กกร.เพิ่มคุมข้าวโพด-มะพร้าว-หอม-กระเทียม สกัดสวมสิทธิ์-ปั่นราคา
กกร.ทบทวนสินค้าและบริการควบคุมปี 2569 เห็นชอบคง 66 รายการต่ออีก 1 ปี พร้อมปรับมาตรการกำกับบางสินค้าให้สอดคล้องสถานการณ์ ทั้งเพิ่มมาตรการมะพร้าวผลอ่อน-กากถั่วเหลือง-ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-เม็ดพลาสติก-หอมหัวใหญ่-กระเทียม ขณะที่แอลกอฮอล์ล้างมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และ ATK ลดระดับมาตรการ หลังตลาดกลับสู่ภาวะปกติ ย้ำ “สินค้าควบคุม” ไม่ได้หมายถึงควบคุมราคาทุกกรณี แต่เป็นกลไกดูแลความเป็นธรรม ป้องกันราคาพุ่ง-สินค้าขาดแคลน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ครั้งที่ 2/2569 เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้ทบทวนสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2569 รวมถึงการกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของสินค้าแต่ละประเภท
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงรายการสินค้าและบริการควบคุมจำนวน 66 รายการต่อเนื่องอีก 1 ปี พร้อมคงมาตรการแสดงราคาสินค้าและบริการทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลความเป็นธรรมด้านราคา ป้องกันการปรับขึ้นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล และรักษาปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ
นางศุภจีกล่าวว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าและค่าบริการ รวมทั้งป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าและค่าบริการสูงขึ้นรวดเร็วเกินสมควร และดูแลให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ
กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ติดตามและกำกับดูแลสถานการณ์ภาพรวมของสินค้าและบริการที่จำเป็นและมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง โดยการกำหนดว่าสินค้าและบริการใดควรอยู่ในบัญชีควบคุม จะพิจารณาผ่าน กกร. ตามความเหมาะสมและความสอดคล้องกับสถานการณ์ของสินค้าและบริการนั้น ๆ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ การกำหนดสินค้าและบริการควบคุมในแต่ละปี มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาคมที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อนำข้อมูลด้านการผลิต การตลาด ต้นทุน และสถานการณ์การค้า มาประกอบการพิจารณาให้มาตรการกำกับดูแลมีความเหมาะสมมากที่สุด
นางศุภจีกล่าวว่า นอกจากการทบทวนรายการสินค้าและบริการควบคุมแล้ว ที่ประชุมยังพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะและสถานการณ์ของสินค้าแต่ละประเภท โดยมาตรการกำกับดูแลมีหลายระดับ ตั้งแต่มาตรการเข้มข้นสุด ได้แก่ การกำหนดราคาจำหน่ายสินค้าและบริการ การขออนุญาตปรับราคาจำหน่าย การขออนุญาตส่งออกสินค้าเกษตร การควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตร การให้แจ้งข้อมูลและแจ้งเปลี่ยนแปลงราคารับซื้อหรือจำหน่าย การจัดทำบัญชีคุมสินค้า ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับซื้อสินค้าเกษตร
กกร.จะเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นที่สุดกับสินค้าแต่ละรายการ เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมรักษาสมดุลของระบบการค้าและเสถียรภาพด้านราคาในภาพรวม
สำหรับการทบทวนมาตรการในปีนี้ สินค้าที่มีการปรับเพิ่มมาตรการกำกับดูแล ประกอบด้วย มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ รวมถึงกากถั่วเหลือง โดยเพิ่มมาตรการจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามข้อมูลด้านราคา ปริมาณการซื้อขาย การนำเข้า การส่งออก และปริมาณคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มมาตรการควบคุมการขนย้าย ส่วนสินค้าเม็ดพลาสติก ปรับมาตรการแจ้งข้อมูลให้ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่
ขณะที่สินค้าหอมหัวใหญ่และกระเทียม เพิ่มมาตรการแจ้งข้อมูลการนำเข้าและจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า การสวมสิทธิ์สินค้า และพฤติกรรมทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและราคาสินค้าในประเทศ
ส่วนสินค้าที่มีการปรับลดมาตรการ เนื่องจากสถานการณ์ด้านปริมาณและราคาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และชุดตรวจ ATK โดยปรับมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาพตลาดปัจจุบัน แต่ยังคงมาตรการที่จำเป็นต่อการคุ้มครองผู้บริโภคไว้ตามความเหมาะสม
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เพื่อให้การกำกับดูแลสินค้าและบริการเป็นไปอย่างเหมาะสม สมดุล และไม่กระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรไทย
“การเป็นสินค้าและบริการควบคุมไม่ได้หมายถึงการใช้มาตรการในการควบคุมราคาจำหน่ายทุกกรณี แต่เป็นกลไกในการติดตามและกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์จะสื่อสารทำความเข้าใจต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าและบริการควบคุมแต่ละรายการมีมาตรการกำกับดูแลแตกต่างกันตามลักษณะสินค้าและสถานการณ์ตลาด” นางศุภจีกล่าว