เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
ดูทั้งหมด

‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้

05 ก.ค. 2569 | 11:30น.

คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : Bnomics:ธนาคารกรุงเทพ

หลายคนเริ่มตกใจเมื่อได้รับจดหมายแจ้งต่ออายุประกันสุขภาพ แล้วพบว่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นหลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อปี ทั้งที่ไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรง หรือพบว่ากรมธรรม์ใหม่มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าเดิม

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของบริษัทประกัน แต่สะท้อนความจริงอีกด้านว่า “ต้นทุนสุขภาพของประเทศ” กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจประกันสุขภาพไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จาก “Loss Ratio” ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง จนหลายบริษัทเริ่มส่งสัญญาณว่า โมเดลธุรกิจแบบเดิมอาจไม่สามารถรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป

Loss Ratio คือสัดส่วนระหว่าง “ค่าสินไหมทดแทน” เทียบกับ “เบี้ยประกันที่บริษัทจัดเก็บได้” ยิ่งตัวเลขสูงหมายความว่าบริษัทกำลังแบกรับต้นทุนมากขึ้น

หลังโควิด-19 ปัญหานี้ยิ่งชัดเจนขึ้น และคาดว่าในปี 2569 Loss Ratio ของประกันสุขภาพอาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 89% จาก 64% ในปี 2562 และในบางผลิตภัณฑ์หลายบริษัทมี Loss Ratio สูงเกิน 100% ซึ่งหมายความว่าบริษัทกำลังจ่ายค่าสินไหมมากกว่าเบี้ยประกันที่ได้รับ
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าระบบประกันสุขภาพไทยกำลังเผชิญกับ “วิกฤตต้นทุนสุขภาพ” (Health Cost Crisis) ที่อาจส่งผลต่อทั้งผู้เอาประกัน บริษัทประกัน โรงพยาบาล และระบบสาธารณสุขในระยะยาว

ทำไม Loss Ratio ถึงพุ่งสูงขึ้น ?

“Willis Towers Watson” ประเมินว่าเงินเฟ้อทางการแพทย์ของภาคเอกชนของไทยในปี’68 อยู่ที่ 10.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 10.0% และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อในหมวดการตรวจรักษาและค่ายาอย่างมาก สะท้อนว่าต้นทุนด้านสุขภาพกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าระดับราคาสินค้าและบริการทั่วไปในระบบเศรษฐกิจ เมื่อค่ารักษาเพิ่มเร็วกว่าที่บริษัทประกันคำนวณเบี้ยไว้ ต้นทุนการจ่ายเคลมจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และผลักให้ Loss Ratio สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “แบบประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้เกิดปัญหา Moral Hazard ในบางส่วนของระบบ เมื่อผู้เอาประกันแทบไม่ต้องจ่ายเพิ่มเวลาเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน บางคนจึงใช้บริการบ่อยขึ้น แม้เป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ขณะเดียวกันโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งก็อาจมีแรงจูงใจในการเสนอการตรวจหรือการรักษาที่เกินความจำเป็น

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์พบว่า ในสิงคโปร์ผู้ที่มีประกันคุ้มครองเต็มรูปแบบมีแนวโน้มใช้บริการและเคลมมากกว่ากลุ่มที่ต้องร่วมจ่ายประมาณ 1.4 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนของทั้งระบบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เริ่มใช้มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การการันตีต่ออายุกรมธรรม์ไปจนถึงวัยสูงอายุ และห้ามปรับเบี้ยประกันรายบุคคล แม้มาตรการนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้เอาประกัน ทำให้บริษัทประกันก็ไม่สามารถปฏิเสธการต่ออายุ หรือปรับเบี้ยเฉพาะรายได้ง่ายเหมือนเดิม ส่งผลให้ต้นทุนสะสมเพิ่มขึ้น

ขณะที่หลายบริษัทเคยใช้กลยุทธ์ “เบี้ยต่ำ ความคุ้มครองสูง” เพื่อดึงลูกค้าในระยะแรก แต่เมื่อค่าเคลมเพิ่มขึ้นบริษัทต้องเผชิญภาระที่หนักขึ้น และจำเป็นต้องทยอยขึ้นเบี้ยในเวลาต่อมา

และจากที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ณ เดือน เม.ย. 69 คนไทยอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนเกือบ 15 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสังคมสูงวัยและโรคเรื้อรัง ทำให้ประชาชนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลบ่อยขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมประกันสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

ผลกระทบกระจายไปทั้งระบบ

ปัญหานี้สะท้อนว่า- “ต้นทุนสุขภาพของประเทศ” กำลังเติบโตเร็วกว่าความสามารถในการจ่ายของทั้งประชาชน บริษัทประกัน และภาครัฐ เมื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่
รายได้ของประชาชนไม่ได้เติบโตในอัตราเดียวกัน ระบบย่อมเผชิญแรงกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยประกันที่สูงขึ้น งบประมาณด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น หรือภาระทางการคลังในอนาคต

หากไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหานี้อาจกลายเป็นความท้าทายที่กระทบต่อความสามารถในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทยในระยะยาว

ผู้เอาประกัน-เบี้ยประกันสุขภาพปรับเพิ่มเร็วขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า “ประกันสุขภาพแพงเกินเอื้อม”

บริษัทประกันภัย-ค่าเคลมที่เพิ่มเร็วกว่ารายได้จากเบี้ยประกัน กระทบต่อกำไรและฐานะทางการเงินของบริษัท หลายแห่งเริ่มปรับโมเดลธุรกิจ หรือยกเลิกผลิตภัณฑ์บางประเภท

โรงพยาบาลเอกชน-เมื่อเบี้ยแพงขึ้นผู้บริโภคอาจลดการใช้บริการเอกชน ขณะเดียวกันบริษัทประกันก็เริ่มต่อรองค่ารักษาเข้มงวดขึ้นเพื่อลดต้นทุน

เมื่อประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงประกันเอกชนได้ ภาระอาจไหลกลับไปยังระบบสาธารณสุขของรัฐมากขึ้น และหากธุรกิจประกันอ่อนแอลง ก็อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสุขภาพไทยในระยะยาว

วงจรอันตราย “Insurance Death Spiral”

สิ่งที่น่ากังวลคือการเกิด “Insurance Death Spiral” หรือวงจรที่ทำให้ระบบประกันค่อย ๆ เสียสมดุล

เบี้ยแพงขึ้น หรือปรับเงื่อนไขเข้มงวดขึ้น ทำให้คนสุขภาพดีทำประกันน้อยลง เหลือแต่กลุ่มที่เคลมสูง ส่งผล Loss Ratio แย่ลง นำไปสู่บริษัทประกันต้องปรับขึ้นเบี้ย

หากวงจรนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ประกันสุขภาพอาจกลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงได้เฉพาะคนรายได้สูงเท่านั้น

เพื่อลดการใช้บริการที่ไม่จำเป็น และช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบประกันสุขภาพ คปภ.จึงเริ่มผลักดันระบบ “Copayment” ให้ผู้เอาประกันบางกลุ่มที่มีประวัติการเคลมสูงผิดปกติต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในปีถัดไปภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่บางรูปแบบของกรมธรรม์เปิดให้ผู้เอาประกันเลือกเงื่อนไขร่วมจ่ายส่วนแรก เพื่อแลกกับเบี้ยประกันที่ต่ำลง

แนวคิดสำคัญคือ “ทำให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย” เมื่อผู้ใช้บริการต้องร่วมจ่ายบางส่วน การตัดสินใจใช้บริการทางการแพทย์มักระมัดระวังมากขึ้น ช่วยลดการรักษาที่ไม่จำเป็น และควบคุมต้นทุนของระบบ

ถอดบทเรียนจาก “สิงคโปร์”

หลายประเทศเคยเผชิญปัญหาคล้ายกันมาก่อน และประเทศที่มีระบบประกันสุขภาพเข้มแข็งใช้แนวทาง “แบ่งความเสี่ยงร่วมกัน” เพื่อรักษาความยั่งยืนของระบบในระยะยาว เช่น กรณีสิงคโปร์ใช้แนวคิดผสมระหว่าง “ความรับผิดชอบส่วนบุคคล” และ “การคุ้มครองจากรัฐ” มีระบบบังคับให้มีการออมเงินสุขภาพ (Medisave) และประกันสุขภาพพื้นฐานของรัฐ โดยประชาชนสามารถซื้อประกันเสริมจากเอกชน ซึ่งปัจจุบันรัฐเข้ามากำกับดูแลในส่วนนี้ โดยกำหนดให้ทุกแผนประกันต้องมี Deductible และ Copayment เพื่อป้องกันการใช้บริการเกินจำเป็น

เช่น กำหนดให้ผู้เอาประกันร่วมจ่ายอย่างน้อย 5% ของค่ารักษา และกำหนดเพดาน Copay ไม่เกิน 6,000 SGD ต่อปี นโยบายนี้เกิดขึ้นหลังพบว่าการคุ้มครองแบบจ่ายเต็ม ทำให้ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนและค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

ทางออกของไทยอาจไม่ใช่แค่ “ร่วมจ่าย”

แม้ Copayment จะช่วยชะลอปัญหาได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบประกันสุขภาพในภาพรวม ไม่ใช่แค่มาตรการ “ร่วมจ่าย” เพื่อให้ระบบสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน แนวทางสำคัญได้แก่ การเพิ่มความโปร่งใสของค่ารักษาพยาบาล เปิดเผยราคาค่ารักษา ค่ายา และค่าบริการต่าง ๆ รวมถึงพัฒนามาตรฐานหรือช่วงราคาอ้างอิง เพื่อลดความแตกต่างของราคาที่เกินสมเหตุสมผล

รวมถึงใช้ข้อมูลสุขภาพ เทคโนโลยี และ AI มาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจจับการเคลมผิดปกติ ลดการทุจริต และช่วยให้การกำหนดเบี้ยประกันมีความแม่นยำมากขึ้น

ขณะที่กฎหมายประกันสุขภาพควรสร้างสมดุล “การคุ้มครองผู้บริโภค” และ “ความยั่งยืนของธุรกิจประกัน” อย่างแท้จริง และการลด Loss Ratio อย่างยั่งยืน อาจต้องเริ่มจากการทำให้คน “ป่วยน้อยลง” ผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

ปัญหา Loss Ratio ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำลังสะท้อนว่าต้นทุนสุขภาพของประเทศไทยสูงขึ้น ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาของบริษัทประกันหรือโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะบริหารต้นทุนสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันสุขภาพ