คพ.จ่อคุม “ควัน-กลิ่น” สถานประกอบการเล็ก 5.9 หมื่นแห่ง ลดมลพิษใกล้ชุมชน
กรมควบคุมมลพิษเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกำหนดมาตรฐาน “ค่าความทึบแสง-ค่าความเข้มกลิ่น” จากสถานประกอบการขนาดเล็กบางประเภท หลังแก้กฎหมายโรงงาน ทำให้กิจการใช้เครื่องจักร 5-49 แรงม้า หรือคนงาน 7-49 คน จำนวนมากไม่เข้าข่ายโรงงาน แต่ยังอาจปล่อยมลพิษกระทบชุมชน โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2569
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า คพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงและค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสียจากสถานประกอบการขนาดเล็กบางประเภท พ.ศ. …. ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน-25 กรกฎาคม 2569 เพื่อยกระดับการควบคุมมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ใกล้สถานประกอบการ
การจัดทำร่างประกาศฉบับนี้มีสาเหตุมาจากการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งปรับคำนิยาม “โรงงาน” ส่งผลให้สถานประกอบการที่ใช้เครื่องจักรกำลังรวม 5-49 แรงม้า หรือใช้คนงาน 7-49 คน จำนวนมาก ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานอีกต่อไป ทำให้สถานประกอบการบางส่วนไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลด้านการปล่อยมลพิษทางอากาศ แม้ยังอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ
คพ.ศึกษาข้อมูลเรื่องร้องเรียนด้านมลพิษทางอากาศจากสถานประกอบการขนาดเล็ก พบว่าปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ กลิ่นเหม็น ฝุ่นละอองหรือเขม่าควัน และเสียงรบกวน จึงยกร่างมาตรฐานควบคุมการปล่อยอากาศเสียที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน แต่มีความน่าเชื่อถือ และอ้างอิงมาตรฐานที่บังคับใช้อยู่แล้วในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สาระสำคัญของร่างประกาศกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากสถานประกอบการขนาดเล็ก 2 ด้าน ได้แก่ การกำหนดค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องระบายอากาศเสีย และการกำหนดค่าความเข้มกลิ่น ทั้งบริเวณรั้วหรือขอบเขตแหล่งกำเนิดมลพิษ และที่ปล่องระบายอากาศเสีย
ทั้งนี้ ค่ามาตรฐานจะอ้างอิงจากมาตรฐานที่ใช้บังคับกับแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว เช่น เตาเผามูลฝอยชุมชน เตาเผามูลฝอยติดเชื้อ โรงสีข้าว เตาเผาศพ หม้อไอน้ำ โรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงมาตรฐานด้านกลิ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตยาง และสถานที่เลี้ยงสัตว์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการกำกับดูแลสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน
“ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชบัญญัติโรงงาน จำนวน 59,685 แห่งทั่วประเทศ แม้ว่าบางส่วนจะอยู่ภายใต้กฎหมายอื่น เช่น กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่มีมาตรการควบคุมการปล่อยอากาศเสียอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ” ดร.สุรินทร์กล่าว
คพ.จึงเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้สนใจ ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว เพื่อให้กฎหมายมีความเหมาะสม ครอบคลุม และใช้เป็นเครื่องมือป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากสถานประกอบการขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ