ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมสอบปากคำ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ตัวจริง ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ วันนี้ (10 ก.ค.)
ก.ล.ต.-บก.ปอศ. ร่วมมือสอบถ้อยคำ “สุภาพร พิมพงษ์” กรณีการรายงานแบบ 246-2 อ้างได้ 6 หุ้น ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือเข้าให้ข้อมูล วันนี้ (10 ก.ค.) แล้ว
รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ให้นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ซึ่งเป็นผู้รายงานแบบ 246-2 มาให้ถ้อยคำกับ ก.ล.ต. และพนักงานสอบสวน ตามที่มีการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์
โดยมีการบันทึกเข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งปรากฏชื่อผู้ที่บันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบการรายงานแบบ 246-2 คือ นางสาวสุภาพร พิมพงษ์
โดย ก.ล.ต. ได้พบประเด็นความไม่ถูกต้องของข้อมูล จึงดำเนินการตรวจสอบและสอบทานกับบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการนำข้อมูลในรายงานดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ข้อมูลแล้วนั้น
ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือกับ บก.ปอศ. มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย
และในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. และ บก.ปอศ. ได้เชิญบุคคลรายดังกล่าวมาให้ถ้อยคำและได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจาก บก.ปอศ. เป็นอย่างดีในการเร่งรัดกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จนนำมาสู่การให้ถ้อยคำของผู้รายงาน ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในรายละเอียดได้ และหากมีความคืบหน้า ก.ล.ต. จะเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบต่อไป
“ขอย้ำว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน จึงมีกระบวนการทั้งการระบุสถานะของข้อมูลและนำข้อมูลออกจากระบบเมื่อพบความไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่คำนึงถึงความสำคัญในการเปิดเผยสารสนเทศต่อสาธารณะ”
พันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก.ปอศ. กล่าวว่า บก.ปอศ. ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. ในการสอบถ้อยคำบุคคลรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้วซึ่งได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูล
“บก.ปอศ. พร้อมให้การสนับสนุนและทำงานร่วมกันกับ ก.ล.ต. เพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”