เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

ปิดมหากาพย์ 87 ปี นักคณิตฯฮาร์วาร์ดจับมือ AI โค่นโจทย์ระดับตำนานสำเร็จ

22 ก.ค. 2569 | 15:43น.

วงการคณิตศาสตร์โลกสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อโมเดล AI ร่วมกับนักคณิตศาสตร์ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ด สามารถถอดรหัส “ข้อสันนิษฐานจาโคเบียน” (Jacobian Conjecture) ปัญหาระดับตำนานอายุ 87 ปีได้สำเร็จในเวลาเพียงไม่นาน พร้อมจุดประเด็นคำถามในยุคที่ AI สามารถโค่นโจทย์สุดหินได้มากขึ้นเรื่อยๆ บทบาทของนักคณิตศาสตร์จะเปลี่ยนไปอย่างไร

ฟอร์จูน (Fortune) ระบุ ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่สายตาของคนทั้งโลกต่างจับจ้องไปที่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ โมเดล AI ตัวหนึ่งก็ได้ไขปัญหาที่ทรมานนักคณิตศาสตร์มาตั้งแต่ปี 1939 ได้สำเร็จ

เมื่อถึงเวลาที่ เควิน บัซซาร์ด (Kevin Buzzard) ตื่นนอนในลอนดอนเช้าวันถัดมา ผลลัพธ์ดังกล่าวก็ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้ว พอถึงช่วงอาหารกลางวัน หัวข้อเดียวที่บรรดาเพื่อนร่วมงานในภาควิชาคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ ณ Imperial College London พูดถึง โพสต์ประกาศผลลัพธ์โดย เลแวนต์ อัลเพอเกอ (Levant Alpöge) พนักงานของ Anthropic บนแพลตฟอร์ม X ก็มียอดเข้าชมทะลุ 20 ล้านครั้งไปแล้ว

มันเป็นวันยิ่งใหญ่มากครับ

บัซซาร์ดบอกกับผู้สื่อข่าวของ Fortune

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากจริงๆ ที่ได้มีชีวิตอยู่

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญล่าสุดในอนุกรมความก้าวหน้าทางคณิตศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ความก้าวหน้า ของ AI ต่อปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยังไม่มีใครแก้ได้นั้น เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่กลางปี 2025 เมื่อโมเดลต่างๆ สามารถแก้โจทย์การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (IMO) ได้ถึง 5 จาก 6 ข้อเป็นครั้งแรก

จากจุดนั้น รายชื่อปัญหาคณิตศาสตร์ที่ถูกโค่นลงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยโมเดลของ OpenAI สามารถหักล้างข้อสันนิษฐานของแอร์เดิช (Erdős conjecture) ที่อายุ 80 ปีเกี่ยวกับเรขาคณิตเชิงคอมบิเนทอริกซ์ได้ในเดือนพฤษภาคม และในเดือนมิถุนายน นักวิจัย 16 คนจาก 15 มหาวิทยาลัยได้ร่วมกันตีพิมพ์ ปฏิญญาไลเดนว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์และคณิตศาสตร์ (Leiden Declaration on Artificial Intelligence and Mathematics)

เพื่อเรียกร้องให้วิชาชีพนี้กำหนดกรอบคุ้มครองเกี่ยวกับความโปร่งใส การระบุแหล่งที่มา และการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) ก่อนที่ AI จะเข้ามาเปลี่ยนความหมายของคำว่า “ความรู้ทางคณิตศาสตร์” ไปโดยสิ้นเชิง

นักคณิตศาสตร์ซึ่งถูกลดบทบาทลงเหลือเพียง “คนต้อนฝูงสัตว์” จึงทำได้เพียงนั่งมอง AI ค่อยๆ ปิดลิสต์คำถามเหล่านี้ไปทีละข้อๆ จนไปถึงจุดที่มนุษย์ไม่อาจเอื้อมถึง ปฏิกิริยาของพวกเขาจึงกลายเป็นส่วนผสมของความหวาดหวั่นและความอัศจรรย์ใจที่คุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน

โจทย์ปัญหาระดับตำนานอายุ 87 ปี

ปัญหานี้มีชื่อเรียกว่า ข้อสันนิษฐานจาโคเบียน (Jacobian conjecture) และนับตั้งแต่ปี 1939 เป็นต้นมา มันแขวนอยู่บนผลงานของนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ออตต์-ไฮนริช เคลเลอร์ (Ott-Heinrich Keller) โดยพื้นฐานแล้ว ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นักคณิตศาสตร์เรียกว่า “แผนภาพ (maps)” และเงื่อนไขที่ว่า เมื่อกำหนดชุดผลลัพธ์มาให้ เราจะสามารถหารูปแบบนำเข้าได้หรือไม่

แน่นอนว่าในเมื่อเป็นคณิตศาสตร์ มันจึงอ้างอิงจากผลงานของนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันอีกคนเมื่อหนึ่งศตวรรษก่อนหน้า นั่นคือ ตัวกำหนดจาโคเบียน (Jacobian determinant) ของ คาร์ล กุสทัฟ ยาคอบ ยาโคบี (Carl Gustav Jacob Jacobi) ปัญหาหลักสำหรับนักคณิตศาสตร์ยุคใหม่ก็คือ พวกเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อสันนิษฐานของเคลเลอร์เป็นจริง หรือหาเหตุผลมาหักล้างได้ว่ามันเป็นเท็จ

แต่ตอนนี้ ผลลัพธ์ของอัลเพอเกอ ได้เข้าทำมุมกับตัวกำหนดจาโคเบียนที่ทุกจุดในสเปซ โดยตัวกำหนดคงที่อยู่ที่ −2 ในทุกพื้นที่ แต่กลับส่งจุดเริ่มต้น 3 จุดที่แตกต่างกันไปจบลงที่เป้าหมายเดียวกัน ซึ่งหมายความว่า มันไม่ผ่านการทดสอบ หรือก็คือพบข้อขัดแย้งที่พิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานนี้ไม่เป็นจริง

“มันเป็นผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นมาก” บัซซาร์ดกล่าว

นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโมเดลภาษาที่จะก้าวไปสู่ระดับ “สุดยอดนักคณิตศาสตร์ (supermathematician)” ตามที่ คริสเตียน เซเกดี (Christian Szegedy) นักวิทยาศาสตร์การเรียนรู้เชิงลึกจาก Google เคยเตือนไว้เมื่อครึ่งทศวรรษก่อน

แต่มันก็ยังทิ้งให้นักคณิตศาสตร์รู้สึกขาดอะไรบางอย่าง ปัญหาของการใช้โมเดล AI ในปัจจุบันมาแก้คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ก็คือ

คุณจะได้ “คำตอบอย่างไร” โดยปราศจาก “เหตุผลว่าทำไม”

อะคิล แมทธิว (Akhil Mathew) นักคณิตศาสตร์จาก University of Chicago ผู้ซึ่งอัลเพอเกอระบุว่าเป็นคนแนะนำโจทย์ข้อนี้ให้แก่เขา อธิบายว่า

“เราสามารถตรวจสอบได้ครับว่ามันถูกต้อง” แมทธิวบอกกับ Fortune

แต่มันจะดีกว่านี้มากถ้าเราสามารถ ‘เล่าเรื่องราว’ ของมันได้

เหตุผลที่เรายังต้องมีคณิตศาสตร์บริสุทธิ์

นักคณิตศาสตร์เคยเผชิญหน้ากับระบบอัตโนมัติมาแล้วในอดีต คนส่วนใหญ่ที่มีความรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายมักมองว่า งานของนักคณิตศาสตร์คือการคำนวณ ซึ่งคอมพิวเตอร์ได้เอาชนะมนุษย์ไปแล้วเมื่อหลายทศวรรษก่อน

“แต่พอคุณเข้ามหาวิทยาลัย และได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง คุณจะพบว่าจริงๆ แล้วคณิตศาสตร์ทั้งหมดเป็นเรื่องของ ‘การให้เหตุผล’ ครับ”

บัซซาร์ดกล่าว

เครื่องคิดเลขสามารถคูณเลขสี่หลักได้ไวมากเมื่อเทียบกับมนุษย์ทุกคน แต่สิ่งที่นักคณิตศาสตร์เติมเข้าไปคือ “เหตุผล” บัซซาร์ดอธิบายว่า หากมีคนบอกเขาว่า 131 คูณกับ 137 ได้ผลลัพธ์คือสี่ล้าน เขาไม่จำเป็นต้องหยิบเครื่องคิดเลขเลย เพราะเขารู้ดีว่าเลขคี่สองจำนวนคูณกัน ไม่มีทางได้ผลลัพธ์เป็นเลขคู่แน่นอน การจะเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เขากล่าวว่า มันคือ

“การจัดวางสิ่งนั้นให้ลงล็อกในสมองของคุณ จัดให้ดีพอจนคุณสามารถสร้างผลลัพธ์นั้นขึ้นมาใหม่ได้เองจากไอเดียตั้งต้น”

ในการพิสูจน์ความรู้ของคุณสำหรับคณิตศาสตร์แบบเป็นทางการ สิ่งนั้นเรียกว่า “บทพิสูจน์” (Proof) ซึ่งก็คือ ห่วงโซ่ของขั้นตอนทางตรรกะที่แต่ละขั้นจะต่อเนื่องมาจากขั้นก่อนหน้า จนไปสิ้นสุดที่ข้อกล่าวอ้างที่คุณสร้างขึ้น บทพิสูจน์คือทั้งวิธีที่นักคณิตศาสตร์ใช้สร้างความรู้และเป็นมาตรวัดตัวพวกเขา บทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่บางชิ้นอาจยาวหลายร้อยหน้า และต้องใช้เวลาหลายเดือนในการอธิบายให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อถือและไว้วางใจ

จนถึงตอนนี้ AI ยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะสร้างบทพิสูจน์เช่นนั้นได้

บัซซาร์ดกล่าว

การสร้างบทพิสูจน์ที่ประณีตยาว 150 หน้าต้องใช้ขั้นตอนนับร้อยขั้นตอน และโมเดลภาษาก็มักจะมีนิสัยชอบเชื่อมช่องว่างด้วยข้อความเติมเต็มที่ฟังดูน่าเชื่อถือ เพราะโมเดลไม่ได้มีความเสี่ยงเรื่องชื่อเสียงเหมือนกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์หากมันทำผิดพลาด

ทว่าหากขวดที่อุดอู้อยู่นี้แตกออกเมื่อใด มันก็อาจเป็นผลงานของตัวบัซซาร์ดเอง โครงการตลอดชีวิตการทำงานของเขาคือ Lean ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ยอดนิยมที่ใช้สำหรับตรวจสอบบทพิสูจน์ด้วยเครื่องจักร แทนที่จะใช้โพสต์ด็อก (PhD) ที่เหน็ดเหนื่อย

เขากล่าวว่า บทพิสูจน์ดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบใน Lean เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนที่เขาจะตื่นนอนด้วยซ้ำ วินาทีที่โมเดลเขียนบทพิสูจน์มาบรรจบกับเครื่องตรวจบทพิสูจน์ของเขา ความได้เปรียบสุดท้ายของมนุษย์ในวงการคณิตศาสตร์ก็อาจสูญสลายไปได้

คำถามเรื่อง “รสนิยม” (Taste)

แมทธิว มีความตื่นเต้นที่สุขุมกว่า โดยเรียกช่วงเวลานี้ว่าเป็น “การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากและน่าหวั่นใจยิ่ง… โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักคณิตศาสตร์รุ่นใหม่”

ไมเคิล แฮร์ริส (Michael Harris) ศาตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์จาก Columbia ได้เขียนไว้ในความเห็นชิ้นหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนใน Boston Review ว่า อุตสาหกรรม AI ปฏิบัติของการให้เหตุผลหรือความเข้าใจราวกับเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลค่าทางพาณิชย์ และมองว่านักคณิตศาสตร์ที่เป็นมนุษย์เป็นเพียง “สติปัญญารุ่นเบต้า (beta version)”

มันอาจจะฟังดูไม่ค่อยอภิรมย์นักสำหรับสาธารณชนที่จะนำเงินอุดหนุนมาให้นักคณิตศาสตร์ใช้ “เล่น” เพราะแม้กระทั่งก่อนที่ AI จะเข้ามาสั่นคลอนงานของพวกเขา งบประมาณสนับสนุนการวิจัยคณิตศาสตร์จากภาครัฐก็ลดลงไปแล้วราว 72% ภายใต้การตัดงบมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF) ในยุครัฐบาลทรัมป์

การรับนักศึกษาปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำก็ลดลง 15% ในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยทุนปริญญาเอกคณิตศาสตร์ของ George Washington University ถึงกับไม่มีการรับนักศึกษาที่ได้ทุนเลยแม้แต่คนเดียว

บางคนมองว่าการล่มสลายของความเป็นวิชาชีพทางคณิตศาสตร์นั้นเป็นเรื่องดี เพราะเครื่องจักรช่วยกระจายอำนาจและทำให้ทุกคนเข้าถึง “การเล่น” นี้ได้ การ์รี แทน (Garry Tan) ประธานของ Y Combinator ได้แสดงความเห็นต่อข่าวนี้บน X โดยยกย่องการกลับมาของยุค “สุภาพบุรุษนักวิทยาศาสตร์ (gentleman scientist)” มหาเศรษฐีผู้รอบรู้ตามรอย เบนจามิน แฟรงคลิน ที่ออกทุนเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

แต่นั่นใช้ไม่ได้กับ อัลเพอเกอ เพราะเขาไม่ใช่มือสมัครเล่น เขาคือผู้แทนกล่าวสุนทรพจน์วันรับปริญญา (valedictorian) จากฮาร์วาร์ด ผู้ใช้เวลาเป็นทศวรรษในการใช้อัลกอริทึมคำนวณปัญหาประเภทนี้โดยเฉพาะ

“และนั่นอาจเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาให้มนุษย์ยังคงอยู่ในวงจรของคณิตศาสตร์” บัซซาร์ดกล่าว

เพราะนอกเหนือจากการคำนวณ นอกเหนือไปกว่าการให้เหตุผลเชิงตรรกะ หัวใจสำคัญของ “ความเข้าใจ” ก็คือการรู้ว่า ควรจะถามอะไร หรือสิ่งที่ชาวซิลลิคอนวัลเลย์เรียกว่า “รสนิยม” (taste)

“ผู้คนเคยพยายามทำให้เครื่องจักรรู้จักตั้งคำถาม และพวกมันทำได้แย่มากครับ”

เขากล่าว

“คำถามทั้งหมดที่มันถาม ไม่น่าเบื่อ ก็เป็นจริงอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่ก็เป็นเท็จอย่างเห็นได้ชัด”

อนุสาวรีย์แห่งวงการนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อสันนิษฐานรีมันน์ (Riemann hypothesis) หรือข้อสันนิษฐานจาโคเบียนของเคลเลอร์ต่างถูกตั้งชื่อตาม “ผู้ที่ตั้งคำถาม” เหล่านั้นขึ้นมา ไม่ใช่คนที่แก้ไขมันได้ บัซซาร์ดเสริมเพื่อชี้ให้เห็นถึงมุมมองนี้

“และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนครับ เพราะคุณต้องเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ชาญฉลาดมากจริงๆ ถึงจะสามารถตั้งคำถามที่ถูกต้องออกมาได้”