อินโดนีเซียยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม
คณะกรรมการปาล์มน้ำมันมาเลเซีย เผยแพร่ข้อมูลเดือน พ.ค. ระบุปริมาณสำรองน้ำมันปาล์มเพิ่ม 5.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สูงสุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่การส่งออกลดลง 14% ต่ำสุดในรอบหนึ่งปี
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ปริมาณสำรองน้ำมันปาล์มของมาเลเซียเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร็วที่สุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากยอดการส่งออกน้ำมันปาล์มลดลงอย่างมาก แม้ปริมาณการผลิตจะอ่อนแอด้วยก็ตาม
ข้อมูลจาก คณะกรรมการปาล์มน้ำมันมาเลเซีย (MPOB) ซึ่งเผยแพร่วันที่ 10 มิถุนายน 2026 ระบุว่า ปริมาณน้ำมันปาล์มสำรองในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 5.2% จากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 2.43 ล้านตัน มากกว่าที่บลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้สองเท่า คือ 2.2%
ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันปาล์มไปต่างประเทศกำลังชะลอตัวลงอย่างมาก เนื่องจากผู้ซื้อหันไปซื้อน้ำมันปาล์มราคาถูกกว่าจากอินโดนีเซีย หลังจากที่อินโดนีเซียปรับปรุงนโยบายการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของตน ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล
การส่งออกน้ำมันปาล์มของมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก ลดลงราว 14% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปีที่ 1.11 ล้านตัน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 6.2% แม้จะมีการคาดการณ์ว่า มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ใหม่ของอินโดนีเซีย จะทำให้ดีมานด์น้ำมันปาล์มย้ายไปอยู่ที่มาเลเซีย แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ในทางกลับกัน กลุ่มผู้ซื้อสำคัญอย่างอินเดียและจีน กลับกว้านซื้อน้ำมันปาล์มอินโดนีเซียที่มีราคาน่าดึงดูดใจกว่า โดยการแข่งขันระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากอินโดนีเซียกำลังเร่งการส่งออกสินค้า ก่อนที่กรอบการควบคุมของรัฐจะถูกนำไปใช้เต็มรูปแบบ
อินโดนีเซีย ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดและจัดส่งน้ำมันปาล์มมากกว่าครึ่งหนึ่งปริมาณทั่วโลก จะเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์โดยรัฐบาลในเดือนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญ และจะมีการทบทวนในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ระหว่างนี้ที่บริษัทต่าง ๆ ยังคงสามารถติดต่อซื้อขายกันได้ตามปกติ กระตุ้นให้โรงกลั่นและผู้ผลิตเร่งส่งออกสินค้าออกไปก่อนที่มาตรการจะถูกบังคับใช้
นอกจากนี้ ตามข้อมูลของ MPOB การผลิตน้ำมันปาล์มดิบของมาเลเซียลดลง 7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เหลือ 1.52 ล้านตัน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 4.9% ขณะที่การนำเข้าลดลง 42% เหลือ 43,816 ตัน