Microsoft เปิดเผยผลสำรวจ AI Diffusion Rate พบสัดส่วนการใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มวัยทำงาน มีอัตราเร่งตัว 36.4% พุ่งขึ้นเร็ว อันดับสองของโลก แต่การปรับใช้งานจริง ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
นายธนวัตน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ เปิดเผย ถึงรายงาน Global AI Diffusion ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ ภายในงาน Microsoft AI Tour Bangkok พบว่า สัดส่วนการใช้งาน AI อย่างจริงจังในกลุ่มประชากรวัยทำงานทั่วไทย เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มาเป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 2569
ทำให้ประเทศไทยมีอัตราเร่งของการเติบโต (Growth Rate) ของการใช้ AI สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ตามหลังเพียงเกาหลีใต้เท่านั้น
โดยสัดส่วนการปรับใช้งานในกลุ่นคนวัยทำงาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีอัตราการปรับใช้สูงสุดของโลกที่ 70% ขณะที่ในภูมิภาคอาเซียนสิงคโปร์อยู่ที่ 63.4%
(AI Diffusion Rate คือ Adoption ของกลุ่มคนทํางานออฟฟิศในทุกอุตสาหกรรม)
“แม้ตัวเลขการปรับใช้ AI ของไทยที่ 12.4% ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอีกที่ 17.8% อยู่ แต่ข่าวดีคือหากเปรียบเทียบช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 และไตรมาสแรก ของ 2026 การเติบโต YoY ของ AI Adoption ในไทยอยู่ที่ 36.4% ทำให้อัตราเร่งในการปรับใช้เอไอของเราเป็นอันดับสองโลก”
นอกจากนี้ ผลสำรวจ Work Trend Index 2026 โดย ไมโครซอฟต์ ได้ทำการสำรวจนี้กับ 147 ประเทศแสดงแนวโน้มสำคัญในกลุ่มพนักงานองค์กรต่าง ๆ ในไทย พบว่าราว 32% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่ม “Frontier Professional” หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า
ขณะเดียวกัน ในมิติของภาวะผู้นำและทิศทางเชิงกลยุทธ์ 51% ของคนทำงานไทยมองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราวสองเท่าเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายงานนี้สะท้อนถึงการตอบรับที่คึกคักและการตื่นตัวด้าน AI ในประเทศไทย
“ประเทศไทยเราอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง และหาดูที่ภาพรวม คุณยังเห็นโอกาสที่เรามีผู้คนที่ไม่ใช่แค่ในออฟฟิศตามแบบสำรวจเท่านั้น เรายังมีคนทำงานในโรงงาน ในโรงงาน หมอ พยาบาล ครูและนักเรียน หรือประชากรวัยทำงานทั้งหมดในประเทศอีกราว 87.6% ที่ยังเป็นโอกาสในการนำเอไอเข้าไปปรับใช้ในกระบวนการทำงาน”
ด้านนายราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน ระบุด้วยว่า องค์กรทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนต่างกำลังเดินหน้าจากการทดลองใช้งาน AI ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สัมผัสได้จริง และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในด้านนี้ เราได้เห็นทั้งการนำ AI มาปรับปรุงการดำเนินงาน สนับสนุนการตัดสินใจ และสร้างผลงานที่มีคุณค่า โดยสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ทุกองค์กรเปลี่ยนศักยภาพของ AI เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง
งาน AI Tour Bangkok นี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในระยะยาวของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2569-2571
โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ในประเทศไทย การเสริมสร้างรากฐานเชิงดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้เปลี่ยนแปลงและเติบโตสู่ความสำเร็จได้อย่างเต็มศักยภาพ