เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
Tech ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ดูทั้งหมด

กางตัวเลข “กัญชา 2 หมื่นล้าน” รอยรั่วภาษีใต้ดิน ซ้ำตลาดล้น 40 เท่า ธุรกิจปรับแผนหนีซบส่งออก

10 ก.ค. 2569 | 09:30น.
กัญชา
สัมภาษณ์

การปรับทิศทางนโยบายกัญชาในประเทศไทยกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังจากภาครัฐเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. กัญชา พ.ศ. … เพื่อดึงพืชเศรษฐกิจชนิดนี้กลับสู่กรอบ “ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น”

ผลกระทบจากการเปิดเสรีในอดีตสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในระดับประเทศและเวทีสากล ทำให้อุตสาหกรรมที่เคยหอมหวานต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่ท้าทาย ทั้งภาวะซัพพลายล้นตลาด และโครงสร้างกฎหมายที่กำลังยกระดับมาตรฐานสู่สากล

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดมุมมอง นายกาจกนิษฐ์ ศักดิ์สุภา กรรมการบริษัท ธาราเธรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด และอุปนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านกัญชาและวิชาชีพผู้แนะนำการใช้กัญชาประเทศไทย ถอดรหัสโครงสร้าง Supply Chain มูลค่า 20,000 ล้านบาท พร้อมฉายภาพโอกาสและทางรอดของบิสิเนสโมเดลไทยในตลาดโลก

เอกซ์เรย์ซัพพลายเชน 20,000 ล้าน ปม “ใต้ดิน” รั่วไหล-รัฐสูญรายได้

เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมกัญชาไทยในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  • ต้นน้ำ: “ฟาร์มกัญชา” ทำหน้าที่ปลูกและผลิตดอกกัญชาเพื่อป้อนให้กับหน้าร้านภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ
  • กลางน้ำ: กลุ่มโรงงานสกัดกัญชาและกัญชง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวะหดตัวอย่างรุนแรง โดยกัญชาเหลือผู้ประกอบการที่ดำเนินการอยู่เพียงบริษัทเดียว ขณะที่กัญชงแทบไม่มีใครทำในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังแล้ว
  • ปลายน้ำ: ร้านค้าปลีกและหน้าร้านกัญชา (Dispensaries)

จากการคำนวณและข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก คาดการณ์ว่าปัจจุบันมูลค่ารวมของตลาดกัญชาและซัพพลายเชนทั้งหมดในระบบอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่คือระบบเศรษฐกิจนอกรูปแบบ (Underground Market) เนื่องจากกัญชาถูกจัดเป็นสินค้าทางการเกษตร จึงได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย

เมื่อมีกลุ่มธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะอยู่นอกระบบและไม่มีการทำบัญชีอย่างถูกต้อง ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย และกลายเป็นหนึ่งในรอยรั่วสำคัญของระบบการค้ากัญชาในปัจจุบัน

ยกระดับ “กฎหมายเข้ม” เปลี่ยนผ่านบทบาท “กรมแพทย์แผนไทยฯ”

ในด้านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ปัจจุบันมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีแรกของการปลดล็อก โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้กระจายกำลังบุคลากร พร้อมทั้งมีกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ เข้ามาร่วมมีอำนาจสืบสวนและจับกุมร้านกัญชาที่กระทำผิดกฎหมายได้ โดยไม่ต้องพึ่งพากำลังของกรมการแพทย์แผนไทยฯ เพียงหน่วยงานเดียว

“ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข เขาคือนักวิชาการ แพทย์ และเภสัชกร ไม่ใช่นักบู๊หรือตำรวจจับผู้ร้าย การลงพื้นที่ตรวจจับจึงไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงต้องให้เวลาภาครัฐในการเรียนรู้เพื่อควบคุมกัญชาที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ถือว่ามีการพัฒนาขึ้นมาก แม้จะยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% เพราะเราปล่อยให้กลุ่มธุรกิจที่ไม่ได้ถูกกฎหมายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เติบโตมานานถึง 2-3 ปีโดยไม่มีการควบคุมตั้งแต่ต้น”

บิสิเนสโมเดล “ธาราเธรา” หนีตลาดในประเทศล้น 40 เท่า มุ่งเจาะเยอรมนี-ออสเตรเลีย

สำหรับทิศทางธุรกิจของ บริษัท ธาราเธรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด นายกาจกนิษฐ์ระบุว่า บริษัทได้ปรับโมเดลธุรกิจโดยมุ่งเน้นไปที่ “การส่งออก” เป็นหลัก ผ่านบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) โดยมีตลาดปลายทางสำคัญอยู่ที่ประเทศเยอรมนีและออสเตรเลีย เนื่องจากประเมินว่าขนาดตลาด (Market Size) ภายในประเทศไทยนั้นค่อนข้างเล็ก และกำลังเผชิญปัญหา Supply ล้นตลาดอย่างรุนแรง

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีภาวะผลิตผลเกินความต้องการ โดยผู้ผลิตดอกกัญชามีจำนวนมากกว่าผู้บริโภคภายในประเทศสูงถึง 30-40 เท่า ผลผลิตส่วนเกินเหล่านี้ถูกบริหารจัดการผ่านสองช่องทาง คือ กลุ่มที่แอบลักลอบส่งออกไปต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ และอีกกลุ่มคือผู้ประกอบการที่ดำเนินการส่งออกอย่างถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ

กัญชาแพทย์ไทยในตลาดโลก ชูจุดแข็ง “ต้นทุนถูก” ชนแคนาดา

แม้ตลาดในประเทศจะอิ่มตัว แต่ในเวทีสากล ตลาดส่งออกกัญชาทางการแพทย์ยังมีมูลค่ามหาศาล ปัจจุบันผลผลิตกัญชาจากประเทศไทยสามารถแชร์ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในตลาดโลกได้แล้วประมาณ 5-10% โดยมีประเทศแคนาดาเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุด

“ผมมองว่าผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ของไทยไม่ได้แพ้แคนาดาเลย ทั้งในเรื่องราคาและคุณภาพ ต้องชื่นชมผู้ประกอบการไทยที่ผลักดันมาตรฐานมาได้ถึงจุดนี้ หากมองในกรอบระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า ในฐานะพืชเศรษฐกิจทางการเกษตร ผมยังไม่เห็นผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่มีศักยภาพ (Potential) มากกว่ากัญชา เราพูดเรื่องทุเรียนมา 5-10 ปี วันนี้เวียดนามและจีนก็ปลูกได้แล้ว แต่สำหรับกัญชา ประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สามารถแข่งกับเราได้เพราะข้อจำกัดทางกฎหมาย”

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรงและค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าประเทศแถบตะวันตก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาเนื่องจากหลายประเทศเริ่มไหวตัวทัน เช่น แอฟริกาใต้ ที่เริ่มเปิดกว้างทางกฎหมายและรุกเข้าสู่ตลาดนี้ รวมถึงแนวโน้มในอนาคตที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจจะเริ่มเปิดให้กัญชาถูกกฎหมายตามมา

ปั้นวิชาชีพ “Budtender” และสังคายนาหลักสูตร “แพทย์แผนไทย”

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับอุตสาหกรรม สมาคมฯ มีข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับวิชาชีพ ผู้แนะนำการใช้กัญชา หรือ Budtender ให้เป็นวิชาชีพที่แท้จริง โดยผลักดันให้เกิดโครงสร้างการเรียนการสอนในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ

จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับเพียงประกาศนียบัตร (Certificate) จากการอบรมคอร์สออนไลน์ของหน่วยงานรัฐหรือกรมการแพทย์แผนไทยฯ เท่านั้น สถาบันการศึกษาจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการดีไซน์หลักสูตร อาจพัฒนาเป็นวิชาเลือกหรือวิชาเสริม เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานเข้าสู่อาชีพอย่างมีมาตรฐาน

นอกจากนี้ หลักสูตรแพทย์แผนไทย ซึ่งจะเป็นบุคลากรหลักในการจ่ายกัญชาทางการแพทย์ในอนาคต จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง เนื่องจากปัจจุบันแพทย์แผนไทยบางท่านที่จบการศึกษามา แม้จะมีวุฒิการเป็นแพทย์แต่กลับไม่มีประสบการณ์ หรือไม่เคยเรียนรู้เรื่องกัญชามาก่อน จึงจำเป็นต้องนำองค์ความรู้เรื่องกัญชาเข้าไปบรรจุเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม

กฎหมายเปลี่ยนทิศ “ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง” ในสงครามทุนสร้างมาตรฐาน

นายกาจกนิษฐ์ย้ำว่า ทิศทางเดียวของอุตสาหกรรมกัญชาไทยหลังจากนี้คือการมุ่งหน้าสู่ “กัญชาทางการแพทย์” เท่านั้น โดยไม่มีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่น ซึ่งแนวทางนี้สร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Convert) จากร้านค้าสันทนาการมาเป็นคลินิกทางการแพทย์

ขณะนี้ทางสมาคมฯ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือสมาชิกรายย่อยให้สามารถเปลี่ยนผ่าน (Transition) ธุรกิจไปสู่บริบทใหม่ เพื่อให้อยู่รอดได้ในระบบกัญชาทางการแพทย์

“ผมเห็นใจทุกคน ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของกฎหมาย ทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเป็นธุรกิจที่ทำแล้วค่อนข้างเหนื่อย วันนี้ผมยังไม่เห็นใครที่เป็นผู้ชนะที่แท้จริง ในธุรกิจนี้เลย ไม่ว่ารายใหญ่หรือรายเล็กก็เจ็บกันหมด รายใหญ่ที่ลงทุนไปเยอะก็เจ็บหนัก”

ในมุมมองของรายย่อย อาจมองว่าเกณฑ์กฎหมายหรือข้อบังคับใหม่ ๆ ที่ภาครัฐกำหนดขึ้น เป็นการล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ แต่ในความเป็นจริง มาตรฐานการผลิตกัญชาทางการแพทย์เพื่อใช้เป็นส่วนผสมทางยา (Pharmaceutical Ingredient) ในระดับสากลนั้นมีมาตรฐานที่สูงมาก การจะทำโรงปลูกและโรงสกัดให้ได้มาตรฐานดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาล ซึ่งกลายเป็นการกีดกันรายย่อยออกไปโดยปริยายจากกลไกตลาด

“กฎหมายควรจะออกมาให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีทุนไม่สูงได้มีโอกาสตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำตั้งแต่ต้น ถ้าเขารู้ว่าธุรกิจนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เขาอาจจะเลือกไม่ทำ หรือหาทางออกด้วยการรวมกลุ่มลงขันกัน แต่พอกฎหมายเริ่มต้นมาด้วยเงื่อนไขที่ลงทุนไม่สูง ทุกคนจึงกระโดดเข้ามาทำ แต่สุดท้ายกลับถูกผลักออกไปด้วยมาตรฐานที่จู่ๆ ก็ถูกยกระดับให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจผู้ประกอบการกลุ่มนี้มากที่สุด” อุปนายกสมาคมฯ กล่าวทิ้งท้าย