เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวกคอม-AI ตื่น AMD จ่อขึ้นราคา 10% ไตรมาส 4 นี้
Tech สาวกคอม-AI ตื่น AMD จ่อขึ้นราคา 10% ไตรมาส 4 นี้
ศุลกากร จี้กำกับนำเข้าทองคำ สกัดสแกมเมอร์-แก้ขาดดุลการค้า
Finance ศุลกากร จี้กำกับนำเข้าทองคำ สกัดสแกมเมอร์-แก้ขาดดุลการค้า
Voice AI Agent ของ Amity กวาด 3 รางวัลใหญ่ TICTA
Biz Movement Voice AI Agent ของ Amity กวาด 3 รางวัลใหญ่ TICTA
ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
Biz Movement ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
Economic พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
Automotive VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
Economic กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่  ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
ดูทั้งหมด

ทลายนอมินีฝั่งอันดามันพบอสังหาฯ ภูเก็ต-กระบี่ พัวพันนอมินีต่างด้าว 730 ล้าน

21 มิ.ย. 2569 | 09:41น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วม สตช. กรมที่ดิน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” ตรวจธุรกิจต้องสงสัยในภูเก็ต-กระบี่ พบ 66 บริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เกี่ยวข้องถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 730 ล้านบาท พร้อมเตรียมส่งข้อมูล 623 บริษัทในสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ให้ชุดเฉพาะกิจ สตช.ดำเนินการต่อ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ตนพร้อมด้วยหม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินี ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ Nominee ในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงินเชิงลึก

ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับพลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปชก.ตร. และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีการลงทุนจากต่างชาติหนาแน่น

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย รวม 4 แปลง พื้นที่กว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง และเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท

จุดที่กรมฯ ร่วมตรวจค้นเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ซึ่งจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2562 ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเคยประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยวเนื่องจากกระทำผิดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการ

จากการตรวจสอบพบว่า กรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัทดังกล่าวมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 3 บริษัท และเป็นกรรมการ 5 บริษัท โดยผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าถือหุ้นแทนคนอิสราเอล นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารและร้านกัญชา ใช้ที่ตั้งแห่งเดียวกันในการประกอบกิจการด้วย

สำหรับจังหวัดกระบี่ พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17 แปลง พื้นที่กว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน 8 แปลง พื้นที่กว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่กว่า 499 ล้านบาท

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบยังพบกรณีสำคัญหลายประเด็น อาทิ บริษัททรอปิคอลเฮาส์ฯ ซึ่งประกอบธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ เป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่าในทำเลทองของจังหวัดกระบี่ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท แต่ถือครองที่ดิน 16 แปลง พื้นที่กว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าทุนจดทะเบียนอย่างมีนัยสำคัญ

จากข้อมูลทางทะเบียน บริษัทดังกล่าวมีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย แต่จากการตรวจสอบพบข้อบ่งชี้ว่าในทางปฏิบัติมีชาวต่างชาติเป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ โดยใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน หรือเป็นนอมินี และเชื่อว่าคนไทยไม่ได้มีการลงทุนจริง

อีกกรณีคือ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งมีพฤติการณ์หาลูกค้าที่เป็นรีสอร์ตเพื่อหาสมาชิกของกลุ่มลับเฉพาะ ในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่นิยมไม่สวมใส่เสื้อผ้าในกิจกรรมกลางแจ้งภายในรีสอร์ตและหาดทรายแบบมีความเป็นส่วนตัว โดยกรรมการเป็นคนไทยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ลงทุนจริง

แม้ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวจะมีคนไทยถือหุ้น 100% แต่กรมฯ พบความผิดปกติหลายประเด็นที่ทำให้น่าเชื่อว่าอาจเข้าข่ายเป็นนอมินี

นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีการลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเป็นการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย

กรมฯ จะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงนอมินี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบสวน ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ จะขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กรมฯ เตรียมส่งข้อมูลบริษัท 623 รายในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ซึ่งพบผู้ทำบัญชีเข้าไปพัวพันและให้การสนับสนุนต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินี ให้ชุดเฉพาะกิจฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ประเทศไทยยังเปิดกว้างและพร้อมอำนวยความสะดวกต่อการลงทุนจากต่างชาติที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

อย่างไรก็ดี กรมฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ใช้ช่องทางนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะเป็นพฤติกรรมที่กระทบต่อความเป็นธรรมทางธุรกิจ การถือครองทรัพย์สินของประเทศ และโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว