เอาใจช่วย อุตฯยานยนต์ไทย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
ไม่เขียนถึง คงจะไม่ได้ สำหรับท่าทีและจุดยืนของ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่ตัดสินใจยื่น 8 มาตรการ “ฉุกเฉิน” ต่อรัฐบาลไทย เพื่อ (หวัง) สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) ที่ลงทุนผลิตจริงในไทย กับผู้นำเข้ารถสำเร็จรูปจากต่างประเทศ
และเป็นกระบอกเสียงหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทย ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
และเพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
หนึ่งในหัวหอกที่ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน คือ สุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า (EVAT), รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ที่ดูแลแบรนด์เอ็มจี (MG) ในประเทศไทย
และในฐานะ “คนไทย” สุโรจน์ยอมรับอย่างเปิดอก กับ “ผู้เขียน” ว่า การตั้งโต๊ะแถลงจุดยืนในครั้งนั้น ได้ตัดสินใจในฐานะคนไทยที่ต้องการออกมาปกป้อง “ประเทศไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” เขาไม่ได้รายงานยังต้นสังกัดก่อนการแถลง
การออกมาแสดงจุดยืนของ 10 สมาคมนั้น ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน และเต็มภาคภูมิ
เพราะสถานการณ์ขณะนี้ ทำให้หลายคนกังวลใจหากมาตรการอีวี 3.5 สิ้นสุดลง ขณะที่ค่ายรถหลายค่ายหันมา “นำเข้ารถยนต์อีวีจากจีน” มากขึ้น
มีบางรายประกาศความชัดเจน ว่าต้องการใช้นโยบายการ “นำเข้ามาจำหน่าย” ไม่มีแผนที่จะลงทุนตั้งโรงงาน เพราะสามารถแข่งขัน ทำราคาได้พอฟัดพอเหวี่ยง
บางรายที่มีแผนหรือลงทุนตั้งโรงงานไปแล้ว แต่อาศัยจังหวะนำเข้ามาจำหน่ายก่อน แทนที่จะเดินหน้าใช้รถที่ผลิต/ประกอบจากไทย แถมเปิดตัวรับจอง และยัง “นำเข้ารถลอตแรก” มาส่งมอบให้ลูกค้าก่อน
บางรายที่มี “ความจริงใจ” หน่อย เตรียมความพร้อมลงทุนขึ้นไลน์ผลิต ไลน์ประกอบเรียบร้อยแล้ว จึงเปิดตัวรถ มีรถที่ผลิตในประเทศพร้อมส่งมอบได้ทันที ตรงนี้ต้องชื่นชมในความตรงไปตรงมา
แม้ประเทศไทยยังไม่มีข้อกำหนด หรือข้อบังคับที่ตายตัว เกี่ยวกับมาตรการในการปกป้องอุตสาหกรรม เพื่อ “อุดช่องโหว่” ที่เกิดขึ้น
แต่คำถามคือจะได้ประโยชน์มากน้อย จากเม็ดเงินทางภาษีที่สนับสนุนผ่านมาตรการอีวี 3.0 และ 3.5 รัฐบาลไทยจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหันกลับมาหยุดคิด เพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
หากปล่อยไปก็เท่ากับว่า เราแทบจะไม่ได้อะไรเลย
วันนี้รถยนต์อีวีได้แจ้งเกิด ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์มีเทคโนโลยี ในราคาที่เหมาะสมแล้ว
แต่การยกระดับและมาตรฐานการผลิต เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์อีวีที่แข็งแรงนั้น ไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนโรงงาน หรือการลงทุนตั้งไลน์ประกอบเพียงอย่างเดียว
ไทยเคยทำสำเร็จจากโปรดักต์แชมเปี้ยน ทั้งรถปิกอัพ และอีโคคาร์ รวมทั้งฐานผลิตรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ไปแล้ว
การข้ามผ่านรอยต่อของช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นจำเป็นต้องพัฒนาส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทั้งห่วงโซ่อุปทาน ให้มีศักยภาพอุตสาหกรรมทั้งองคาพยพ ไม่ให้ตกขบวนการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้