ และการอัพเกรดครั้งใหญ่ของ Siri กลายเป็น “Siri AI”
ตัวอย่างความสามารถของ Apple Intelligence รุ่นใหม่
1.การแก้ไขภาพอัจฉริยะ ปรับเฟรมภาพใหม่หลังจากถ่ายเสร็จแล้วด้วยฟังก์ชั่น Spatial Reframing ขยายภาพด้วย Extend Tool และลบวัตถุขนาดใหญ่ด้วยเครื่องมือ Clean Up ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
2.Image Playground ที่สร้างภาพคุณภาพสูงในหลากหลายสไตล์ รวมถึงภาพเสมือนจริง ปรับแต่งและแปลงภาพด้วยคำอธิบาย หรือใช้การสัมผัส
3.Safari ทำงานได้ชาญฉลาดขึ้น แท็บจะถูกจัดกลุ่มเป็นหัวข้อโดยอัตโนมัติ ทำให้ค้นหาหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น และ Safari Notify Me จะตรวจสอบหน้าเว็บเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนแปลงราคาหรือการเติมสินค้า และแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องดำเนินการ
4.แก้ไขรหัสผ่านเพียงแตะครั้งเดียว แอป Passwords จะแจ้งเตือนหากพบรหัสผ่านที่อ่อนแอหรือถูกบุกรุก และสามารถอัพเดตรหัสผ่านให้ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องยุ่งยาก
5.จัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จเร็วขึ้นด้วย Suggestions ใน Messages และ Mail จะมีคำแนะนำที่ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยอิงจากบริบทของการสนทนา เช่น เพิ่มกิจกรรมในปฏิทิน หรือค้นหารูปภาพด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว
Apple Intelligence พร้อมให้ใช้งานโดยรองรับภาษาดังต่อไปนี้ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ, เดนมาร์ก, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, ตุรกี, เวียดนาม, จีน (ตัวย่อ), จีน (ตัวเต็ม), ญี่ปุ่น และเกาหลี

ตัวอย่างความสามารถของ Siri AI
1.Siri เข้าใจบริบทส่วนตัวมากขึ้น สามารถค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังมองหาได้เพียงแค่ถาม สามารถค้นหารูปภาพจากหลายปีก่อน ค้นหาอีเมล์ที่ซ่อนอยู่ในกล่องจดหมายได้อย่างง่ายดาย หรือดึงรายละเอียดจากบันทึกก็ได้เช่นกัน
2.ควบคุมการทำงานในแอปต่าง ๆ ได้มากขึ้น Siri AI สามารถดำเนินการต่าง ๆ ในแอป เช่น ข้อความ เพลง การแจ้งเตือน และอื่น ๆ โดยอิงจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นแก้ไขข้อความที่เพิ่งส่งไปอย่างรวดเร็ว หรือเพิ่มเพลงที่ได้ยินในรถลงในเพลย์ลิสต์ออกกำลังกาย
3.เข้าถึงความรู้รอบโลกได้อย่างกว้างขวาง สอบถามได้แทบทุกเรื่องที่สนใจ ตั้งแต่ข้อเท็จจริงสำคัญไปจนถึงสูตรอาหารและคำแนะนำในการท่องเที่ยว Siri AI สามารถค้นหาข้อมูลออนไลน์เพื่อให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดและทันสมัย
4.Visual Intelligence ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ขยายไปสู่ iPad, Mac และ Apple Vision Pro ค้นหา ถามคำถาม และดำเนินการโดยใช้เนื้อหาบนหน้าจอ หรือสิ่งที่เห็นใน Apple Vision Pro และด้วยโหมด Siri ที่ผสานรวมอยู่ในกล้อง iPhone สามารถใช้ระบบอัจฉริยะด้านภาพเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว
5.เขียนด้วย Siri สามารถสร้างร่างข้อความตั้งแต่เริ่มต้น หรือให้คำติชมเกี่ยวกับสิ่งที่เขียนได้ เพียงแค่บรรยายสิ่งที่ต้องการด้วยคำพูด และในแอปข้อความและอีเมล์ Siri AI สามารถจับคู่สไตล์การเขียน เครื่องหมายวรรคตอน และน้ำเสียงของผู้ใช้ได้ เพื่อให้ข้อความออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด
ทั้งนี้ Siri AI จะใช้ได้บน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับเท่านั้น โดยรุ่นเบต้าจะพร้อมใช้งานในช่วงปลายปีนี้