เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

ยกระดับเตือนภัย “ร้ายแรง” เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด

08 ก.ค. 2569 | 12:12น.
ควันลอยขึ้นจากสถานที่ที่ไม่ทราบแน่ชัด หลังจากการโจมตีระลอกใหม่ต่ออิหร่านเมื่อ 7 กรกฎาคม โดยเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ (ภาพนิ่งนี้ถ่ายจากวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ผ่านทางรอยเตอร์)

ระดับภัยคุกคามการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซยกระดับเป็น “ร้ายแรง” หลังจากเกิดเหตุโดรนและขีปนาวุธโจมตีเรือขนส่งสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว ในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งสหรัฐและอิหร่านกลับมาตึงเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานแบ่งปันข้อมูลที่ดำเนินการโดยกองกำลังทางทะเลร่วม 47 ประเทศยกระดับภัยคุกคามทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซขึ้นเป็นระดับ “ร้ายแรง” หลังจากเกิดเหตุโดรนและขีปนาวุธโจมตีเรือขนส่งสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเส้นทางตอนใต้ติดกับโอมาน

ระดับความเสี่ยงใหม่สำหรับเส้นทางเดินเรือพิพาทนี้หมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการโจมตี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับก่อนหน้าคือระดับ “มีนัยสำคัญ” ซึ่งหมายความว่าการโจมตีมีความเป็นไปได้สูง

ในบันทึกคำแนะนำล่าสุด JMIC ระบุว่าการเพิ่มระดับภัยคุกคามเป็นผลมาจากการโจมตีเรือสินค้าสามลำในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม

“การโจมตี การเรียกตรวจทางวิทยุ กิจกรรมของอากาศยานไร้คนขับ (UAS) และการสอดแนมแบบกำหนดเป้าหมายโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ถึงการเฝ้าติดตามเรือพาณิชย์อย่างไม่ลดละ และความตั้งใจอย่างต่อเนื่องที่จะแสดงตนทั่วทั้งเส้นทางเดินเรือหลัก” ข้อแนะนำระบุ

“เหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันเมื่อเร็ว ๆ นี้เน้นย้ำว่าสภาพแวดล้อมภัยคุกคามยังคงอยู่ในระดับสูงและจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงติดตามและกดดันเส้นทางเดินเรืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเรือที่ใช้งาน AIS (ระบบติดตามเรือ)” คำแนะนำดังกล่าวระบุ

ทั้งนี้ ระดับภัยคุกคามในการเดินเรือเรียกจากน้อยไปมากประกอบด้วยระดับต่ำ (Low) ปานกลาง (Moderate) มีนัยสำคัญ (Substantial) รุนแรง (Severe) และวิกฤต (Critical) การโจมตีจวนตัวหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นการเตือนภัยคุกคามระดับสูงสุด

การโจมตีเรือขนสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซทำให้สหรัฐตอบโต้ ซึ่งบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สหรัฐโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านกว่า 80 แห่ง รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรือขนาดเล็กของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอนุมัติปฏิบัติการโจมตีในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ในประเทศตุรกี

กองบัญชาการภาคกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อคืนวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า กองกำลังอเมริกันโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครือข่ายบัญชาการและควบคุม สถานีเรดาร์ชายฝั่ง ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธต่อต้านเรือ และเรือขนาดเล็กของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอีกกว่า 60 ลำ โดยระบุว่า คือการตอบโต้ทันทีต่อการโจมตีเรือพาณิชย์ครั้งล่าสุดของรัฐบาลอิหร่าน

CENTCOM ระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดของอเมริกาได้สิ้นสุดลงแล้ว และยังไม่แน่ชัดว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไรหรือเมื่อใด แต่สำนักข่าวออนไลน์แอ๊กซิออส ( Axios) รายงานว่า กองทัพอิหร่านได้ส่งโดรนเข้าโจมตีประเทศบาห์เรนแล้ว

พร้อมกันนี้กระทรวงการคลังสหรัฐยกเลิกมาตรการผ่อนปรนการคว่ำบาตรที่อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันรอบใหม่หลังจากวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งการผ่อนคลายคว่ำบาตรนี้เคยเป็นสิ่งจูงใจสำคัญที่ทำให้รัฐบาลอิหร่านยอมปฏิบัติตามข้อตกลงในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจในระยะแรก เมื่อ 17 มิถุนายน 2026 รวมถึงการเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพถาวรในขั้นสุดท้าย ขณะที่อิหร่านให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อตอบโต้ ซึ่งยิ่งทำให้ข้อตกลงสันติภาพตกอยู่ในความเสี่ยง

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% มาซื้อขายใกล้ระดับ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ (8 กรกฎาคม) การดีดตัวกลับขึ้นมาในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาน้ำมันฟิวเจอร์สดิ่งลงในช่วงไตรมาสที่สองเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งอาจจะกลับมาจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในตลาดโลกอีกครั้ง ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบรนต์เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดที่สูงกว่า 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาสองเดือนหลังจากที่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในเดือนนี้ เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นตัวที่เพิ่มมากขึ้น ราคาทองคำปรับตัวลดลงท่ามกลางความวิตกกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สหรัฐกล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงวันสองวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการโจมตีมากที่สุดนับตั้งแต่ข้อตกลงเอ็มโอยูมีผลบังคับใช้

อิหร่านกล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ของสหรัฐและการเพิกถอนการยกเว้นนั้นเป็นการละเมิดข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย นายกาเซม การิบาบาดี รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อตอบโต้

เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวก่อนการโจมตีตอบโต้ของสหรัฐว่า อิหร่านจะได้รับประโยชน์จากข้อตกลงก็ต่อเมื่อประพฤติตนอย่างมีความรับผิดชอบ แต่เสริมว่าผู้เจรจายังคงทำงานด้วยความสุจริตใจเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งบ่งชี้ว่าสหรัฐยังไม่พร้อมที่จะละทิ้งกระบวนการสันติภาพ

การยุติการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าและการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน 60 วันก่อนหน้านี้ที่อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้ เป็นองค์ประกอบสำคัญของบันทึกความเข้าใจที่ยุติการสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ข้อตกลงเอ็มโอยูดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาในรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อตกลงถาวร หรือขั้นสุดท้าย เกี่ยวกับอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และสถานการณ์ของช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านประสบความยากลำบากในการขายน้ำมันดิบ เนื่องจากส่วนลดราคาเริ่มลดน้อยลง ความต้องการจากจีนยังคงค่อนข้างซบเซา และประเทศอื่น ๆ กังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของมาตรการผ่อนปรนคว่ำบาตรจากสหรัฐ อย่างไรก็ดีบันทึกความเข้าใจนี้ก็ได้รับการปฏิบัติตามอย่างกระท่อนกระแท่นเท่านั้น โดยเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอิหร่านโจมตีเรือขนส่งสินค้าชักธงสิงคโปร์ในช่องแคบดังกล่าว ส่งผลให้สหรัฐตอบโต้ และจุดชนวนให้เกิดเหตุโจมตีโต้ตอบกันไปมาอย่างต่อเนื่อง

อิหร่านกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะไม่อนุญาตให้เรือแล่นผ่านน่านน้ำนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ว่าจะปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือของกาตาร์ก็ตาม ทรัมป์ได้ผลักดันให้เรือแล่นผ่านช่องแคบได้อย่างอิสระเช่นเดียวกับที่เคยทำมาก่อนการปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน

บ๊อบ แม็กนัลลี ประธานกลุ่มบริษัท Rapidan Energy Group และอดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว กล่าวว่า การเพิกถอนการผ่อนปรนคว่ำบาตรเป็นสัญญาณบอกตลาดว่าการหยุดยิงอาจไม่ยั่งยืนและมั่นคงอย่างที่คิด ตลาดต้องประเมินความเสี่ยง

การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่สำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะมีกองกำลังทหารสหรัฐคอยคุ้มครองเรือที่เลือกแล่นผ่านเส้นทางใกล้ชายฝั่งโอมานก็ตาม

พลเรือเอกดาริล คอดเดิล ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐ กล่าวว่า นอกจากนี้อิหร่านยังพยายามชักจูงเรือพาณิชย์ให้แล่นเข้าสู่ชายฝั่งของตนและป้องกันไม่ให้ใช้เส้นทางโอมาน

เขากล่าวว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบเพื่อบังคับให้เรือต่าง ๆ ต้องเดินเรือเข้ามาใกล้กับอิหร่านมากขึ้น โดยมีเป้าหมายคือเพื่อ “บีบให้การเดินเรือต้องเข้ามาในฝั่งของตนเองในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ”

“อิหร่านมุ่งมั่นที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นผู้ควบคุมช่องแคบแห่งนี้ และวิธีเดียวที่จะเดินทางผ่านได้อย่างปลอดภัยคือต้องใช้เส้นทางตอนเหนือ” แคลร์ แม็กเคลสกี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านการคว่ำบาตร Clarity Compliance Consulting และอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐกล่าว

โดยสรุป การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐเกิดขึ้นในขณะที่การส่งออกและการผลิตน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเริ่มกลับเข้าสู่ระดับก่อนช่วงสงคราม การที่สหรัฐเคยอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้นั้น มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยลดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการขาดแคลนอุปทาน และช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงเกินไป

แต่ในตอนนี้การกลับมาเปิดฉากโจมตีกันอีกครั้งรวมถึงภัยคุกคามรอบใหม่ต่อเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบสำคัญนี้ อาจทำให้ตลาดโลกตกอยู่ในสภาวะผันผวนอีกครั้ง

ขณะเดียวกันการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านหยุดลงชั่วคราว เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านเริ่มจัดพิธีฝังศพของอดีตผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกของสงคราม โดยประเทศกาตาร์ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยเปิดเผยว่า จะมีการกำหนดวันสำหรับการประชุมครั้งต่อไปโดยเร็วที่สุดหลังจากเสร็จสิ้นพิธี ทั้งนี้ ร่างของคาเมเนอีจะถูกนำไปฝังที่มัชฮัด (Mashhad) ซึ่งเป็นบ้านเกิดในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้