ส่งออกอัญมณีโต 3 เดือนติด สหรัฐฯ ยังแผ่ว ทองคำพุ่ง 55% ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าศึกภาษี-สงคราม
การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่รวมทองคำ ยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แตะ 860.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รับแรงหนุนจากหลายตลาดสำคัญ ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ ยังชะลอตัวหลังเร่งนำเข้าช่วงก่อนหน้า ด้านทองคำยังร้อนแรง ส่งออกพุ่ง 55.75% จากความต้องการของธนาคารกลางและนักลงทุน ส่งผลยอดส่งออกรวม 5 เดือนทะลุ 15,663 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ GIT เตือนจับตาครึ่งปีหลัง เผชิญความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ภาษีสหรัฐฯ และความขัดแย้งตะวันออกกลาง
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ไม่รวมทองคำ เดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่า 860.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็น เดือนที่ 3 สะท้อนความต้องการจากตลาดต่างประเทศที่ยังแข็งแกร่ง แม้ว่าตลาดสหรัฐฯ จะยังชะลอตัวจากการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าในช่วงก่อนหน้า ขณะที่หากรวมการส่งออกทองคำ มีมูลค่า 2,274.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.74%
สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 7,371.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.11% ส่วนเมื่อรวมทองคำ มีมูลค่า 15,663.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.41%
นายสุเมธกล่าวว่า การส่งออก ทองคำ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเดือนพฤษภาคมมีมูลค่า 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.75% จากการเข้าซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศ ความต้องการลงทุนในทองคำ และความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ แม้ว่าราคาทองคำในตลาดโลกจะเริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ 4,587.52 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลาย รวมถึงกองทุน SPDR Gold Trust มีการขายทองคำออกมา
ส่วนการส่งออกทองคำในช่วง 5 เดือนแรก มีมูลค่า 8,291.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 51.62% โดยเดือนมกราคมส่งออก 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 136.16% กุมภาพันธ์ 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 18.22% มีนาคม 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% และเมษายน 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 20.27%
ด้านตลาดส่งออกสำคัญ ส่วนใหญ่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย เพิ่ม 2.84% ฮ่องกง เพิ่ม 8.59% เยอรมนี เพิ่ม 41.77% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 67.15% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 65.60% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 5.50% อิตาลี เพิ่ม 32.17% ญี่ปุ่น เพิ่ม 42.08% และ เบลเยียม เพิ่ม 22.36% ขณะที่ สหรัฐฯ ลดลง 11.37% เนื่องจากผู้นำเข้าได้เร่งสั่งซื้อสินค้าไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การนำเข้าชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
ในด้านสินค้า พบว่า เครื่องประดับแท้ เพิ่ม 68.17% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 15.59% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 2,674.53% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่ม 73,582.81% พลอยก้อน เพิ่ม 136.86% เพชรก้อน เพิ่ม 36.73% เพชรเจียระไน เพิ่ม 11.32% และ โลหะเงิน เพิ่ม 142.46% ขณะที่ เครื่องประดับเงิน ลด 4.43% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน ลด 0.48% และ พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลด 1.48%
นายสุเมธกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ยังมีปัจจัยบวกจากการที่ผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อรับมือความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจปรับสูงขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากคำเตือนของกลุ่ม G7 และยุโรปเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการค้าโลกในช่วงครึ่งปีหลัง.