เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โลกเฮ สหรัฐ-อิหร่าน MOU – เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

17 มิ.ย. 2569 | 06:31น.
สหรัฐ-อิหร่าน

สหรัฐ-อิหร่าน

หลังจากการประกาศลงนาม MOU ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงทันที ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ความปลอดภัยอุตสาหกรรมเรือยังไม่แน่นอน รอดูสถานการณ์ นานาชาติต้องกำจัดทุ่นระเบิดในพื้นที่ จนกว่าจะมีการเผยแพร่รายละเอียดเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการ

“สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก” รายงานว่า สหรัฐและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อ 14 มิถุนายน เพื่อยุติสงครามยืดเยื้อที่ดำเนินมาเกือบสี่เดือนแล้ว โดยเสริมว่าพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2026 ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และการจราจรทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่แบบค่อยเป็นค่อยไป

ในระหว่างการเดินทางถึงประเทศฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุมซัมมิต G7 จัดขึ้นที่เมืองเอวิยอง เลส์ แบงส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐยืนยันการลงนามและช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งบันทึกความเข้าใจลงนามโดยเขาและ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ตามที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคกล่าว กาลีบาฟได้รับอนุญาตโดยตรงจากโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ให้ลงนามในเอกสารและจัดการทางการทูตที่มีความสำคัญสูงนี้ ขณะที่ทรัมป์ได้บอกเป็นนัยว่า เขาจะไม่เข้าร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ โดยรองประธานาธิบดีจะเป็นผู้ลงนามในพิธีการ  

“ข้อตกลงทั้งหมดได้ลงนามแล้ว และช่องแคบก็เปิดบางส่วนแล้ว เรือทั่วโลกสตาร์ตเครื่องยนต์ ปล่อยให้น้ำมันไหล !” เขากล่าวเสริมว่า เรือพาณิชย์รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันได้เริ่มเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางน้ำอย่างปลอดภัยอีกครั้งแล้ว และคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์ในไม่ช้า

ข้อตกลงสันติภาพ 2 ระยะ

การเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านมี 2 ขั้นตอน คือการลงนามข้อตกลงเอ็มโอยูผ่านระบบออนไลน์ เพื่อยุติทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเริ่มเฟสสองคือการเจรจาเพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์อิหร่านคาดว่าใช้เวลา 60 วัน 

หลังจากเจรจากันหลายสัปดาห์ ข่าวการบรรลุข้อตกลงเอ็มโอยูยุติสงครามระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานส่งผลให้ตลาดต่าง ๆ คลายความกังวล แม้ว่าความเสี่ยงยังคงอยู่ เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวยังมีเฟสสอง ซึ่งเป็นการเจรจาที่อาจยากและซับซ้อนเกี่ยวกับการควบคุมโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน 

แม้จะเป็นเพียงกรอบการทำงาน แต่ข้อตกลงเอ็มโอยูนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่สุดในการแก้ไขความขัดแย้งที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนและทำให้ตลาดพลังงานปั่นป่วนนับตั้งแต่เริ่มต้นจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านในเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 

สำหรับรายละเอียดไม่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีการเผยแพร่ข้อความเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการ ฝ่ายสหรัฐให้กรอบเวลาที่ต่างกันในการเผยแพร่ข้อความฉบับเต็ม โดยทรัมป์กล่าวว่าเร็วที่สุดคือภายในสิ้นสัปดาห์นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกคนของสหรัฐกล่าวว่า ภายในสองวันข้างหน้า หรือภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงนับจากวันที่ 15 มิ.ย.

“มันเป็นเอกสารที่ทรงพลังมาก และผมต้องการให้ถูกเผยแพร่ ดังนั้นอาจจะเร็ว ๆ นี้… ผมคิดว่าน่าจะหลังจากวันศุกร์” ทรัมป์ระบุ 

คลายกังวลเรื่องเส้นทางขนส่ง ปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นของตลาดว่า ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะสามารถกลับมาเปิดใช้งานและเดินเรือได้อย่างปลอดภัยในเร็ว ๆ นี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 82-83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นวิกฤตความขัดแย้งในเดือนมีนาคม เปรียบเทียบจากช่วงวิกฤต ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบเคยพุ่งทะยานไปแตะจุดสูงสุดถึง 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กำจัดทุ่นระเบิดในฮอร์มุซ

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า บันทึกความเข้าใจนี้จะอนุญาตให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ทันที ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญของโลกที่อิหร่านปิดกั้นมานานหลายเดือน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งเตือนว่าต้องใช้เวลาสักพักกว่าการจราจรจะกลับสู่ภาวะปกติ

ซึ่งอาจจะไม่กลับสู่ภาวะปกติภายในสองสัปดาห์ แต่จะเห็นการจราจรในช่องแคบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกลับไปสู่ระดับที่เห็นก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังมีทุ่นระเบิดในช่องแคบที่ยังต้องเก็บกวาด และผู้ขนส่งสินค้ามีความอดทนต่อความเสี่ยงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแตกต่างกัน 

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งภายในวันศุกร์นี้ หลังจากที่ระบุว่าทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซทำให้การบรรลุข้อตกลงล่าช้า “พวกเขากำลังออกค้นหาทุ่นระเบิดอีกสองสามลูกที่ตรวจพบไปก่อนหน้านี้ แต่มันก็โดยพื้นฐานแล้ว ตอนนี้เรือต่าง ๆ เริ่มทยอยออกเดินทางกันแล้ว” ผู้นำสหรัฐกล่าว

แต่กลุ่มพันธมิตรในยุโรปไม่ได้มีความคิดเห็นในเชิงบวกเช่นเดียวกับเขา 

ซึ่งบลูมเบิร์กรายงานว่า ขณะนี้กำลังเกิดความยากลำบากอย่างยิ่งในการหาข้อตกลงร่วมกันในกลุ่มประเทศ G7 เกี่ยวกับวิธีรับมือกับสถานการณ์ในอิหร่าน และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่คาดหวังว่าจะมีการออกแถลงการณ์ร่วม (Joint Communique) ในเรื่องนี้ของผู้นำ G7

ด้านกลุ่มประเทศในยุโรปที่มีศักยภาพในการกวาดล้างทุ่นระเบิดต่างกำลังวางแผนที่จะช่วยเหลือในการเปิดช่องแคบดังกล่าว อย่างไรก็ตามพวกเขาได้ออกมาเตือนว่า กระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์แทนที่จะเป็นเพียงไม่กี่วัน และจำเป็นต้องได้รับฉันทามติ หรือคำสั่งอนุมัติจากนานาชาติเสียก่อน  

เคทลิน ทัลแมดจ์ จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) กล่าวว่า การทำให้ช่องแคบปลอดภัยจะเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก งานจะดำเนินไปได้เร็วขึ้นหากอิหร่านให้ข้อมูลใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิด ประเทศในยุโรปมีขีดความสามารถในการกวาดล้างทุ่นระเบิดจำนวนมาก แต่เรือเหล่านั้นจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบหากการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้ง

“ปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดมีจุดประสงค์ที่จะดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย” เธอกล่าว “เรือและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องอาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากอิหร่านโจมตีอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือกวาดล้างทุ่นระเบิด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วขาดความสามารถในการป้องกันตนเอง”

ถึงแม้จะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่พันธมิตรยุโรปก็ยังคงเดินหน้าวางแผนต่อไป

 เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำสหราชอาณาจักร ได้เป็นผู้นำความพยายามของพันธมิตรของสหรัฐ ในการจัดทำแผนเพื่อช่วยเปิดช่องแคบอีกครั้งในกรณีที่บรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย รวมแล้วกว่า 15 ประเทศได้ให้คำมั่นที่จะจัดหาอุปกรณ์และบุคลากรให้กับภารกิจนี้

ญี่ปุ่นเล็งส่งกองทัพร่วมคุ้มกันเรือ

หลังจากที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) เข้าร่วมภารกิจสากล เพื่อกวาดล้างทุ่นระเบิดและคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงเผชิญความท้าทายในการสร้างความยอมรับจากประชาชนในประเทศ

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ยินดีกับข้อตกลงสันติภาพว่าเป็นก้าวสำคัญ และเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญคือต้องมีการลงนามและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี มิโนรุ คิฮาระ แถลงว่า ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการส่งกองทัพ แต่จะประเมินสถานการณ์และความต้องการเพื่อตัดสินใจเรื่องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่อไป นายชินจิโร โคอิซูมิ (Shinjiro Koizumi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุเงื่อนไข3 ข้อในการเข้าร่วมภารกิจ 

ได้แก่ ต้องมีการหยุดยิงระหว่างสหรัฐ-อิหร่านอย่าแท้จริง ต้องมีการสื่อสารกับอิหร่าน ภัยคุกคามในพื้นที่ต้องลดลง ซึ่งการเคลียร์ทุ่นระเบิดจะทำได้ตามกฎหมายก็ต่อเมื่อพื้นที่นั้นสิ้นสุดการสู้รบแล้วเท่านั้น

เรือ Wait & See

แมตต์ ไรท์ (Matt Wright) หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านการขนส่งสินค้าจากบริษัท Kpler กล่าวว่า ขณะนี้มีเรือจำนวนมากกำลังจอดรออยู่ในอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ เพื่อรอให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิด โดยในช่วง 30 วันแรกหลังจากสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลง จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียอาจเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลำต่อวัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 50% ของระดับก่อนเกิดสงคราม

ไรท์ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทเดินเรือที่มีความระมัดระวังมากกว่าจะเลือก “รอดูสถานการณ์” เพื่อดูว่าการเดินเรือในเที่ยวแรก ๆ เป็นอย่างไร โดยพวกเขาจะพิจารณากลับเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียอีกครั้งก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าเรือจะไม่ถูกโจมตีและไม่มีทุ่นระเบิด 

ทางด้านลาร์ส บาร์สตัด ซีอีโอบริษัทเรือบรรทุกน้ำมัน Frontline ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นบีซีมองว่า “เรือต่าง ๆ จะเริ่มเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วทันทีที่มีการลงนามในข้อตกลง” ทั้งนี้ Frontline ดำเนินธุรกิจเรือขนส่ง 80 ลำทั่วโลก และปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำที่ยังคงติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย

ทัสนิม (Tasnim) สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เรือต่าง ๆ จะสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน 

เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า สิ่งที่สหรัฐคาดหวังคือ ช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้ใช้งานโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในระยะยาว 

ความปลอดภัยเดินเรือผันผวน 

ทางด้าน Bimco ซึ่งเป็นสมาคมการค้าการเดินเรือระดับโลกได้ออกโรงเตือนว่า ภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดในพื้นที่ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล พร้อมแจ้งเตือนเรือต่าง ๆ ว่าสถานการณ์ด้านความปลอดภัยยังคงมีความเสี่ยงสูง 

“เนื่องจากยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน ประกอบกับที่ผ่านมามักจะมีการให้คำมั่นสัญญาที่มองโลกในแง่ดีเกินจริง เราจึงเชื่อว่าสถานการณ์ความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมการเดินเรือยังคงมีความผันผวน และเรายังคงมองว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากสำหรับเรือที่จะเริ่มออกเดินทางผ่านช่องแคบในเวลานี้” ยาค็อบ ลาร์เซน (Jakob Larsen) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยและความมั่นคงของ Bimco กล่าว