เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ดูทั้งหมด

ศึกอิหร่านถล่ม ‘เศรษฐกิจโลก’ ‘เร่งความเร็ว’ เปลี่ยนผ่านพลังงาน

01 ก.ค. 2569 | 08:05น.

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านในตะวันออกกลางนั้น ส่งผลสะเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจโลก ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานชนิดที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ประกาศว่าเป็นวิกฤตพลังงานที่โลกไม่เคยเจอะเจอมาก่อนในประวัติศาสตร์

นี่ไม่ใช่วาทกรรมประดิษฐ์ขึ้นมาให้ดูน่ากลัว แต่นี่คือความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาคนทั้งโลก เพราะเหตุขัดแย้งครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในแทบทุกมิติ ตั้งแต่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อเป็นวงกว้าง กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการเกษตร อาหาร ส่งผลต่อตลาดการเงินโลก รวมไปถึงก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงโครงสร้างที่เปิดให้เห็นจุดอ่อนแอที่สุดของระบบเศรษฐกิจที่เราคุ้นเคยกันแต่เดิม

เรื่องที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของโลกมากที่สุดก็คือการประกาศปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนอุปมาว่า เหมือนกับเศรษฐกิจของประเทศทั่วโลกถูกบีบคอ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือสั้น ๆ ระยะทางรวมเพียง 3 กิโลเมตรเศษเท่านั้น แต่นี่คือเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบจากผู้ขายสู่ผู้ซื้อที่สำคัญอย่างยิ่งราว 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันที่ใช้กันทั้งหมดในโลก แถมยังเป็นเส้นทางลำเลียงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญที่สุดเส้นทางหนึ่ง โดย LNG ราว 20% ที่โลกใช้ต้องผ่านเส้นทางนี้ รวมทั้งสินค้าจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ ฮีเลียม และอื่น ๆ หายไปจากมือของประเทศผู้บริโภคอีกด้วย

และไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของพลังงาน, สินค้าการเกษตร และสินค้าที่จำเป็นต่อระบบการผลิตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกด้วย

ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกกันว่า “ภาวะช็อกด้านราคา” ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของสงคราม เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดพุ่งสูงขึ้น 10-13% ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 80-82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อถึงวันที่ 2 มีนาคม แล้วถีบตัวพรวดขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม

ข้อมูลของไออีเอชี้ว่า ตลาด LNG ที่ผลผลิตหายไปจากตลาดราว 20% ส่งผลให้ราคา LNG ในยุโรปและเอเชียตอบสนองอย่างหนักหน่วง ดัชนีราคา LNG ของเดนมาร์กที่ถูกใช้เป็นราคาอ้างอิงของตลาด สูงขึ้นเกือบเป็น 2 เท่าตัวเมื่อถึงกลางเดือนมีนาคม อยู่ที่ระดับสูงกว่า 60 ยูโรต่อปริมาณก๊าซที่ใช้ผลิตกระแสได้ 1 เมกะวัตต์ชั่วโมง และจนถึงปลายเดือนมิถุนายนก็ยังสูงมากกว่าระดับราคาก่อนสงครามถึง 35% ส่วนราคาเฉลี่ยในเอเชียพุ่งสูงขึ้น 54% ในยุโรปสูงขึ้น 63% ภายในสัปดาห์แรกของสงคราม

ผลลัพธ์จากตลาดน้ำมันและก๊าซถูกส่งผ่านต่อไปยังเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรวดเร็ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า สงครามอิหร่านได้ยับยั้งแรงเหวี่ยงที่คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวในปี 2026 ลง และปรับลดประมาณการขยายตัวจีดีพีรวมทั่วโลกลง จากที่เคยคาดไว้ที่ 3.4% เมื่อปี 2025 เหลือเพียง 3.1% ในปี 2026 ตรงกันข้ามกับที่คาดว่าภาวะเงินเฟ้อของโลกจะเพิ่มเป็น 4.4% สูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนมกราคม 0.6%

โดยฉากทัศน์ที่รุนแรงที่สุดในแบบประเมินของไอเอ็มเอฟ ก็คือหากวิกฤตน้ำมันยังคงอยู่ต่อเนื่องจนถึงปี 2027 จีดีพีโลกจะหดลงสู่ระดับ 2.5% ซึ่งเป็นระดับที่ร้ายแรงมาก เพราะใกล้กับระดับ 2% ที่ไอเอ็มเอฟระบุว่า แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลก “กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย” แล้ว

รายงานของไอเอ็มเอฟพูดถึงผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากภาวะช็อกด้านพลังงานว่า เกิดขึ้น 3 รูปแบบด้วยกัน หนึ่งคือรูปแบบดั้งเดิม คือราคาพลังงานที่แพงขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง แนวทาง 2 ก็คือภาวะช็อกต่อเนื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากความพยายามที่จะกอบกู้การสูญเสียจากภาวะพลังงานแพง ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะราคาสินค้าสูงและแรงงานเรียกร้องค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังราคาสินทรัพย์ทั้งหลายในตลาดเงิน

องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ทำนายว่า อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาในปี 2026 จะอยู่ที่ 4.2% สูงขึ้นกว่าที่เคยทำนายไว้เดิม 1.2 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนของอียูน่าจะอยู่ระหว่าง 2.6-4.4% ขึ้นอยู่กับความหนักหน่วงและความยาวนานของความขัดแย้ง

นักเศรษฐศาสตร์ประจำโออีซีดีระบุว่า เหตุขัดแย้งครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจอียูมากเป็นพิเศษ เพราะอียูเข้าสู่วิกฤตหนนี้ด้วยปริมาณก๊าซแอลเอ็นจีในคลังสำรองต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิดภาวะช็อกทางราคาสูงมาก ผลก็คือจีดีพีจะหดตัวรุนแรงและภาวะเงินเฟ้อจะพุ่งสูง พร้อมกับเตือนว่า หากเกิดการสู้รบในระยะยาวจะส่งผลให้ประเทศเยอรมนีกับอิตาลีเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค ขณะที่เงินเฟ้อของอังกฤษจะสูงเกินกว่า 5% อุตสาหกรรมเหล็กและเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบทั่วทั้งอียู จนอาจต้องเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าไปในราคาสินค้าไม่น้อยกว่า 30% เพื่อทดแทนต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น

ในทัศนะของไอเอ็มเอฟภูมิภาคที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามมากที่สุดคือ ภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลางซึ่งไอเอ็มเอฟปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2026 ลดลงเหลือเพียง 1.9% ลดจากเดิมมากถึง 2% และประเทศที่อยู่ในแนวรบจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทันที คือ อิหร่าน, กาตาร์,คูเวต และบาห์เรน

ขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่และประเทศกำลังพัฒนาก็จะได้รับผลกระทบหนักไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศที่ต้องนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและมีปัญหากับสถานะทางการคลังอยู่แต่เดิมแล้ว เพราะวิกฤตครั้งนี้จะส่งผลให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดหนักหน่วงมากขึ้น

ไอเอ็มเอฟระบุว่า ผลกระทบในระยะยาวก็คือ ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “สแต็กเฟลชั่น” หรือการเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงและภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นพร้อม ๆ กัน ที่จะเป็นปัญหาท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการแก้ไข อีกมิติที่น่าวิตกเป็นพิเศษจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่กระทบต่อตลาดการค้าปุ๋ยเคมีโลก คือจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารทั้งในเอเชีย แอฟริกา และประเทศกำลังพัฒนาของโลก

ภาวะช็อกด้านพลังงานส่งผลให้รัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาต้องหันมาหาวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันเป็นแถว อาทิ ฟิลิปปินส์ สั่งลดเวลาการทำงานลงเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ และอีกหลายประเทศในเอเชียเร่งให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อชดเชยราคาน้ำมัน ซึ่งหัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำไอเอ็มเอฟเตือนว่า อาจกลายเป็นการบิดเบือนราคาน้ำมันที่แท้จริงและทำลายสถานะทางการคลังของรัฐบาล ปิดโอกาสการให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มประชากรที่จำเป็นในระยะกลาง

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของเศรษฐกิจไปทั่วโลก เพราะเท่ากับไป “เร่งความเร็ว” ในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของโลกไปสู่พลังงานทางเลือกที่สะอาดกว่าโดยเร็ว ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของไออีเอ ระบุว่า สงครามส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบพลังงานของโลกอย่างใหญ่หลวง เร่งให้เกิดการใช้งานพลังงานที่ก่อให้เกิดคาร์บอนต่ำรวดเร็วมากขึ้น พร้อมกับที่บางประเทศก็หันไปเร่งการลงทุนในด้านพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะในกลุ่มเตาปฏิกรณ์ปรมาณูขนาดเล็ก (SMR) และพลังงานที่ไม่สิ้นเปลือง

ส่งผลให้ในเดือนมีนาคมยอดการส่งออกเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์, แบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากจีนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ รายงานของเอ็มเบอร์ระบุว่า จีนส่งออกเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์รวม 68 จิกะวัตต์ ในเดือนมีนาคม 2026 สูงกว่าสถิติสูงสุดแต่เดิมถึง 50% โดยมี 50 ประเทศนำเข้าพลังงานโซลาร์จากจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลาเดียวกันนี้

พิจารณาดูจากทั้งหมดนี้ จะพบว่าสงครามอิหร่านครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งโลกมากมายและหลายมิติอย่างชนิดคิดไม่ถึงเลยทีเดียว