เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมพัฒน์ฯ ปิดรับจดจัดตั้งใหม่แบบกระดาษ 1 ก.ค. ดันออนไลน์ 100%

19 มิ.ย. 2569 | 12:49น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้ายกระดับบริการดิจิทัล 100% เริ่ม 1 กรกฎาคม 2569 ให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist ช่องทางเดียว หลังสถิติ 1-18 มิ.ย. 2569 คำขอจัดตั้งใหม่ผ่านออนไลน์พุ่ง 95.48% ขณะ Walk-in เหลือเพียง 4.52% พร้อมยุติบริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษแก่หน่วยงานภาครัฐ เปลี่ยนผ่านสู่ BDEX และ DBD e-Service for Government ลดต้นทุนเอกสาร-ลดซ้ำซ้อน-เพิ่มโปร่งใส

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า กรมเตรียมยกระดับงานบริการเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบอีกขั้น โดยตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มดำเนินงานบริการสำคัญ 2 ส่วนในรูปแบบดิจิทัล 100% เพื่อให้ภาคธุรกิจ ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ ปรับตัวเข้าสู่การใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมอย่างเต็มรูปแบบ

งานบริการส่วนแรก คือ การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด โดยกรมได้พัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล หรือ DBD Biz Regist ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน เน้นความสะดวก ใช้งานง่าย และมีความรวดเร็ว โดยต้องไม่ใช้เวลามากกว่าการยื่นคำขอแบบ Walk-in หรือระบบกระดาษ

จากสถิติการให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลเฉพาะการจัดตั้งใหม่ ในช่วงวันที่ 1-18 มิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist จำนวน 4,644 คำขอ คิดเป็น 95.48% ของการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ทั้งหมด ขณะที่การยื่นแบบ Walk-in มีเพียง 220 คำขอ หรือ 4.52%

หากพิจารณาภาพรวมคำขอทุกประเภททั่วประเทศในช่วงเดียวกัน พบว่าการยื่นผ่านระบบออนไลน์มีจำนวน 18,495 คำขอ คิดเป็น 91.60% ส่วน Walk-in มีจำนวน 1,696 คำขอ คิดเป็น 8.40%

เมื่อแยกเชิงพื้นที่ กรุงเทพมหานครมีคำขอผ่าน Biz Regist จำนวน 6,002 คำขอ คิดเป็น 85.38% และ Walk-in จำนวน 1,028 คำขอ คิดเป็น 14.62% ส่วนต่างจังหวัดมีคำขอผ่าน Biz Regist จำนวน 12,493 คำขอ คิดเป็น 94.92% และ Walk-in จำนวน 668 คำขอ คิดเป็น 5.08%

กรมระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ใช้บริการมีความพร้อมสูงในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบออนไลน์ โดยมี 28 จังหวัดที่ใช้บริการจดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist แบบ 100% ไม่มีการยื่น Walk-in เช่น กระบี่ กำแพงเพชร ปัตตานี เลย และหนองคาย เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้กรมจึงกำหนดให้การจดทะเบียนธุรกิจเฉพาะการจัดตั้งใหม่ ทั้งการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ให้บริการผ่านระบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว 100% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยยังไม่รวมการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ กรมได้สร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คำแนะนำการใช้งานระบบ DBD Biz Regist และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความพร้อมในการปรับตัว

การให้บริการผ่านระบบ DBD Biz Regist จะช่วยให้ภาคธุรกิจประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด รวมถึงลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ

งานบริการส่วนที่สอง คือ การยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานรัฐ ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เชิญหน่วยงานภาครัฐจำนวน 320 แห่ง เข้าร่วมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านจากเอกสารกระดาษไปสู่ระบบดิจิทัล

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป กรมจะยุติการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และเปลี่ยนผ่านไปสู่บริการอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ หรือ BDEX : Business Data Exchange ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้หน่วยงานรัฐสามารถสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรงแบบ Real Time

นอกจากนี้ ยังให้บริการผ่านระบบ DBD e-Service for Government เพื่อขอรับบริการหนังสือรับรอง รายการทางทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 พบว่ามีหน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยง BDEX แล้ว 182 หน่วยงาน มีการใช้ข้อมูลรวม 215,119,041 ครั้ง และมีหน่วยงานสมัครใช้บริการ DBD e-Service for Government จำนวน 129 หน่วยงาน

กรมระบุว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Government ซึ่งจะช่วยให้ระบบราชการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความซ้ำซ้อนในการเรียกเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ อันจะนำไปสู่การยกระดับบริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

ในปี 2568 กรมให้บริการข้อมูลนิติบุคคลแก่ภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐรวม 19,393,914 แผ่น โดยการใช้กระดาษไม่ใช่เพียงต้นทุนของเอกสาร แต่ยังเป็นต้นทุนของทั้งระบบ ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการที่ต้องเสียเวลาเดินทางและมีค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องตรวจเอกสารซ้ำ หน่วยงานที่ต้องจัดเก็บเอกสาร และการให้บริการภาครัฐที่ไม่คล่องตัว

สำหรับบริการเอกสารข้อมูลนิติบุคคลกับภาครัฐในปี 2568 มีหน่วยงานภาครัฐขอใช้บริการรวม 184 หน่วยงาน รวม 59,717,524 ครั้ง โดยหน่วยงานที่ขอรับบริการสูงสุด 20 อันดับแรกมีการใช้บริการรวม 57,265,752 ครั้ง

ทั้งนี้ กรมคาดหวังว่าหลังประกาศใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ภายใน 6 เดือน ประชาชนและภาคธุรกิจจะเข้ามาใช้ระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นในคำขอทุกประเภทที่กรมให้บริการ และตั้งเป้าให้วันที่ 1 มกราคม 2570 งานบริการของกรมเข้าสู่รูปแบบออนไลน์ 100% ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปลี่ยนผ่านกรมจะยังคงให้บริการและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนและภาคธุรกิจที่เข้ามาใช้งาน เพื่อให้การปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดภาระผู้ใช้บริการ และสร้างความพร้อมให้ทุกภาคส่วนเข้าสู่บริการภาครัฐยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ