เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กยท.ชูยางแผ่นอบแห้งโซลาร์เซลล์ ลดต้นทุน-ดันยางคาร์บอนต่ำ

23 มิ.ย. 2569 | 17:33น.

กยท.หนุนสหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จ.ชุมพร เป็นต้นแบบผลิตยางแผ่นอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้งบกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(3) จำนวน 1.31 ล้านบาท ติดตั้ง Solar Cell และห้องอบลมร้อน แทนการใช้ไม้ฟืน ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ลดก๊าซเรือนกระจก ยกระดับยางคุณภาพพรีเมียม ล่าสุดขายผ่านตลาดกลางยางพารา จ.ระยอง ได้ 99 บาท/กก.

นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนแนวทาง “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย”

แนวทางดังกล่าวมุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ควบคู่กับการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

กยท.ได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อนในภาคยางพารา โดยส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภายใต้การดูแลของ กยท. นำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตและแปรรูปยาง เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปยางสู่แนวทางคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

นายดิษฐเดชกล่าวว่า กยท.ได้นำร่องสนับสนุนสหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จำกัด จังหวัดชุมพร โดยจัดสรรเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(3) ภายใต้โครงการยกระดับกระบวนการผลิตยางคุณภาพสูง จำนวน 1,311,300 บาท

เงินสนับสนุนดังกล่าวใช้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปยางของสถาบันเกษตรกร ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนตามหลัก BCG Model โดยติดตั้งระบบ Solar Cell และสร้างห้องอบลมร้อน สำหรับผลิตยางแผ่นอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Cell แทนการใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการทำความร้อน

การเปลี่ยนกระบวนการอบยางมาใช้พลังงานสะอาดช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และช่วยควบคุมอุณหภูมิรวมถึงระยะเวลาในการอบยางได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้คุณภาพยางดีขึ้น และสามารถยกระดับเป็นยางคุณภาพพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

นายดิษฐเดชกล่าวว่า แนวทางนี้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนายางไทยไปสู่ยางคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon และเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อผลผลิตยางมีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น สถาบันเกษตรกรจะสามารถจำหน่ายยางได้ในราคาสูงขึ้น ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้สถาบันฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถกระจายผลประโยชน์สู่สมาชิกชาวสวนยางได้จริง

นายดิษฐเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์กองทุนสวนยางสมบูรณ์พัฒนา จำกัด ถือเป็นสถาบันเกษตรกรต้นแบบที่ กยท.เข้าไปสนับสนุนให้เกิดการพัฒนากระบวนการแปรรูป โดยสามารถผลิตยางแผ่นอบแห้ง ชั้น 1 พรีเมียม และจำหน่ายผ่านตลาดกลางยางพารา จังหวัดระยอง ได้ในราคาถึง 99 บาทต่อกิโลกรัม รวมค่าขนส่ง หรือ 97.50 บาทต่อกิโลกรัม ตามข้อมูล ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2569

ราคาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการยกระดับกระบวนการผลิตและพัฒนาคุณภาพยาง สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสถาบันเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2570 กยท.เตรียมศึกษาต้นทุนและความคุ้มค่าของโครงการ เพื่อพิจารณาแนวทางขยายผลไปยังสถาบันเกษตรกรอื่น ๆ ที่มีศักยภาพและความพร้อม

กยท.ตั้งเป้าให้กองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(3) เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับสถาบันเกษตรกรไทย ให้สามารถผลิตยางคุณภาพสูง แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้ทิศทางเกษตรคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Carbon Net Zero ในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กยท. ยางพารา โซล่าเซลล์