กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวแกง หลังผลผลิตออกมาก-ขนาดเล็กจากภัยแล้ง ตลาดมะพร้าวหัวขูดไม่ต้องการ ทำให้ผลผลิตไหลเข้าโรงงานแปรรูป แต่ติดข้อจำกัดกำลังผลิต ส่งผลราคาหน้าสวนลดเหลือ 6-7 บาทต่อลูก ย้ำปัญหาไม่ได้เกิดจากการนำเข้า หลังยอดนำเข้า ม.ค.-พ.ค. 2569 ลดลงกว่า 60% พร้อมดึงโรงงานกะทิรับซื้อผลผลิตคงค้าง 8.8 ล้านลูก และขอชะลอนำเข้า ใช้มะพร้าวในประเทศเป็นหลัก
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โรงงานผลิตกะทิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวแกง หลังขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ว่า ปี 2569 ผลผลิตมะพร้าวแกงจะมีปริมาณ 0.852 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อน โดยปัจจุบันผลผลิตยังทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง แต่ผลจากภัยแล้งทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็กลง ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมะพร้าวหัวขูด
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผลผลิตไหลเข้าสู่โรงงานแปรรูปเป็นหลัก แต่โรงงานมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต จึงเกิดปัญหาผลผลิตตกค้าง ขณะที่ล้งและโรงงานบางส่วนชะลอการรับซื้อ ส่งผลให้ราคารับซื้อจากเกษตรกรปรับลดลงมาอยู่ที่ 6-7 บาทต่อลูก
นายกรนิจกล่าวว่า สำหรับความกังวลของเกษตรกรว่าปัญหาราคามะพร้าวแกงลดลงมาจากการนำเข้าของโรงงาน จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานกะทิใช้ผลผลิตมะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลักถึง 80% และนำเข้าเพียง 20%
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศออกมากตั้งแต่ต้นปี พบว่าการนำเข้ามะพร้าวช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 มีปริมาณเพียง 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการนำเข้า 190,734 ตัน หรือลดลง 60% สะท้อนว่าปัญหาปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการนำเข้าเป็นหลัก
เพื่อบรรเทาปัญหาราคามะพร้าวแกงตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานกะทิ โดยขอความร่วมมือโรงงานเข้ารับซื้อมะพร้าวคงค้างที่ยังไม่มีผู้รับซื้อ จำนวน 8.8 ล้านลูกโดยเร่งด่วน
แผนรับซื้อดังกล่าวแบ่งเป็น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5 ล้านลูก นครศรีธรรมราช 1.6 ล้านลูก สุราษฎร์ธานีและชุมพร 1 ล้านลูก และแหล่งผลิตอื่น ๆ อีก 1.2 ล้านลูก
นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังได้ประชุมร่วมกับผู้นำเข้าและโรงงานกะทิ เพื่อขอให้รับซื้อผลผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน โดยโรงงานยืนยันว่าจะเริ่มลดการนำเข้า และในช่วงนี้จะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นหลัก
นายกรนิจกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดผลผลิตตกค้าง และช่วยให้ราคามะพร้าวทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยจะติดตามสถานการณ์การรับซื้อและราคาอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลการนำเข้ามะพร้าวของโรงงานไม่ให้กระทบต่อผลผลิตในประเทศ พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการโรงงานกะทิของไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ให้สามารถขยายช่องทางการตลาดทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่
“ที่สำคัญคือการยกระดับการผลิตของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานสากล มีผลผลิตต่อเนื่อง และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกได้” นายกรนิจกล่าว