รถจีนขายแซงหน้า ญี่ปุ่น ครั้งแรกในตลาดยุโรป
คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
นิกเคอิ เอเชีย เปิดเผยข้อมูลแสดงให้เห็นว่ายอดขายรถจีนแซงหน้ารถแบรนด์ญี่ปุ่นในตลาดยุโรปเป็นครั้งแรกในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
จากข้อมูลยอดขายรถยนต์ใหม่ในยุโรปประจำเดือน พ.ค. 2569 ของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป (ACEA) โดยระบุว่า ใน 31 ประเทศหลักยุโรป รถยนต์สัญชาติจีน ได้แก่ บีวายดี, เอสเอไอซี มอเตอร์, จีลี่, เชอรี่ ออโตโมบิล, และ ลีปมอเตอร์ มียอดขายรวมกันอยู่ที่ 138,410 คัน เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อนหน้า
ขณะที่ยอดขายรวมของรถญี่ปุ่น ได้แก่ โตโยต้า, ฮอนด้า, ซูซูกิ, มาสด้า, และมิตซูบิชิ มียอดขายรวม 130,424 คัน ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า
เมื่อเทียบตามประเทศแล้ว ค่ายรถจีนมียอดขายมากกว่าคู่แข่งญี่ปุ่นถึง 6% สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูล Schmidt Automotive Research ซึ่งระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 มีการจดทะเบียนรถสัญชาติจีนในยุโรปมากถึง 273,051 คัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยสหภาพยุโรป (EU) มองว่ารถอีวีราคาถูกสัญชาติจีนสร้างความไม่เป็นธรรมและคุกคามอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป เมื่อเดือน ก.ค. 2567 จึงเรียกเก็บภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) เพิ่มเติม สูงสุดถึง 35.3% จากเดิมอยู่ที่ 10% ทำให้ภาษีสูงสุดอยู่ที่ 45.3%
อย่างไรก็ตามผู้ผลิตชาวจีนยังได้เปรียบด้านต้นทุนอย่างมาก โดยข้อมูลจากเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาอีวี Electric Vehicle Database ระบุว่า รถบีวายดีที่ถูกเก็บภาษี 17% รุ่น Dolphin Surf Boost มีราคาเริ่มต้นในยุโรปที่ 26,990 ยูโร หรือราว 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรถฝรั่งเศสอย่างเรโนลต์ รุ่น Renault 5 E-Tech ที่เป็นรถอีวีลักษณะคล้ายกัน ถือว่าบีวายดีถูกกว่าถึง 3%
ขณะที่รถญี่ปุ่นยังคงเสียเปรียบกว่า แม้รถไฮบริดญี่ปุ่นจะถูกยกย่องในเรื่องประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน แต่เมื่อเป็นเรื่องของอีวี เบียทริกซ์ ไคม์ จากศูนย์วิจัยยานยนต์เยอรมนีกล่าวว่า รถญี่ปุ่นจะไม่ถูกพิจารณาเลยด้วยซ้ำ
เพื่อเป็นการตอบโต้มาตรการภาษีแบตเตอรี่ แบรนด์รถจีนบางรายหันมาประกอบรถยนต์ในประเทศยุโรป โดยกว่างโจว ออโตโมบิล และ เอ็กซ์เผิง กำลังจ้างบริษัทรับจ้างผลิตยานยนต์ในออสเตรีย “แม็กน่า สไตเออร์” ให้ผลิตรถของตน
ขณะที่ลีปมอเตอร์วางแผนเริ่มประกอบรถ SUV ที่โรงงานสเตลแลนทิสในสเปน และเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงาน ส่วนบีวายดีที่เพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่ฮังการี และเอสเอไอซี มอเตอร์ จะเริ่มผลิตรถยนต์ในสเปนตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
เช่นเดียวกับโพลสตาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือจีลี่ ส่วนเชอรี่ ออโตโมบิล คาดว่าจะยังคงใช้ประโยชน์จากโรงงานร่วมทุนในสเปนต่อไป