Skip to content

คลังตั้งรับหน่วยงานชงโครงการขอใช้เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน

09 มิ.ย. 2569 | 19:05น.
คลังตั้งรับหน่วยงานชงโครงการขอใช้เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน

กระทรวงการคลัง ตั้งรับหน่วยงานชงโครงการขอใช้เงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ด้านคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ เตรียมประชุมนัดแรก 10 มิ.ย. นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมและรายละเอียดโครงการที่สมบูรณ์เพื่อเสนอขอกู้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) ในส่วนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งกระทรวงการคลังมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีความต้องการเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาเซลล์ และกระทรวงคมนาคมมีความต้องการเสนอโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านขนส่งสาธารณะจากระบบสันดาปเป็นระบบไฟฟ้า

นายลวรณ กล่าวว่า โครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้มีประโยชน์และจำเป็น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เนื่องจากหากสงความยืดเยื้อต่อไป ไทยอาจขาดแคลนพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น การลงทุนกับโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานได้ แม้ในสภาวะสงคราม

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ นัดแรก ซึ่งผู้อำนวยการ สศค. และ นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเป็นตัวแทนกระทรวงการคลังอยู่ในคณะกรรมาธิการฯ ชุดดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม นายวินิจ กล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล จากการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 1.88 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569 นั้น กระทรวงการคลังยืนยันว่าได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวแล้ว และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงการคลังก็เร่งพิจารณาข้อมูลอยู่ และยืนยันว่าพ.ร.ก.กู้เงินฯ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ได้เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงอย่างละเอียด

อีกทั้ง คาดว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จากพ.ร.ก.กู้เงินฯ อยู่ระหว่างนัดหมายเพื่อกำหนดวันประชุมอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้มีหน่วยงานที่เตรียมเสนอโครงการเข้ามา โดยรายละเอียดต่างๆ อยู่ระหว่าง สบน. พิจารณา และส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาต่อไป