เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
Automotive รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
สามัญสำนึก ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
“ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
เศรษฐกิจภูมิภาค “ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
Finance ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ปชน.อัดงบฯ 70 ไม่เห็นทางแก้ ศก.ฝีแตก เหน็บโครงการมี AI ได้งบฯ มาก แนะมุ่งแก้แผลเรื้อรัง

29 มิ.ย. 2569 | 12:10น.
ปชน.อัดงบ 70 ไร้เห็นทางแก้ ศก.ฝีแตก เหน็บโครงการมี AI ได้งบมาก แนะมุ่งแก้แผลเรื้อรัง

ปชน.อัดงบ 70 ไร้เห็นทางแก้ ศก.ฝีแตก เหน็บโครงการมี AI ได้งบมาก แนะมุ่งแก้แผลเรื้อรัง

‘ศิริกัญญา’ อัดรัฐบาลจัดงบฯ 70 ไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก-ไม่สอดคล้องใช้จ่ายจริง ชี้หั่นงบฯลงทุนแต่ทำถนนยังนำโด่ง เหน็บไร้โครงการใหม่ แค่ใส่ “พลัส” ต่อท้าย โครงการไหนเกี่ยวข้อง AI เหมือนรหัสเอทีเอ็มได้รับงบฯมากเป็นพิเศษ แนะ ‘นายกฯ-รมว.คลัง’ มุ่งมั่นแก้แผลเรื้อรังประเทศ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ว่าการตั้งงบประมาณครั้งนี้เพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของรายได้ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 79,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เพิ่ม ทั้งที่งบฯ เพิ่มขึ้นไม่มาก

แต่รัฐบาลยังกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบงบประมาณในระดับที่สูงอยู่มาก รัฐบาลอาจจะบอกว่ามีวิกฤตพลังงานที่ซ่อนอยู่ แต่รัฐบาลเพิ่งเซ็นเช็คเปล่าที่ได้กู้เงินให้กับตัวเองไปแล้ว 4 แสนล้านบาท

ดังนั้น การเอาวิกฤตมาอ้างการขาดดุลสูงขนาดนี้อาจไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้งบประมาณเกิน 3% ต่อจีดีพีกลายเป็นความปกติใหม่ และสะท้อนว่าเรากำลังอยู่ในปัญหาที่เรื้อรังที่ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่ว่ารายได้ของรัฐบาลขยับตามไม่ทัน สะท้อนออกมาเป็นการจัดสรรงบประมาณของปีนี้ ว่ารายจ่ายลงทุนโดนหั่นลงไป 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทางหลายแสนล้านบาท โดยรายจ่ายประจำที่ปรับไม่ได้ จนไม่สามารถใช้กลเม็ดทางงบประมาณที่จะปกปิดอำพรางได้อีกต่อไป

“รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาจะใช้วิธีหลอกตาสภาว่ารายจ่ายประจำยังน้อยอยู่ โดยใส่ตัวเลขให้น้อยเข้าไว้ และใช้วิธีหมุนเงินเอา แต่นานวันยิ่งปกปิดอำพรางเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหว จึงจำเป็นต้องใส่เข้ามาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น“

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2570 แม้จะเพิ่มไม่มาก แต่มีข้อกังขาว่าทำไมเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยงานต่าง ๆ กลับได้รับงบประมาณลดลงถ้วนหน้า ถ้าดูระดับกรมจะพบว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณได้รับงบฯ ลดลงจากปี 2569 ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ยิ่งหน่วยไหนที่มีงบฯลงทุนมากจะยิ่งถูกตัดมากตามไปด้วย เพราะหน่วยรับงบประมาณที่ได้เพิ่มเยอะจริง ๆ มีไม่มาก

ซึ่งส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคืองบฯกลาง โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นงบฯ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือเงินสมทบ กบข. ที่พบว่าเฉพาะกระทรวงการคลังกระทรวงเดียวได้รับเพิ่มถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่นำไปใช้พัฒนาโครงการอะไรใหม่ ๆ แต่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งไม่ได้มีการจ่ายอะไรเพิ่มเติมมากขนาดนั้น เพียงแต่ใส่ตัวเลขให้สะท้อนกับความเป็นจริงเท่านั้นเอง

“สะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปีมันแตกแล้วในปีงบประมาณ 2570 เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ยังเข้ามาได้ไม่นาน แต่ในคำแถลงของรัฐบาลไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ หรือยืดอกยอมรับว่าจะต้องมีการปรับปรุงปฏิรูปการคลัง ยังคงกอดคำพูดสวยหรูว่า เรารักษาวินัยการเงินการคลังไว้แล้ว ยังคงภูมิใจที่บริษัทจัดอันดับเรตติ้งเพิ่ม

แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรมไม่ได้มีการหยิบมาพูดถึงหรือจัดการอย่างจริงจัง ถ้ายังคงทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่หนองที่จะไหลออกมา แต่เลือดจะไหลออกไม่หยุดเช่นกัน เพราะปัญหาที่ซ่อนอยู่คือเราจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เราไม่กู้เท่าที่จะจ่ายไหว เราไม่จัดการกับรายจ่ายประจำที่ลดยากลดเย็น

ในอนาคตเหตุการณ์แบบนี้จะวนเป็นลูปนรก งบประมาณประเทศจะขาดดุลในระดับสูงแบบนี้แบบที่กดไม่ลง แต่การพัฒนาประเทศด้วยการทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อนำประเทศพาไปข้างหน้าจะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่เหลืองบประมาณอีกต่อไป ความหวังที่จะลดหนี้สาธารณะ ลดการขาดดุล จะยิ่งเป็นไปไม่ได้“

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดของงบประมาณปี 2570 ที่จัดออกมาเพื่อรับกับสถานการณ์ฝีแตก ในส่วนของรายจ่ายลงทุนลดลง 73,736 ล้านบาท แต่สิ่งที่ไม่คิดว่าจะนับเป็นรายจ่ายลงทุนกลับถูกนำมานับ เช่น ในงบฯกลางเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่ปีนี้มีการอนุมัติ 100,000 ล้านบาท พบว่า 60,000 ล้านบาท ถูกนับว่าเป็นรายจ่ายลงทุน

แต่ที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ คืองบฯรายจ่ายประเภทรายจ่ายฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ปีนี้ตั้งมา 12,000 ล้านบาท เป็นงบฯ รายจ่ายลงทุนถึง 80% ซึ่งปกติที่ตนเห็นเป็นการแจกเงิน จึงไม่มีทางนับเป็นรายจ่ายลงทุนได้ แต่ยังมีข่าวดีที่งบประมาณที่ใช้กับการวิจัยและพัฒนา 100% นับเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ข่าวร้ายคืองบฯ วิจัยสำหรับปีนี้ถูกลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท จาก 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2569 มีการอภิปรายกันมากในส่วนของงบฯ ก่อสร้างที่เยอะเกินไป ปีนี้ต้องขอบคุณที่มีการตัดลดงบประมาณการสร้างตึกลงไปครึ่งหนึ่งซึ่งถือว่าโหดมาก แต่ส่วนที่ยังเป็นรายจ่ายสูงสุดสำหรับรายจ่ายลงทุนยังเป็นการลงทุนในถนนกันต่อไป

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า แม้ปีนี้รายจ่ายประจำจะพุ่งขึ้นสูงมาก แต่ยังไม่เพียงพอต่อการครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงในปีนี้ ทั้งในส่วนของเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล งบฯชำระดอกเบี้ย และเงินสมทบ กบข. ทำให้ทั้งหมดยังขาดอีกกว่า 85,000 ล้านบาท

“พอเราต้องจัดงบฯให้ใกล้เคียงกับที่จ่ายจริง มีรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเกือบแสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณมีข้อจำกัดหมดแล้ว จนไม่สามารถขยายไปรองรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อีกแล้ว ได้แต่ภาวนาว่าในปี 2570 รัฐบาลจะหมุนเงินได้ทันและเพียงพอ เพื่อนำมาจ่ายในส่วนของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่ขาดอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา หมุนเงินไม่ทันต้องไปควักเงินคงคลังมาใช้ เหมือนเป็นกระเป๋าสำรอง เป็นเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่ ที่เมื่อไหร่ที่ควักออกมาใช้ปีต่อ ๆ ไปก็ต้องจ่ายคืน“

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ตกลงแล้วประเทศนี้ใช้งบประมาณแต่ละปีเท่าไหร่กันแน่ เพราะที่ขอสภาไปมันไม่ถึง แต่พอใช้จ่ายไม่พอก็ไปขอเงินคงคลัง ทำให้วนลูปอยู่แบบนี้ที่ปีต่อ ๆ ไป ต้องไปตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง กินงบประมาณที่เราจะสามารถใช้ได้ในอนาคต เท่ากับว่าจะต้องขาดดุลเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ พองบประมาณติดข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้นในเอกสารงบประมาณปี 2570 อาจจะเห็นเรื่องของการเปลี่ยนชื่อโครงการ แต่ยังเป็นโครงการเดิม

และที่ตลกคือการที่รองนายกฯ และ รมว.คลัง อ่านชื่อโครงการต่าง ๆ ออกมามากมาย ที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่พอดูในเอกสารงบประมาณปรากฏว่าไม่มีโครงการที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ในส่วนของยุทธศาสตร์มีลักษณะคล้ายของเดิมมาก โดยมีการปรับแก้น้อยมาก และเมื่อดูนโยบายหาเสียงที่ระบุไว้ในนโยบายรัฐบาล เช่น อาสาพยาบาล หนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ไม่สร้างแล้วแต่คิดโปรแกรมบำบัดใหม่ พลทหารอาสา ที่โฆษณาเอาไว้ว่าจะรับ 100,000 นาย แต่ในเล่มงบประมาณทำจริงแค่ 25,000 นาย แม้จะเป็นนโยบายที่หาเสียง แต่ยังไม่สามารถทำได้

แล้วท่านไปเพิ่มงบประมาณอะไรเข้ามา พี่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นรหัสเอทีเอ็มใหม่ของปี 2570 ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ AI จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท จำนวน 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์เกี่ยวกับ AI ในโครงการปีนี้ไม่เจอ

“ในส่วนของรายจ่าย เราพบปัญหาเต็มไปหมด งบประมาณรายจ่ายพุ่ง สะท้อนแผลเรื้อรังของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไข สุดท้ายงบประมาณที่จะเหลือไปพัฒนาประเทศจะน้อยลงเรื่อย ๆ เพื่อต้องการให้ปัญหาเรื้อรังนี้หมดไปเราต้องการผู้นำทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ และ รมว.คลัง ที่มุ่งมั่นจริงจังอยากแก้ปัญหาจริง ๆ และพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำประเทศออกจากวิกฤตแผลเรื้อรังที่เป็นฝีแตกของประเทศอย่างทุกวันนี้ แต่ในปีงบประมาณ 2570 ยังไม่เห็นว่าจะนำพาประเทศออกจากจุดนั้นได้อย่างไร“ น.ส.ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้าย