เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สุริยะ” ดันข้าวคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าไทยผู้นำข้าวคุณภาพโลก

18 มิ.ย. 2569 | 11:36น.

“สุริยะ” ลงพื้นที่สุพรรณบุรี ติดตามต้นแบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ สั่งกรมการข้าวบูรณาการ 4 ภารกิจ ขยายผลผ่านศูนย์ข้าวชุมชน-นาแปลงใหญ่ ยกระดับเมล็ดพันธุ์ วิจัย เทคโนโลยีลดต้นทุน และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ชูข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่ภาระใหม่ แต่เป็นทางเพิ่มรายได้-ลดต้นทุน-เปิดตลาดพรีเมียม ตั้งเป้าไทยก้าวเป็นผู้นำข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำของโลก

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ณ กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว) อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรเข้าร่วม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเกษตรกรเข้าสู่การทำนายุคใหม่ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน

นายสุริยะกล่าวว่า ปัจจุบันข้าวไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การแข่งขันด้านราคา และแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรจำเป็นต้องปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ โดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังสำคัญในการยกระดับการผลิตข้าวไทยให้ตอบโจทย์ตลาดอนาคต

นายสุริยะได้มอบหมายให้กรมการข้าวบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนข้าวคาร์บอนต่ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

เรื่องแรก คือ การขยายผลข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่ โดยคัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง ใช้ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ และเกษตรกรต้นแบบ เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงตลาด

เรื่องที่สอง คือ การยกระดับเมล็ดพันธุ์ งานวิจัย และเทคโนโลยีลดต้นทุน โดยเร่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ พร้อมพัฒนางานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการเผาฟาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มมูลค่าผลผลิต

เรื่องที่สาม คือ การพัฒนามาตรฐานและระบบข้อมูลข้าวคาร์บอนต่ำ โดยจัดทำมาตรฐานที่เกษตรกรสามารถเข้าร่วมได้ตามความพร้อม พร้อมพัฒนาระบบติดตาม ตรวจวัด และตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลแปลง เพื่อลดภาระและต้นทุนการรับรองของเกษตรกร

เรื่องที่สี่ คือ การเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และตลาด โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อเชื่อมโยงข้าวคุณภาพและข้าวคาร์บอนต่ำเข้าสู่ตลาด พัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่า โดยกำหนดเป้าหมายและระบบติดตามผลที่ชัดเจน

“ข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่ภาระใหม่ แต่เป็นแนวทางในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางตลาด พร้อมตั้งเป้าให้ประเทศไทยไม่เป็นเพียงผู้ตามมาตรฐานโลก แต่ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำ โดยมีเกษตรกรไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” นายสุริยะกล่าว

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทดลองบังคับรถหยอดข้าวงอกที่ติดตั้งระบบบังคับอัตโนมัติ และชมการใช้โดรนหว่านข้าวงอก พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนวัตกรรมการผลิตข้าว นิทรรศการพันธุ์ข้าว กข113 และ กข119 ตลอดจนการสาธิตเทคโนโลยีการผลิตข้าวสมัยใหม่

เทคโนโลยีที่นำมาสาธิต ได้แก่ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ท่อวัดระดับน้ำ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี การจัดการฟางและตอซังโดยไม่เผา และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการลดต้นทุน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ด้านนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ขับเคลื่อนการผลิตข้าวตามแนวทาง “3 เพิ่ม 3 ลด” ได้แก่ เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการลดการใช้น้ำ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แนวทางดังกล่าวมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับการผลิตข้าวไทยให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกในอนาคต

นายอานนท์กล่าวว่า กรมการข้าวได้รับมอบนโยบายสำคัญจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ขยายผลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและกลุ่มนาแปลงใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งยกระดับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ

ขณะเดียวกัน จะพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีลดต้นทุน และระบบข้อมูลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลรายแปลงมาใช้ในการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังมุ่งพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานข้าวคาร์บอนต่ำหลายระดับ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าร่วมได้ตามศักยภาพ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดพรีเมียม ตลาดส่งออก และระบบคาร์บอนเครดิตในอนาคต

พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน โรงสี ผู้ส่งออก และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป

การขับเคลื่อนข้าวคาร์บอนต่ำจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการยกระดับโครงสร้างการผลิตข้าวไทย จากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่ข้าวคุณภาพสูง ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก