ตลาดรถแทรกเตอร์
ตลาดรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตรปี’69 เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจ แบงก์ ไฟแนนซ์เข้มสินเชื่อ หลายพื้นที่ยอดขายชะลอตัว โดยเฉพาะภาคอีสาน ขณะที่ธุรกิจค่ายรถจากจีน อินเดียแข่งเดือด หันมารุกตลาดภาคใต้แทน รับแรงหนุนจากราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้พยุงกำลังซื้อเกษตรกร
นายวินัย ปิ่นทองพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปิ่นทองแทรคเตอร์ จ.พัทลุง ผู้แทนจำหน่าย รถแทรกเตอร์ รถไถ ภายใต้แบรนด์อิเซกิ (Iseki) และอุปกรณ์การเกษตร อะไหล่เครื่องจักรกลการเกษตร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตรทั้งประเทศในปี 2569 ยอดขายตกลงเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ให้เกษตรกรชะลอการใช้จ่าย แม้ความต้องการใช้งานจริงจะยังคงมีอยู่สูงก็ตาม
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ คาดว่ายอดขายปีนี้จะลดลงประมาณ 10% จากที่ทำยอดขายได้เฉลี่ย 2,000 คัน/ปี ขณะที่แนวโน้มในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 คัน ทั้งรถกลุ่มขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก
ปัจจุบันรถไถที่ทำยอดขายได้อันดับ 1 จะเป็นขนาด 50 แรงม้า ราคาประมาณ 600,000 บาท ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์ทำนา-ทำสวน ส่วนขนาดเล็ก 21-24 แรงม้า ราคาต่ำกว่า 400,000 บาท ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยเกษียณที่หันมาทำสวนตัดหญ้า ทั้งสวนผลไม้ สวนยาง สวนปาล์มน้ำมัน ทำสวนปลูกผัก ส่วนรถขนาดใหญ่ 70-90 แรงม้า ราคา 1-1.5 ล้านบาท จะเป็นงานขนาดใหญ่ เช่นโครงการถนน และทำไม้ยางพารา ลากไม้ซุง
นายวินัยกล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ทุกค่ายทั้งรถจีน-อินเดียต่างอัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย บางบริษัทแจกเครื่องตัดหญ้า รวมถึงส่วนลด 10-20% อย่างไรก็ดี ค่ายรถต่าง ๆ หันลงมาทำตลาดภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากภาคอีสานเป็นตลาดขนาดใหญ่หลักหมื่นคันต่อปี แต่ในปี 2569 ประสบปัญหาอุปสรรคสำคัญเรื่องเครดิตบูโร ทำให้ไฟแนนซ์ปล่อยสินเชื่อไม่ได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับตลาดภาคใต้ที่แม้เป็นกลุ่มตลาดเล็กมียอดขายหลักพันคันต่อปีเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยบวกจากราคาพืชผลทางการเกษตรหลักที่แข็งแกร่ง
เช่น ยางพารา ราคายังทรงตัวอยู่ที่ 50-80 บาท/กก. ปาล์มน้ำมัน ราคายังทรงตัวที่ 6-8 บาท/กก. และผลไม้ (ทุเรียน) ถือว่าราคาก็อยู่ในเกณฑ์ไม่ล้นตลาด ส่งผลให้แนวโน้มตลาดรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตรในปี 2569 ทางภาคใต้จะยังดีกว่าภาคอื่น ๆ
สำหรับตลาดรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ยังเป็นอันดับต้นคือคูโบต้า รองลงมาอิเซกิ นิวฮอลแลนด์ ยันม่าร์ เอฟเอ็มเวิลด์ มหินทรา จอห์นเดียร์ และที่เข้ามาทำตลาดใหม่คือโลโวลของจีน